ตีสนิท
ตีสนิท
"จะเอาจริงเหรอเลิฟ อย่าเลยนะ" พิมพ์กานต์ร้อนใจขึ้นมาทันทีหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากเพื่อนสนิท
"ถ้าเกิดพลาดพลั้งขึ้นมามันจะไม่คุ้มกันนะ พวกเรายังเด็กกันอยู่เลย รอพี่วินกลับมาจากอเมกาก่อนแล้วค่อยหาทางกันใหม่ดีไหม"
"ไม่ได้หรอกพิมพ์ เรื่องนี้เลิฟบอกใครไม่ได้เลย" รักตาภาสบตาเพื่อนด้วยนัยน์ตาไหวระริก ทว่าซ่อนความเด็ดเดี่ยวไว้อย่างเต็มเปี่ยม
"ทุกคนเอาแต่บอกให้เลิฟตั้งใจเรียน ไม่อยากให้เข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ แต่พิมพ์ นั่นแม่เรานะ รู้ทั้งรู้ว่าแม่ต้องมาตายแบบนี้ จะให้เรานั่งอยู่นิ่งๆ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ยังไง"
"แต่พี่วินเขาก็รับปากแล้วนี่ว่าจะช่วยจัดการเรื่องนี้ให้"
"แต่ถ้ามันมีอีกทางที่จะช่วยให้เราเข้าใกล้ความจริงได้เร็วขึ้น ทำไมเราถึงต้องปล่อยให้มันหลุดมือไปด้วยล่ะ"
พิมพ์กานต์มองหน้าเพื่อนรักแล้วถอนหายใจ เธอเข้าใจความเจ็บปวดของรักตาภาดี แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้
"ประวัติผู้ชายคนนี้ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าอันตรายแค่ไหน พวกเราตามเกมคนแบบนั้นไม่ทันหรอกเลิฟ"
"เราก็ใช้ความเป็นเด็กของเรานี่แหละให้เป็นประโยชน์" รักตาภาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่
"อาร์มมันต้องรู้จักเลิฟอยู่แล้ว มีหรือที่เนตรดาวจะไม่เล่าเรื่องเลิฟให้ฟัง แต่เลิฟแค่อยากลองเสี่ยงดู"
"เฮ้อ..." พิมพ์กานต์ถอนหายใจยาวอย่างคนหมดทาง
"งั้นถ้าไม่ยอมบอกพี่วิน อย่างน้อยขอพิมพ์บอกพี่ภูมิให้ช่วยคอยดูอยู่ห่างๆ ได้ไหม"
รักตาภานิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้ารับ
"ก็ได้"
"เพื่อนพี่ภูมิเคลียร์ทางให้แล้ว เราเข้าไปได้" พิมพ์กานต์หันมาบอกเพื่อนรักด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
คืนนี้ ทั้งสองคนตัดสินใจเดินทางมายังผับ สถานที่ที่อาร์มมักจะมาใช้เวลาสังสรรค์อยู่เป็นประจำ เมื่อก้าวเท้าเข้ามาข้างใน รักตาภาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า เธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องหาทางเข้าหาอาร์มให้ได้ ผู้ชายเจ้าชู้แพรวพราวอย่างเขา เมื่อเห็นเหยื่อสาวหน้าตาดีเข้ามาในถิ่น ย่อมอดใจไม่ไหวที่จะเข้ามาทักทายอยู่แล้ว
"เรานั่งโต๊ะนี้แหละ พวกพี่ภูมินั่งคุมเชิงอยู่โต๊ะข้างหลังเรานี่เอง มีอะไรจะได้ช่วยกันทันท่วงที" พิมพ์กานต์กระซิบเพื่อนเบาๆ
"อืม" รักตาภากวาดสายตามองไปรอบร้าน
ทว่ายังไม่ทันได้เริ่มแผนการ เสียงทุ้มเจือความเจ้าชู้ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"เพิ่งมาเหรอครับคนสวย"
ทุกอย่างเป็นไปตามคาด เพราะทุกย่างก้าวและการเคลื่อนไหวของรักตาภากับพิมพ์กานต์ตกอยู่ภายใต้สายตาของอาร์มตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาในร้านแล้ว ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร อาร์มก็จดจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ ยิ่งรู้ว่าเธอคือน้องสาวของเนตรดาว แถมยังพกพาความสวยใสบริสุทธิ์ที่แตกต่างจากบรรดาผู้หญิงจัดจ้านคนก่อนๆ ของเขาโดยสิ้นเชิง มันก็ยิ่งปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวเขาให้พุ่งพล่านและอยากเข้าหามากกว่าเดิมหลายเท่า
"..." รักตาภานิ่งเงียบ ไม่ยอมตอบในทันที
"หืม หยิ่งเสียด้วย" อาร์มเลิกคิ้ว ยิ้มกวนๆ อย่างถือดี
"พอดีเพื่อนหนูมีเรื่องไม่สบายใจน่ะค่ะ เลยตั้งใจพามาปลดปล่อย" พิมพ์กานต์รีบเสนอหน้ารับบทพูดแทนเพื่อไม่ให้เปิดช่องโหว่
"พวกเราเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก พี่อย่าไปบอกใครนะคะ ถ้าหนูจะบอกว่า จริงๆ แล้วอายุพวกเรายังไม่ถึงเกณฑ์ที่จะเข้ามาในสถานที่แบบนี้ด้วยซ้ำ"
"เด็กมัธยมงั้นเหรอ ว้าว น่าสนใจดีนี่" อาร์มแสร้งทำเป็นอุทานด้วยความแปลกใจ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าพวกเธอเป็นใคร แต่เขาก็เลือกที่จะตีเนียนตามน้ำไปก่อน
"คิดถูกแล้วครับคนสวย มาเที่ยวสถานที่แบบนี้ ขยับตัวเต้นมันส์ๆ จิบเครื่องดื่มเบาๆ เรื่องหนักอกหนักใจอะไรก็ลืมไปหมดเองนั่นแหละ"
"จริงเหรอคะพี่" พิมพ์กานต์ทำทีเป็นตาโตอย่างไร้เดียงสา
"พอดีเพื่อนหนูเพิ่งเสียแม่ไปน่ะค่ะ ถ้างั้น พี่มานั่งดื่มเป็นเพื่อนพวกเราหน่อยสิคะ จะได้ช่วยสอนพวกเราด้วย"
"ไม่มีปัญหาเลยครับน้อง ด้วยความยินดีอย่างยิ่ง" อาร์มเหยียดยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะถือวิสาสะขยับเข้ามานั่งข้างๆ ทันที