ทักทาย
ทักทาย
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีครับ"
"ไม่มีอะไรหรอก นี่ก็ดึกมากแล้ว เดี๋ยวพ่อจะขึ้นไปดูแม่ก่อน"
"ครับ"
หลังจากที่แยกตัวขึ้นมาบนห้องแล้ว รสรินก็รีบต่อสายหาสรัญญาด้วยความห่วงใย ถามไถ่เรื่องราวเรื่องที่ได้รับรู้มาทันที ซึ่งสรัญญาก็พร้อมเล่าให้ฟังอย่างไม่มีอะไรให้ต้องปิดบัง
"โอเคจริง ๆ นะยา"
"จริงสิ สักวันเรื่องนี้มันก็ต้องเกิด เราทำใจไว้บ้างแล้ว อีกอย่างเด็กคนนั้นก็ไม่ได้ผิดอะไร" น้ำเสียงของสรัญญาเต็มไปด้วยความเข้าใจและยอมรับ
"ถ้ามีอะไรต้องบอกกันนะ จำไว้ว่าเราอยู่ข้างยาเสมอ และจะเป็นแบบนี้ตลอดไป" รสรินเอ่ยด้วยความรักและเป็นห่วง เธออยากให้เพื่อนรู้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สรัญญายังคงมีเธอคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
เมื่อกดวางสาย สรัญญาก็เดินออกจากห้องเพื่อไปหารักตาภา ไม่รู้ว่าป่านนี้ลูกสาวของเธอจะกำลังคิดมากแค่ไหน
“ก๊อก ก๊อก”
เพียงไม่นาน รักตาภาก็เดินมาเปิดประตู ร่องรอยคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่สวย คล้ายเข็มเล่มเล็กที่แทงลงกลางหัวใจของคนเป็นแม่
"แม่มีเรื่องอยากคุยด้วยหน่อยจ้ะเลิฟ"
"ค่ะ" แม้จะพยายามเข้มแข็งเพียงใด แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับแผ่วเบาจนจับใจ
"เลิฟคงรู้แล้วใช่ไหมลูก เรื่องที่ลูกสาวอีกคนของพ่อย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านเรา"
รักตาภาพยักหน้ารับเงียบๆ
"ไม่เป็นไรนะลูก พี่เขาเสียแม่ไปแล้ว ในเมื่อพ่อเป็นพ่อ เขาก็ต้องรับผิดชอบดูแลต่อ"
"แล้วแม่... ไม่เสียใจเหรอคะ"
"แม่ชินกับเรื่องพวกนี้แล้วล่ะ แต่ถ้าจะเสียใจ คงเสียใจที่แม่ปกป้องเลิฟไม่ได้ ทำให้เลิฟต้องมาเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้ไปด้วย"
"เลิฟทนได้ค่ะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเลิฟนะ" เด็กสาวรีบเอ่ย ยืนยันหนักแน่นด้วยไม่อยากให้แม่ต้องแบกรับความห่วงใยไปมากกว่านี้
"สักวันนะลูก สักวันที่แม่เข้มแข็งได้มากกว่านี้ แม่จะกล้าตัดสินใจ" สรัญญาบอกกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ค่ะแม่"
สองแม่ลูกตระกองกอดกันไว้แน่น ถ่ายทอดความรักและความเข้าใจผ่านอ้อมกอดที่อบอุ่น เพื่อเป็นพลังให้กันและกันในวันที่ยากลำบาก
แม้จะเอ่ยคำปลอบประโลมให้แม่สบายใจ แต่รักตาภาที่รู้เรื่องราวทั้งหมดกลับไม่อาจซ่อนความขมขื่นในอกได้เลย
พี่สาวที่เธอรับรู้การมีอยู่มาโดยตลอด แต่กลับไม่เคยได้พบหน้ากันแม้เพียงครั้งเดียว มาวันนี้ นอกจากอีกฝ่ายจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน ในฐานะลูกสาวของพ่ออีกคนแล้ว เธอคนนั้นยังเป็นผู้หญิงคนที่ รวินทร์ มอบหัวใจให้ พร้อมประกาศคบหาอย่างไม่ซ่อนเร้น คำว่า 'เรา' ระหว่างเธอกับรวินทร์ นับต่อจากนี้ คงไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้ว
"สวัสดีจ้ะ"
ทันทีที่เปิดประตูห้องออกมา รักตาภาก็ต้องเผชิญหน้ากับเนตรดาวที่ยืนยิ้มต้อนรับอย่างมีเลศนัย
"ค่ะ" รักตาภาตัดบทสั้นเรียบ ไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับคนที่หัวใจเธอยังไม่พร้อมยอมรับในฐานะพี่สาว เด็กสาวทำท่าจะเดินผ่านไป แต่เนตรดาวกลับก้าวตามติดอย่างไม่ยอมลดละ
"น้องเลิฟรู้แล้วใช่ไหมคะว่าพี่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ถาวร"
เมื่อเห็นรักตาภาทำเป็นไม่สนใจ เนตรดาวจึงเริ่มงัดไม้เด็ดออกมายั่วยุด้วยน้ำเสียงเหนือกว่า
"พี่เพิ่งรู้นะคะว่าพี่วินรู้จักกับครอบครัวเรา แถมดูเหมือนจะสนิทกับน้องเลิฟมากด้วย อ้อ!! ตอนนี้เราสองคนกำลังคบกันอยู่นะคะ"
คำว่า 'พี่วิน' ทำเอาเท้าของรักตาภาชะงักนิ่งไปครู่หนึ่ง
“พี่วิน…"
"ขอโทษนะคะ" รักตาภาหมุนตัวกลับมาสบตาตรงๆ พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"เรื่องส่วนตัวของคุณ ไม่จำเป็นต้องเอามาเล่าให้เลิฟฟังหรอกค่ะ การที่คุณย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน ไม่ได้หมายความว่าเราสนิทกันมากพอจะคุยเรื่องแบบนี้ได้"
"น้องเลิฟหมายความว่ายังไงคะ" เนตรดาวเลิกคิ้วถามรักตาภาอย่างท้าทายและต้องการคำตอบ
"หมายความว่าต่างคนต่างอยู่... อย่ามายุ่งเกี่ยวกันค่ะ"
สำหรับเธอคำว่าครอบครัวไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ร่วมกับเนตรดาวได้เลย ผู้หญิงที่เป็นลูกสาวของคนคนที่เคยเข้ามาแย่งชิงความรักทั้งหมดของพ่อไปจากเธอกับแม่จะให้ทนยอมรับได้อย่างไร