ความห่วงใย
ความห่วงใย
"ขอบคุณมากเลยนะคะ หนูจะไม่สร้างความลำบากใจให้ทุกคนในบ้านหลังนี้เลยค่ะ" เนตรดาวเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวาน ให้คำสัญญาอย่างว่าง่าย
"จ้ะ" สรัญญาพยายามฝืนยิ้มตอบ เพราะไม่อยากให้ท่าทีของเธอทำให้เด็กสาวรู้สึกเหมือนไม่ได้รับการต้อนรับ
"ผมให้ดาวพักห้องตรงข้ามกับยัยเลิฟ" ภพธรโพล่งขึ้นมาเสียงเรียบ
"ค่ะ" สรัญญารับคำสั้นๆ รับรู้ถึงความตั้งใจของสามี
"แล้วน้องจะว่าอะไรดาวไหมคะ" เนตรดาวถามด้วยน้ำเสียงแฝงความกังวลอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว
"ไม่หรอกจ้ะ ตอนนี้น้าให้น้องไปพักผ่อนก่อน เพราะวันก่อนแกไม่สบาย แถมเดินทางกลับมาเหนื่อยๆ เพลียมาก ส่วนเรื่องที่หนูกังวล เดี๋ยวน้าจะพูดกับน้องเอง ไม่ต้องคิดมากนะ"
"แบบนี้ดาวก็สบายใจขึ้นมากเลยค่ะ"
"งั้นน้าขอตัวก่อนนะ"
"ค่ะคุณน้า"
เนตรดาวและภพธรมองตามแผ่นหลังของสรัญญาที่เดินขึ้นชั้นบนไป เมื่อลับสายตา สองพ่อลูกก็หันกลับมาสบตากัน
"บ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านของดาวเหมือนกัน ไม่ต้องกลัวหรือคิดมากอะไรทั้งนั้น ต่อไปนี้ พ่อจะคอยปกป้องดาวเอง"
"ค่ะพ่อ" เนตรดาวส่งยิ้มรับ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ
"กลับมากันแล้วเหรอครับ"
รวินทร์เดินตรงเข้ามารับกระเป๋าเดินทางในมือผู้เป็นแม่ด้วยความใส่ใจ
"น่าแปลกจริงที่คุณลูกชายยอมอยู่ติดบ้านได้นะเนี่ย จริงไหมคะคุณ" รสรินเย้าลูกชายพลางหันไปพูดกับสามีด้วยรอยยิ้ม
"น้ายากับเลิฟ รู้เรื่องที่แม่ของดาวเสียชีวิตแล้วใช่ไหมครับ" รวินทร์เอ่ยถามขึ้นมา
"รู้แล้วล่ะ" รสรินตอบเรียบๆ
"แล้ว... เรื่องที่ดาวย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านล่ะครับ"
"ฮะ!! แกว่ายังไงนะตาวิน" รสรินรู้สึกตกใจ
"คุณภพพาลูกสาวคนนั้นกลับเข้าบ้านแล้วเหรอ"
"ครับ เข้าไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว น้าภพเขาเป็นห่วงดาว ไหนจะต้องจัดการเรื่องงานศพ ไหนจะถ้ากลับบ้านไปก็ไม่มีใครอยู่ด้วยอีก ถ้ารับกลับมาอยู่บ้านหลังใหญ่ ก็ยังมีคนคอยช่วยดูแล"
"ป่านนี้ยัยยากับหนูเลิฟจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้" รสรินถอนหายใจยาวไม่ได้สนใจเหตุผลของภพธรแม้แต่น้อย ความวิตกกังวลทั้งหมดจดจ่ออยู่ที่เพื่อนรักและหลานสาวเท่านั้น
"เราไปหาที่บ้านกันดีไหมคะคุณ หนูเลิฟก็ยังไม่หายป่วยดีเลย มาเจอแบบนี้แกคงจะเสียใจมากแน่ๆ"
คำว่าไม่สบายของรักตาภา สะดุดใจรวินทร์เข้าอย่างจัง ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความกังวลขึ้นมาทันที
"เลิฟไม่สบายเหรอครับแม่ น้องเป็นอะไรมากหรือเปล่า"
"แล้วแกใส่ใจด้วยเหรอ" รสรินตัดพ้อเสียงแข็ง
"คุณ..." อัคเดชรีบเอ็ดปรามภรรยาเบาๆ ไม่อยากให้บรรยากาศระหว่างแม่ลูกต้องขุ่นมัวไปมากกว่านี้
"ก็ดูลูกชายคุณสิ" รสรินว่าพลางสะบัดหน้าหนี
"ผมขอโทษครับ ถ้าสิ่งที่ผมทำมันทำให้แม่ไม่พอใจ" รวินทร์ก้มหน้าเอ่ยเสียงแผ่ว
"ไม่ได้ดั่งใจสักอย่างเลยจริงๆ" รสรินบ่นอุบอิบ
"โทรไปถามไถ่ก่อนก็พอแล้วมั้งคุณ ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ถ้าพวกเราดั้นด้นไปกันตอนนี้จะกลายเป็นการรบกวนบ้านนั้นเขาเปล่าๆ" อัคเดชเสนอทางออกอย่างใจเย็น
"งั้นฉันขอตัวไปโทรคุยกับยาก่อนนะคะ"
เมื่อร่างของรสรินคล้อยหลังเดินแยกออกไป อัคเดชก็หันมามองลูกชายที่ยืนทำสีหน้าเครียดขรึมอยู่
"อย่าคิดมากเลยนะตาวิน" อัคเดชตบบ่าลูกชายเบาๆ ด้วยความเข้าใจ
"แม่เขากับน้ายาเป็นเพื่อนรักกัน ส่วนหนูเลิฟ แม่เขาก็เห็นและเอ็นดูมาตั้งแต่ยังเล็กๆ การที่แม่เขาจะห่วงใยทั้งสองมากมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าลูกมั่นใจว่าคนที่ลูกเลือกเป็นคนดี และคู่ควรกับความรักของลูก พ่อกับแม่ก็คงไม่ขัดขวางหรอก"
"แล้ว... เลิฟไม่สบายมากไหมครับพ่อ" รวินทร์ยังคงเอ่ยถามถึงรักตาภาอีกครั้ง สายตาฉายแววห่วงใยอย่างปิดไม่มิด
"แค่เวียนหัวมีไข้สูงน่ะ แต่อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว คงเพราะอากาศเปลี่ยนด้วยนั่นแหละ"