อากาศที่พยายามไม่สนใจ
อากาศที่พยายามไม่สนใจ
รักตาภาปฏิเสธที่จะร่วมโต๊ะอาหารกับพ่อและเนตรดาว เพราะรู้ดีว่าคงทนมองภาพความรักความเมตตาที่พ่อมีต่อเนตรดาวไม่ไหว เธอจึงหลีกเลี่ยงด้วยการเดินตรงไปยังรถของบ้าน
ทว่าบริเวณหน้าบ้านกลับพบรวินทร์ที่ตั้งใจมารับเนตรดาวเพื่อไปเรียนมหาวิทยาลัยพร้อมกัน และหวังจะได้คุยกับรักตาภาด้วย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยทัก รักตาภาก็เดินสวนผ่านไปอย่างเฉยชา
"เดี๋ยวสิเลิฟ พี่มีเรื่องอยากคุยด้วย พอจะมีเวลาให้พี่ไหม"
รักตาภาหลุบสายตามองมือที่รั้งแขนเธอไว้ รวินทร์ชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแววตาอันว่างเปล่า สายตาเย็นชาที่เขาไม่เคยได้รับจากเธอเลยสักครั้ง
"เลิฟมีงานต้องรีบทำส่งครู ไว้ วันหลัง แล้วกันนะคะ"
เธอแกะมือเขาออกอย่างนุ่มนวลทว่าเด็ดขาด ก่อนก้าวขึ้นรถแล้วเบือนหน้ามองไปทางอื่น โดยไม่สนใจรวินทร์ที่ยังคงยืนมองตามด้วยความรู้สึกค้างคา
"พี่วิน"
เสียงหวานของเนตรดาวดังขึ้น เธอเดินเข้ามาหาเขาหลังจากเห็นเหตุการณ์ระหว่างรวินทร์กับรักตาภาเต็มสองตา ทว่ากลับแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
"ทานข้าวก่อนไหมคะ วันนี้ดาวลงครัวทำข้าวต้มปลาไว้ให้คุณพ่อด้วย" เธอเอ่ยอ้างอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งที่ความจริงไม่ได้หยิบจับอะไรเลยสักนิด
"ไม่ดีกว่าครับ พี่ดื่มกาแฟมาจากบ้านแล้ว"
"งั้นเราไปมหาวิทยาลัยกันเลยนะคะ"
"ครับ" รวินทร์ขยับไปเปิดประตูรถให้เธอตามมารยาท
ทว่าตลอดเส้นทาง ความสงสัยเกี่ยวกับเรื่องเมื่อวานก็ยังคงค้างคาอยู่ในใจ เขาจึงตัดสินใจเอ่ยถามเนตรดาวออกไป
"เมื่อวานเป็นอย่างไรบ้างครับ"
"เรื่องที่ดาวเข้าไปอยู่ในบ้านน่ะเหรอคะ" เนตรดาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสลด
"ก็คงต้องใช้เวลาค่ะ จะให้ทั้งคุณน้ากับน้องยอมรับดาวคงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดาวก็จะพยายามค่ะ"
"น้ายาเป็นคนใจดี ส่วนเลิฟ ถ้าดาวแสดงให้น้องเห็นว่าเราตั้งใจจะเป็นพี่ที่ดีและอยากเป็นครอบครัวเดียวกัน สักวันเลิฟคงเข้าใจ" รวินทร์ช่วยปลอบ ทั้งที่พอพูดถึงรักตาภา ภาพสายตาว่างเปล่าที่เธอใช้มองเขาเมื่อครู่ก็ซ้อนทับเข้ามาจนต้องแอบถอนหายใจ
"ค่ะ ดูเหมือนพี่วินจะสนิทกับน้องมากเลยนะคะ"
"เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ แม่พี่กับน้ายาก็เป็นเพื่อนรักกัน"
"แบบนี้นี่เอง ฟังแล้วดาวเริ่มอิจฉาน้องขึ้นมาแล้วสิคะ ดาวเองก็อยากสนิทและรู้จักพี่วินให้มากกว่านี้เหมือนกัน"
คำพูดออดอ้อนนั้นทำให้รวินทร์ละมือข้างหนึ่งจากพวงมาลัยมากุมมือเธอไว้
"ตอนนี้ดาวก็เป็นคนที่สนิทกับพี่ที่สุดแล้วครับ"
"เลิฟ... มีเรื่องไม่สบายใจหรือเปล่า"
พิมพ์กานต์เอ่ยถามด้วยความห่วงใย เธอสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักดูเหม่อลอยและซึมไปตั้งแต่เริ่มคาบเรียนช่วงเช้า
"มีเรื่องที่บ้านน่ะ ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงดี"
"เล่าให้ฟังได้นะ เราพร้อมรับฟังเสมอ" พิมพ์กานต์ส่งยิ้มบางๆ ให้กำลังใจ แม้จะยังไม่ได้ฟังเรื่องราว แต่ก็พอเดาได้ว่าคงหนีไม่พ้นปัญหาภายในครอบครัวที่อีกฝ่ายมักเก็บไว้คนเดียว
รักตาภามองสบตาเพื่อน ความอบอุ่นและจริงใจนั้นทำให้เธอตัดสินใจเปิดใจ เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้พิมพ์กานต์ฟัง
"ทำไมพี่วินทำแบบนี้ เสียแรงที่เธอทั้งรักทั้งเคารพมาตั้งนาน"
พิมพ์กานต์เอ่ยขึ้นอย่างอดสู้อย่างไม่พอใจแทนเพื่อน เพราะเธอรู้ดียิ่งกว่าใครว่ารักตาภารู้สึกอย่างไรกับรวินทร์
"กับผู้หญิงคนนั้น ถ้าเธอเข้ามาอยู่ในบ้าน เรายังพอหลับตาข้างหนึ่ง มองทุกอย่างเป็นแค่อากาศธาตุได้" รักตาภาเค่นยิ้มขื่น แววตาสั่นระริกด้วยความอัดอั้น
"แต่เราแค่ไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เราอาจจะมีอคติไปเองก็ได้ที่ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ทำอะไรให้แม่เราต้องเสียใจ ส่วนเรื่องพี่วิน เราคงไปห้ามความรู้สึกของใครไม่ได้หรอก"
เพียงแค่พูดออกมา น้ำตาก็แทบจะร่วง พร้อมกับความรู้สึกจุกแน่นที่กลางอก คนที่เธอเคยเชื่อใจที่สุด คนที่เธอรักหมดหัวใจ บัดนี้เขากลับเลือกยืนอยู่ข้างผู้หญิงที่เข้ามาฝากบาดแผลไว้ในชีวิตเธอ