เลือกแล้วที่จะไม่อยู่
เลือกแล้วที่จะไม่อยู่
"สนุกไหมครับน้องเลิฟ" ภูมิพัฒน์เอ่ยถาม ชวนคุยด้วยหวังจะทลายกำแพงและขยับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
"สนุกดีค่ะ" รักตาภาตอบตามตรง
"สนุกก็ดีแล้ว เราอยากให้เลิฟได้พักผ่อนบ้าง วันไหนพี่ภูมิว่าง เราไปเที่ยวทะเลกันดีไหม" พิมพ์กานต์ช่วยพูดหนุน หากว่ารวินทร์ไม่ทำร้ายความรู้สึกของรักตาภาจนเธอที่เป็นเพื่อนรับไม่ได้ เธอก็คงไม่หาช่องทางเปิดโอกาสให้พี่ชายของเธอผู้ซึ่งมีใจให้รักตาภาอยู่แล้วได้เข้ามาทำคะแนนแบบนี้
"ได้สิ แต่เราขอชวนแม่ไปด้วยนะ" รักตาภาเอ่ยอย่างสนใจ หากได้ไปเที่ยวรับอากาศบริสุทธิ์ ชะล้างความเหนื่อยล้าตรึงเครียดด้วยน้ำทะเลสีสวย เรื่องหนักใจที่แม่แบกไว้อาจจะเบาบางลงบ้าง
"อืม พี่ภูมิก็รีบว่างให้ไวเลยนะ พิมพ์กับเลิฟรออยู่" พิมพ์กานต์หันไปส่งสายตาเชิงบังคับพี่ชาย
"โอเคเลย พี่จะรีบหาเวลาว่าง แล้วรับหน้าที่ดูแลทั้งสองคนรวมถึงคุณแม่น้องเลิฟตลอดทริปเองครับ"
"ขอบคุณล่วงหน้านะคะพี่ภูมิ" รักตาภาเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้ม
วันนี้ภูมิพัฒน์รับหน้าที่เป็นสารถี พาสองสาวไปทานอาหารร้านโปรดในห้างสรรพสินค้า ก่อนจะขับรถมาส่งรักตาภาถึงบ้าน
"ขอบคุณนะคะพี่ภูมิ ขอบใจพิมพ์ด้วยเหมือนกัน วันนี้เราสบายใจขึ้นมากเลย" เธอรู้ดีว่าเพื่อนตั้งใจหาทางช่วยให้เธอคลายกังวลมากเพียงใด
"ด้วยความเต็มใจครับ" ชายหนุ่มส่งยิ้มให้รักตาภา สายตาเปิดเผยความรู้สึกในใจอย่างชัดเจน
รักตาภาโบกมือส่งเพื่อนและพี่ชายของเพื่อน พอกำลังจะก้าวเข้าบ้าน สายตาก็ปะทะเข้ากับรถของรวินทร์ที่ยังจอดสนิท คงมาหาเนตรดาวที่เป็นคนรักของเขานั่นแหละ
"เลิฟ" เสียงทุ้มคุ้นเคยเอ่ยเรียกไว้
"คะ"
"ทำไมกลับเอาป่านนี้" คำถามที่ฟังอย่างไรก็เป็นการบังคับให้บอกมากกว่า
"เลิฟไปดูหนังกับพิมพ์มาค่ะ แล้วพี่วินล่ะคะ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก"
"พี่รอคุยด้วย" รวินทร์บอก
"เลิฟบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอคะว่าไว้คุยกันวันหลัง" เธอจ้องหน้าเขาด้วยสายตาตัดพ้อ นึกในใจว่าตัวเองย้ำชัดเจนดีแล้ว เพราะเวลานี้เธอไม่ได้พร้อมจะคุยกับเขาเลยสักนิด
"ก็ได้ พี่จะรอวันที่เลิฟพร้อม" รวินทร์ยอมถอยก้าวหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงดุ
"แต่เรื่องที่เลิฟออกไปข้างนอก แล้วกลับดึกดื่นแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ"
"พี่วินคะ เลิฟโตแล้ว" รักตาภาตอบกลับทันควัน นัยน์ตาฉายแววไม่พอใจ
"เลิฟขออนุญาตแม่แล้ว แล้วก็ไม่ได้ทำอะไรโดยไร้สติหรือไม่มีเหตุผลด้วย" เขาจะมองว่าเธอเป็นเด็กที่ต้องมีเขาคอยชี้นำตลอดไปไม่ได้อีกแล้ว
"พี่รู้ว่าเลิฟโตแล้ว แต่ที่พูดเพราะพี่หวังดี..."
"ไม่ต้องหรอกค่ะ" เธอตัดบทเสียงเรียบเย็น
"นับตั้งแต่วันที่พี่วินเลือก ระยะห่างระหว่างเรามันก็เพิ่มมากขึ้นเกินกว่าที่พี่จะมาหวังดีแบบนี้แล้ว" รักตาภากำลังหมายถึงว่าการที่รวินทร์เลือกเนตรดาว มันก็ทำให้ระหว่างเธอกับเขามันไม่เหมือนเดิม
"เลิฟยังไม่ได้ทำความรู้จักกับดาวเลย พี่อยากให้เลิฟลองเปิดใจให้ดาวดูบ้าง ดาวเป็นพี่สาวของเลิฟนะ เท่าที่พี่รู้จักดาวเป็นคนดี เรื่องที่ผ่านมามันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ พี่ไม่อยากให้เลิฟด่วนตัดสินดาวไปก่อน"
ไม่ว่าจะพูดอีกสักกี่ครั้ง ในใจของรวินทร์ เนตรดาวก็ยังคงเป็นผู้หญิงที่ดีเสมอ มีเพียงรักตาภาเองที่ด่วนตัดสินและทำตัวงี่เง่าเป็นเด็กในสายตาเขา
"..."
"อย่าเป็นแบบนี้เลยนะ หลายวันมานี้พี่ไม่สบายใจเลย"
"ถ้าเลิฟจะขอพี่วินบ้างล่ะ" น้ำเสียงหวานแผ่วเบาเลือนหาย
"เห็นแก่ที่เรารู้จักกันมานาน เห็นแก่ความเจ็บปวดทั้งหมดของเลิฟที่พี่วินรู้ดีที่สุด พี่วินอยู่ข้างเลิฟ โดยไม่ต้องไปสนใจผู้หญิงคนนั้นได้ไหมคะ แล้วเลิฟจะกลับมาเป็นเลิฟคนเดิมของพี่วิน"
ขอบตาของรักตาภาร้อนผ่าว น้ำตาเริ่มคลอด้วยความเสียใจเมื่อรับรู้ว่ารวินทร์ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
"พี่กับดาวเราคบกันแล้ว เรื่องที่เลิฟขอ พี่ทำไม่ได้"
สุดท้ายหยดน้ำตาก็ร่วงกราวอย่างไม่อาจกลั้น ในเมื่อเขาย้ำชัดเจนแล้วว่าเขาเลือกใคร เธอก็ไม่ควรจะคาดหวังอะไรอีก
"ค่ะ เลิฟเข้าใจแล้ว"
รักตาภาไม่คิดจะเสียเวลาพูดยื้ออะไรอีก เธอหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านไป ยอมรับความจริงว่าระหว่างเธอกับเขา มันจบลงแล้วจริงๆ