ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 1
ท้ายเล่มกับผู้เขียน ภาคที่ 1
ท้ายเล่มกับผู้เขียน
ภาคที่ 1 ดอยชาพันปี
ในที่สุด เพียรก็ได้มาถึงต้นชาพันปีตามที่ตั้งใจไว้
หลังจากต้องรับมือทั้งงาน ผู้คน สัญญา และปัญหาที่ไม่มีใครยอมปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ เขากลับผล็อยหลับลงท่ามกลางสายลม แสงแดด และคนที่ร่วมเดินทางมาด้วยกัน
สำหรับคนทั่วไป การได้นั่งพักอาจไม่ใช่เรื่องสำคัญนัก แต่สำหรับเพียร คนที่ไม่ว่าจะเดินทางไปทางไหนก็มักมีเรื่องรอให้จัดการอยู่เสมอ ช่วงเวลาเงียบ ๆ เพียงไม่นานอาจหาได้ยากไม่ต่างจากชาที่เขาเดินทางมาตามหา
ผมเลือกเปิดเรื่องหออาชาไนยด้วยภาพของเพียรสองช่วงวัย
ช่วงแรกคือเด็กอายุเจ็ดขวบซึ่งยังไม่รู้จักโลกเร้นลับ ไม่มีอำนาจ และไม่สามารถปกป้องสิ่งที่รักได้ด้วยตนเอง
อีกช่วงหนึ่งคือเพียรในวัยสามสิบกว่า ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการ มีทั้งความรู้ อำนาจ ผู้ช่วย ศัตรู และวิธีจัดการปัญหาที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่อยากยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา
ภาคแรกจึงไม่ได้ตั้งคำถามว่า วันหนึ่งเพียรจะกลายเป็นคนเก่งได้หรือไม่ เพราะผู้อ่านได้เห็นปลายทางด้านหนึ่งของเขาไปแล้ว
คำถามที่ผมตั้งใจทิ้งไว้คือ ระหว่างเด็กที่รอดออกมาจากหมู่บ้านกับผู้ตรวจการซึ่งกำลังหลับอยู่ใต้ต้นชาพันปีนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง
เขาเรียนรู้กฎของโลกเร้นลับจากใคร
เขาเริ่มมองเห็นเงื่อนไขและผลประโยชน์ซึ่งซ่อนอยู่หลังคำว่า “ความช่วยเหลือ” ตั้งแต่เมื่อไร
และก่อนที่เพียรจะมีตำแหน่ง สัญญา หรืออำนาจมากพอจะบังคับให้คนอื่นยอมรับกติกาของตน ครอบครัวของเขาเคยฝากชีวิตไว้กับมือของใครบ้าง
เรื่องราวต่อจากนี้จะไม่เริ่มขึ้นในเช้าวันที่เพียรตื่นจากการพักบนดอยชาพันปี
มันจะย้อนกลับไปยังวัยเด็กของเขาใน หออาชาไนย ภาคที่ 2 เสาหลักเมืองชล!
จากชายผู้รู้กติกาและสามารถต่อรองกับโลกเร้นลับ เรื่องราวจะพาเรากลับไปหาครอบครัวธรรมดาซึ่งยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ควรเชื่อใคร และต้องใช้สิ่งใดตัดสินว่าความช่วยเหลือที่ได้รับนั้นเป็นทางรอดหรือกับดัก
พิมพ์ใจกับเพียรอาจเดินออกจากหมู่บ้านมาได้ แต่สิ่งซึ่งเกิดขึ้นภายในหมู่บ้านไม่ได้ยอมจบลงตรงเขตแดนนั้น
ความทรงจำจะย้อนกลับมาในรูปของฝันร้าย
สิ่งที่ติดตามพิมพ์ใจออกมาจะเริ่มทิ้งร่องรอยไว้ในร่างกาย
และเมื่อครอบครัวพยายามตามหาคนซึ่งอ้างว่าสามารถช่วยพวกเขาได้ คำถามสำคัญจะไม่ใช่เพียงว่าใครมีฤทธิ์มากที่สุด แต่คือใครสมควรได้รับสิทธิ์แตะต้องชีวิต ดวงชะตา และความหวังของคนในครอบครัวนี้
เราได้เห็นแล้วว่าเพียรในอนาคตสามารถยืนอยู่ท่ามกลางผี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีวิชา และผู้คนจากหออาชาไนยได้อย่างไร
ภาคต่อไปจะพากลับไปยังช่วงเวลาที่เขายังไม่มีสิ่งเหล่านั้น และครอบครัวของเขายังต้องเรียนรู้ว่า ในโลกที่ทุกมือซึ่งยื่นเข้ามาอาจมีราคาซ่อนอยู่ ความไว้ใจเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอจะใช้รักษาชีวิตของใครได้
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมผ่านประตูบานแรกของหออาชาไนย และเดินทางมาจนถึงปลายภาคดอยชาพันปีด้วยกันครับ
หลังอ่านจบ ผมอยากรู้ว่า ในสายตาของคุณ เพียรเป็นคนแบบไหน?
เพียงหนึ่งหรือสองประโยคก็พอครับ จะพูดถึงฉากที่ชอบ คำติ ข้อสงสัย หรือสิ่งที่ยังคาใจก็ได้ ความคิดเห็นเหล่านั้นช่วยให้ผมเห็นว่าส่วนใดของเรื่องเดินทางไปถึงผู้อ่านได้จริง และยังช่วยให้นักอ่านคนต่อไปตัดสินใจเปิดประตูเข้ามารู้จักโลกใบนี้ได้ง่ายขึ้น
ตอนนี้ปล่อยให้เพียรพักอยู่ใต้ต้นชาพันปีไปก่อน
แล้วพบกันอีกครั้งที่เมืองชล ในวันที่เขายังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่ง และครอบครัวของเขายังแยกไม่ออกว่า มือใดกำลังช่วยพยุงพวกเขาอยู่ หรือมือใดกำลังพาเดินเข้าไปหาผู้ล่า
ขอบคุณที่ร่วมดื่มชาถ้วยแรกของหออาชาไนยด้วยกันครับ
R. Lert (รสเลิศ)