เรื่องของครอบครัว
เรื่องของครอบครัว
“เมื่อวานก็ยังร่าเริงอยู่เลย ทำไมวันนี้ไม่สบายได้นะ”
สรัญญาเช็ดตัวให้รักตาภา ที่ไม่สบายตัวร้อนจนต้องเชิญหมอที่สนิทกับแสงกล้าให้มาช่วยตรวจรักษา
“คงเพราะอากาศเปลี่ยน หมอก็บอกว่าไม่ได้มีอะไรน่าเป็นห่วง อย่ากังวลไปเลย” รสรินบอกเพื่อน
“น้องเลิฟ เป็นไงบ้างลูก โอเคมั้ย”
เมื่อเห็นรักตาภาลืมตาขึ้นมา สรัญญาก็เอ่ยถามทันทีด้วยความเป็นห่วง
“แค่ก แค่ก”
“เป็นหวัดนิดหน่อยค่ะ ไม่เป็นอะไรมาก”
รักตาภาเห็นสายตาแห่งความเป็นห่วงของแม่ ก็บอกออกไปเพื่อคลายความเป็นห่วงของท่าน เพราะเมื่อคืนหลังจากเห็นโพสของรวินทร์ รักตาภาก็เอาแต่ร้องไห้ คิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ ตลอดทั้งคืนไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ จนเช้ามาก็ต้านทานความอ่อนเพลียและอาการป่วยที่เกิดขึ้นกะทันหันไม่ไหว
“เมื่อคืนเลิฟตากลมดูดาวดึกไป เลยไม่สบาย แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ”
“เรานี่นะ ไม่สบายแบบนี้ วันนี้ก็คงออกไปไหนไม่ได้ คุณตาอุตส่าห์จะพาไปเก็บส้มที่ไร่”
“พรุ่งนี้ได้มั้ยคะ อย่าพึ่งให้คุณตาไปเก็บ เลิฟอยากไปด้วย แต่ร่างกายไม่ไหวแล้ว ง่วงเต็มที”
“ได้ลูก พักให้หายก่อน เดี๋ยวแม่บอกคุณตาให้”
“ค่ะ”
“คุณภพ”
นิภาวรรณร้องเรียกภพธร เธอรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก เสียงที่แหบพร่าพยายามเอ่ยเรียกเขาอย่างยากลำบาก
“วรรณ”
“ฉันหายใจไม่ออก ฉันไม่ไหวแล้ว”
“อย่าพูดแบบนั้น เดี๋ยวผมพาไปโรงพยาบาล”
ภพธรรู้สึกตกใจสุดขีดเมื่อเห็นอาการที่ผิดปกติของนิภาวรรณ ใบหน้าซีดเผือดของเธอทำให้หัวใจเขาตกไปอยู่แทบเท้า อาการป่วยที่เรื้อรังมาหลายวันดูท่าจะทรุดหนักลงกว่าเดิม
“ทนอีกนิดนะ”
ในระหว่างขับรถไปยังโรงพยาบาล มือของภพธรก็กดโทรหาเนตรดาว เวลานี้นิภาวรรณต้องการกำลังใจจากเขาและลูก
“คะคุณพ่อ”
“ดาว แม่อาการไม่ดีเลย ตอนนี้พ่อกำลังพาไปโรงพยาบาล ลูกรีบกลับมานะ”
“ค่ะ เดี๋ยวดาวจะกลับไปตอนนี้เลย”
คำว่า ‘แม่อาการไม่ดีเลย’ ยังคงก้องอยู่ในหัว สมองของเนตรดาวว่างเปล่าไปชั่วขณะ รู้สึกเหมือนโลกหมุนช้าลงจนทุกอย่างรอบตัวเงียบสงบอย่างน่าประหลาด จนกระทั่งความกลัวจับใจพุ่งเข้าชนเต็มอก สติที่กระเจิดกระเจิงจึงถูกดึงกลับมา เธอรีบตั้งสติ ละทิ้งทุกอย่างตรงหน้า ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าสะพายแล้ววิ่งลงมาจากชั้นบนของห้องไม่เสียเวลาคิด
สองเท้าก้าวฉับด้วยความเร่งรีบ วินาทีนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตของแม่ เธอควักโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาพ่อ เพื่อยืนยันโรงพยาบาลปลายทาง
“ดาว เกิดอะไรขึ้น” รวินทร์เห็นท่าทางร้อนรนของเนตรดาว เขาก็รีบตรงเข้ามาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง
“แม่ของดาวค่ะพี่วิน แม่ดาวไม่สบายหนัก ตอนนี้พ่อกำลังพาไปที่โรงพยาบาล ดาวต้องกลับไป”
“พี่พากลับเอง”
รวินทร์คว้ามือของเนตรดาวมาจับไว้ เขาค่อย ๆ พาเธอเดินมาที่รถ จุดหมายปลายทางคือโรงพยาบาลที่แม่ของเนตรดาวเข้ารักษา
“ฮึก” เนตรดาวร้องไห้ด้วยความหวาดหวั่น
“ไม่มีอะไรหรอก คุณแม่ต้องปลอดภัย”
“จริงเหรอคะ แม่ดาวป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อาการทรุดลงทุกวัน ถ้ารู้แบบนี้ดาวคงไม่กล้าที่จะมาไกลจากท่านแบบนี้ ดาวควรอยู่ดูแลท่าน ฮือ ฮือ”
“อย่าโทษตัวเองสิครับ เรื่องนี้ไม่มีใครโทษดาว”
“ดาวยังไม่ได้ตอบแทนบุญคุณที่แม่เลี้ยงดูดาวมาเลย ฮึก พี่วินรู้มั้ยคะว่าแม่ของดาวเหนื่อยมากแค่ไหน กว่าดาวจะโตมาได้ แม่ต้องทนเจ็บปวดมากเท่าไหร่”
“ดาวเล่าให้พี่ฟังได้นะครับ”
รวินทร์คิดว่าหากเนตรดาวได้ระบายความรู้สึกออกมาอาจจะทำให้เธอลืมความเป็นห่วง กังวลใจเรื่องของแม่ไปได้ชั่วขณะ เขาจึงขอให้เธอเล่าเรื่องราวของครอบครัวให้เขาฟัง