เที่ยว
เที่ยว
“เลิฟ วันนี้ไปดูหนังกัน หาอะไรสนุกๆ ทำแก้เครียดดีกว่า เดี๋ยวพี่ภูมิจะมารับ เราให้พี่ภูมิพาไป”
พิมพ์กานต์เอ่ยชวนรักตาภาด้วยความหวังดี เธออยากให้เพื่อนสนิทได้ออกไปผ่อนคลายเสียบ้าง
“เดี๋ยวเราโทรหาแม่ก่อนนะ”
“อืม ได้สิ”
อันที่จริงรักตาภาเองก็ยังไม่อยากกลับบ้าน เธอต้องการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับเนตรดาวและภพธรอยู่แล้ว การได้ออกไปเที่ยวผ่อนคลายกับเพื่อนจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้
“แม่คะ วันนี้พิมพ์ชวนเลิฟไปดูหนัง คงกลับค่ำๆ หน่อย แม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ พี่ชายของพิมพ์ไปด้วย”
“ได้สิลูก ออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกบ้างก็ดีเหมือนกัน”
สรัญญาตอบกลับอย่างไม่ขัด คนเป็นแม่มีหรือจะไม่รู้ว่าลูกสาวกำลังพยายามเลี่ยงการเจอหน้าคนในบ้านอยู่
“พี่ภูมิมาแล้ว ไปกันเร็ว” พิมพ์กานต์จูงมือรักตาภาพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปหาภูมิพัฒน์
“สวัสดีค่ะพี่ภูมิ”
รักตาภายกมือไหว้พลางส่งยิ้มให้ เธอรู้จักเขาในฐานะพี่ชายของเพื่อนสนิทมานานจนคุ้นเคยกันดี บ่อยครั้งที่เธอมักจะเอ่ยปากขอคำแนะนำหรือขอแนวข้อสอบเรื่องการเรียนจากเขา เพราะภูมิพัฒน์เป็นถึงคุณหมอหนุ่มที่มีทั้งความรู้และใจดีกับเธอเสมอ
“สวัสดีครับ ขึ้นรถกันเลยดีกว่า วันนี้พี่รับหน้าที่เป็นโชเฟอร์พาเที่ยวเอง” ภูมิพัฒน์ส่งยิ้มอบอุ่นอย่างเป็นกันเองให้คนตรงหน้า
“อะแฮ่ม!! มองนานไปแล้วนะพี่ภูมิ ออกรถได้แล้วค่ะ!”
พิมพ์กานต์เอ่ยแซวพี่ชายทันที เธอรู้ดีว่าพี่ชายแอบชอบเพื่อนสาวคนนี้มานานแล้ว เพียงแต่รักตาภามีคนในใจอยู่แล้ว และเธอก็มักจะขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์กับภูมิพัฒน์ไว้อย่างชัดเจนเสมอ
“วันนี้อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันนะคะพี่วิน นะคะ” เนตรดาวเอ่ยชวนพร้อมส่งสายตาอ้อนวอน
“ก็ได้ครับ งั้นพี่รบกวนด้วยนะ”
รวินทร์ตอบรับ อันที่จริงเขาต้องการอยู่ต่อเพื่อหาโอกาสคุยกับสรัญญาและรอพบรักตาภาให้เข้าใจ
“กลับมาแล้วค่ะ สวัสดีค่ะคุณน้า”
เนตรดาวปั้นยิ้มทักทายสรัญญาที่กำลังนั่งถักผ้าพันคออยู่บนโซฟาในห้องรับแขก
“สวัสดีครับน้ายา” รวินทร์ยกมือไหว้ทักทายอย่างคุ้นเคย
“จ้ะ สวัสดีจ้ะ” สรัญญาส่งยิ้มเป็นมิตรกลับมาให้
“วันนี้ผมขอฝากท้องด้วยสักวันนะครับ”
“ได้สิลูก”
“งั้นดาวขอตัวเอาของไปเก็บ บนห้องสักครู่นะคะ”
คล้อยหลังเนตรดาวที่เดินขึ้นชั้นบนไป รวินทร์ก็กวาดสายตามองหาใครบางคนทันที ทั้งที่เลยเวลาเลิกเรียนมาพักใหญ่แล้วแต่กลับยังไม่เห็นร่องรอยของเธอ
“เลิฟยังไม่กลับเหรอครับน้ายา”
“ยังหรอกจ้ะ วันนี้ขอน้าไปดูหนังกับเพื่อน”
“เพื่อน... น้องพิมพ์เหรอครับ”
รวินทร์ขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจและเป็นห่วง เพราะปกติแล้วหากจะออกไปเที่ยวค่ำมืดแบบนี้ รักตาภามักจะไปกับเขาคนเดียวเท่านั้น
“ใช่จ้ะ เห็นว่าไม่ได้ไปกันแค่สองคนนะ มีพี่ชายของหนูพิมพ์ไปด้วย”
พอนึกถึง ‘พี่ชายของพิมพ์กานต์’ ใบหน้าของภูมิพัฒน์ก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที รวินทร์เคยเจอเขาบ่อยๆ เวลามารับส่งพิมพ์กานต์ และเขาก็จดจำสายตาที่ภูมิพัฒน์ใช้มองรักตาภาได้เป็นอย่างดี ความรู้สึกหนักอึ้งและหงุดหงิดแล่นก่อตัวขึ้นในอกอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“มีอะไรให้ดาวช่วยไหมคะ” เนตรดาวเดินเข้ามาในครัวด้วยท่าทีนอบน้อม
“ไม่มีหรอกจ้ะ หนูไปอยู่เป็นเพื่อนตาวินเถอะ” สรัญญาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“งั้น... ก็ได้ค่ะ” เนตรดาวรับคำ ก่อนจะเดินออกไป
“เสียดายจังเลยนะคะที่คุณเลิฟไม่อยู่ อุตส่าห์ทำแต่ของโปรดคุณเลิฟทั้งนั้นเลย” จวง เอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้
“อย่าพูดแบบนั้นสิจวง เดี๋ยวหนูดาวจะน้อยใจเอา” สรัญญารีบปราม ไม่อยากให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำภายในบ้าน
“ทั้งหนูดาวทั้งน้องเลิฟก็เท่าเทียมกัน เป็นลูกของคุณภพทั้งคู่ ฉันไม่อยากให้หนูดาวต้องอึดอัดใจ หรือคิดมากว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก”
“โถ คุณยา ทำไมถึงเป็นแม่พระขนาดนี้นะคะ”
ป้าจวงมองสรัญญาพลางถอนหายใจด้วยความเป็นห่วง ความดีในจิตใจของสรัญญา บางครั้งก็น่ากลัวว่าจะนำพาความลำบากมาให้ตัวสรัญญาเองในวันข้างหน้า
“เอาเถอะจ้ะ ไม่เป็นไรหรอก มัวแต่คุยเดี๋ยวจะเลยเวลาอาหารเย็นกันพอดี ช่วยกันยกไปจัดโต๊ะได้แล้ว”
“ค่ะคุณยา” ทั้งจวงและแย้มรับคำพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มหยิบจับจานชามไปจัดวางตามคำสั่ง