ทำอะไรไม่คิดปรึกษา
ทำอะไรไม่คิดปรึกษา
"เอกสารเรียบร้อยแล้วจ้ะ แต่แน่ใจแล้วเหรอว่าจะไปเรียนอเมริกา ครูว่าอยู่ที่นี่หนูน่าจะมีโอกาสสอบเข้าคณะแพทย์ได้สูงกว่านะ"
ครูประจำชั้นที่ช่วยจัดการเรื่องเอกสารเอ่ยถามย้ำด้วยความหวังดี เพราะมองว่าการเตรียมตัวอยู่ในไทยน่าจะชัวร์กว่า
"หนูอยากลองไปพึ่งพาตัวเองดูค่ะ โลกของผู้ใหญ่คงมีอะไรอีกตั้งเยอะแยะที่เราคาดไม่ถึง หนูไม่อยากเติบโตอยู่แค่ใต้ร่มเงาของพ่อแม่ตลอดไป" รักตาภายืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"โอเค ถ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วครูก็ไม่รั้ง เด็กแต่ละคนมีทางเดินไม่เหมือนกัน ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็ติดต่อครูได้ตลอดเลยนะ"
"ขอบคุณมากค่ะครู"
รักตาภาไหว้ลาแล้วเดินออกจากห้องพักครู โดยมีพิมพ์กานต์ยืนรออยู่ข้างนอก พิมพ์กานต์เข้าใจดีว่าอะไรคือเหตุผลจริง ๆ ที่ทำให้เพื่อนรักอยากบินไปไกลถึงต่างแดน เธอจึงทำได้เพียงเคารพการตัดสินใจนั้น
"หิวหรือยัง" รักตาภาทักเพื่อนที่ทนนั่งหิ้วท้องรอ
"หิวจะแย่แล้ว ไปหาอะไรอร่อย ๆ กินกันเหอะ"
"ได้เลย วันนี้เลี้ยงเอง"
"ว้าว!! เลี้ยงในโอกาสอะไรคะคุณเพื่อน"
"ก็เนื่องในโอกาสที่อุตส่าห์ยืนรอไง ถ้าพิมพ์ไม่รอ เราก็ไม่มีเพื่อนกินข้าวพอดี"
"งั้นไม่เกรงใจแล้วนะ ลุยเลย!!"
"นี่มันอะไรกัน ตัดสินใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้โดยไม่ปรึกษาฉันเลย แกยังเห็นฉันเป็นพ่ออยู่อีกไหม"
ภพธรขึ้นเสียงทันทีเมื่อรักตาภาแจ้งให้รู้ว่าเธอกำลังจะเดินทางไปเรียนต่อที่อเมริกาในสัปดาห์หน้า ก่อนหน้านี้สรัญญาเป็นคนจัดการเรื่องทั้งหมดโดยไม่บอกกล่าวเขาเลยสักนิด เมื่อรู้เรื่องเข้า ภพธรจึงบันดาลโทสะด้วยความเสียหน้า
"เลิฟไม่คิดว่าพ่อจะสนใจหรอกค่ะ" รักตาภาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามความจริง
"นี่แก!!"
"คุณพ่อคะ ใจเย็นก่อนนะคะ น้องเลิฟคงมีเหตุผลของแกแหละค่ะ" เนตรดาวรีบเข้ามาทำทีเป็นไกล่เกลี่ยและห้ามปรามผู้เป็นพ่อ ทั้งที่ในใจกลับลิงโลดและยินดีจนแทบเนื้อเต้น ที่ตัวปัญหาอย่างรักตาภาจะไกลพ้นจากบ้านหลังนี้เสียที
"จะให้ใจเย็นได้ยังไง ลูกสาวจะบินไปเรียนต่างประเทศแท้ๆ แต่คนเป็นพ่อกลับไม่รู้อะไรสักอย่าง ขืนใครรู้เข้า เขาจะไม่คิดว่าฉันเป็นพ่อที่ไร้ความรับผิดชอบหรือไง"
"แล้วพ่อเคยแคร์จริง ๆ เหรอ" รักตาภาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนที่ความอัดอั้นจะถูกระบายออกมาจนหมดสิ้น
"ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะงานไหน ๆ ที่โรงเรียนเชิญไป พ่อก็ไม่เคยคิดจะไป วันที่เลิฟได้รับรางวัลที่น่าภาคภูมิใจ วันที่เด็กคนอื่นเขามีทั้งพ่อและแม่ยืนอยู่ข้าง ๆ แต่เลิฟกลับไม่เคยมีพ่ออยู่ตรงนั้นเลย พ่อไม่เคยถามด้วยซ้ำว่าเลิฟจะเรียนอะไร อยากทำอะไร หรือชีวิตที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง พ่อไม่เคยสนใจ อ้อ!! ที่เดือดร้อนขนาดนี้ คงเพราะมีคนถามแล้วตอบเขาไม่ได้จนเสียหน้าสินะคะ ไม่ได้ห่วงอะไรเลิฟจริง ๆ หรอก"
"เลิฟ!! นี่แกปีกล้าขาแข็งจนไม่เห็นหัวฉันแล้วใช่ไหม" ภพธรโกรธจนหน้าดำหน้าแดง เดินเข้าหาลูกสาวหมายจะลงไม้ลงมือ แต่สรัญญากลับก้าวออกมาขวางไว้ทันควัน
"คุณจะทำอะไร" สรัญญาตวาดตาดุ
"ก็จะสั่งสอนเด็กอวดดีให้มันรู้จักกาลเทศะบ้างน่ะสิ"
"ก่อนจะสั่งสอนลูก คุณช่วยถามตัวเองก่อนไหมว่าเคยอยู่บ้านให้ลูกได้บอกอะไรบ้าง!" สรัญญาสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
"เรื่องนี้ฉันตั้งใจจะบอกคุณหลายครั้งแล้วแต่คุณเคยอยู่ฟังไหม แล้วการที่ลูกจะไปเรียนต่อ ทั้งพ่อและแม่ของคุณกับฉันก็รับรู้กันหมดทุกคน มันคือสิ่งที่ลูกเลือก และทุกคนก็พร้อมจะสนับสนุน มีแค่คุณคนเดียวนั่นแหละ"
"ไม่มีเลิฟอยู่สักคน พ่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกขัดหูขัดตา แบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอคะ"
"ก็ได้!! อยากทำอะไรก็เรื่องของแก ไปแล้วก็เอาชีวิตรอดให้ได้แล้วกัน อย่าร้องไห้กลับมาให้ฉันต้องอับอายขายหน้าใครเขาก็แล้วกัน" ภพธรเค่นเสียงทิ้งท้าย เขาไม่เชื่อเลยว่าเด็กที่ไม่เคยห่างอกครอบครัวอย่างรักตาภาจะไปทนลำบากได้
"เดี๋ยวดาวขึ้นไปส่งคุณพ่อนะคะ" เนตรดาวรีบเข้ามาประครองภพธรอย่างเอาอกเอาใจ
"อืม"