ขัดขวาง
ขัดขวาง
เมื่อทุกอย่างจบลงพร้อมกับสองร่างเปลือยเปล่าที่ยังคงกกกอดกันอยู่ มือบางของเนตรดาวลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่มีขนแซมบางๆ ของพอร์ช ในขณะที่ชายหนุ่มก็ใช้นิ้วมือบีบเค้นเบาๆ ที่สองเต้างามของเธอ พร้อมกับก้มลงจุมพิตที่เส้นผมอ่อนนุ่มกลิ่นหอมฟุ้ง
"ดาวมีเรื่องอยากให้พี่พอร์ชช่วยสักหน่อยได้ไหมคะ" เนตรดาวเอ่ยปากขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายหลังบทสวาท
"ได้สิ ถ้าพี่ช่วยได้ พี่ก็พร้อมช่วยเสมอ" พอร์ชกระซิบตอบข้างหู
"ดาวอยากให้พี่พอร์ชหาคนมาขับรถชนรถของดาว เอาแค่เป็นอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ พอให้ได้แผลก็พอนะคะ"
นี่คือแผนการร้ายที่เนตรดาววางไว้เพื่อรั้งรวินทร์ไม่ให้ไปส่งรักตาภา เธอรู้ดีว่าหากเธอประสบอุบัติเหตุจนเลือดตกยางออก รวินทร์ผู้แสนดีและแบกรับความรับผิดชอบสูง จะไม่มีวันละเลยทิ้งเธอไปหารักตาภาแน่นอน
"อยู่ดีๆ ทำไมถึงอยากเจ็บตัวล่ะครับ ผิวขาวๆ เนื้อเนียนๆ ของน้องดาวเกิดเป็นแผลขึ้นมามันน่าเสียดายนะ" พอร์ชขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจความคิดแปลกประหลาดของเธอ เนตรดาวมักจะมีมุมที่ทำให้เขาแปลกใจและคาดไม่ถึงอยู่เรื่อย
"ได้แผล แต่แลกกับความสะใจบางอย่าง ดาวยอมค่ะ พี่พอร์ชช่วยดาวได้ไหมคะ" เนตรดาวเอื้อนเอ่ยเสียงหวาน ช้อนสายตามองอย่างเว้าวอน
"ได้สิ แค่นี้เอง จะให้ชนที่ไหน เวลาไหน บอกมาได้เลย"
"ขอบคุณค่ะ" เนตรดาวยิ้มร่าด้วยความดีใจ เธอเงยหน้าขึ้นไปจูบปากพอร์ชเป็นการขอบคุณ พอร์ชส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ ชอบในความร้ายกาจและแผนการฉูดฉาดของแมวป่าตัวนี้
"พรุ่งนี้ค่ะ"
เนตรดาวถ่ายทอดรายละเอียดและเวลานัดหมายทั้งหมดให้พอร์ชรับรู้ ชายหนุ่มรับคำอย่างไม่อิดออดและพร้อมจะจัดการทุกอย่างให้ตามที่เธอปรารถนา
รักตาภาเดินลงมาจากบนบ้านพร้อมกระเป๋าเดินทาง ใบหน้าเรียบเฉยแต่ซ่อนความเหว่ว้าไว้ลึกๆ เธอได้แจ้งเรื่องกำหนดการเดินทางให้ผู้เป็นพ่อทราบแล้ว แต่ก็เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ท่านไม่ได้ใส่ใจและเลือกเดินทางไปทำงานต่างจังหวัดตั้งแต่เมื่อวาน เหตุการณ์เช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดาสำหรับเธอ เพราะพ่อมักจะเย็นชาและให้ความสำคัญกับงานและทุกสิ่งมากกว่าเธอเสมอ
"คุณเลิฟขา เดินทางปลอดภัยนะคะ"
เหล่าแม่บ้านและคนงานในบ้านต่างมารวมตัวกันด้วยหน้าตาเศร้าสร้อย เพื่อเอ่ยคำลาและส่งคุณหนูของบ้าน ทุกคนต่างรักและเอ็นดูรักตาภามาตั้งแต่เด็ก
สรัญญามองเรือนร่างเพรียวบางของลูกสาวพลางถอนหายใจยาว ความรู้สึกใจหายฉายชัดในแววตาของผู้เป็นแม่ วันนี้ลูกน้อยที่เคยอยู่ด้วยกำลังจะบินลัดฟ้าไปเผชิญโลกกว้างเพียงลำพัง แม้จะเต็มไปด้วยความห่วงใยในความเป็นอยู่ แต่สรัญญาก็เชื่อมั่นลึกๆ ว่ารักตาภาจะผ่านมันไปได้ ในวันที่ลูกสาวเติบโตขึ้น เธอจะมีก้าวที่แข็งแกร่งและมั่นคง ต่อให้ข้างกายจะไม่มีใครคอยจับมือไว้อีกต่อไปก็ตาม
"คุณตา คุณยาย แล้วก็คุณปู่รออยู่ที่สนามบินแล้วลูก" สรัญญาเอ่ยบอกลูกสาวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างพร้อมใจกันไปส่งหลานสาวคนเดียวของตระกูลเพื่อเป็นกำลังใจ
"ค่ะแม่" รักตาภารับคำ ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อยด้วยความกังวล
"แม่คะ แล้วถ้าคุณปู่รู้ว่าคุณพ่อไปทำงานต่างจังหวัด เราจะตอบคำถามท่านยังไงดีคะ"
นี่เป็นเรื่องที่สรัญญาเองก็กังวลใจไม่แพ้กัน เพราะหากคุณปู่เอ่ยถามขึ้นมา พ่อและแม่ของเธอก็คงต้องอดสงสัยไม่ได้แน่ๆ
ในตอนนี้ ทุกคนต่างยังไม่มีใครรู้เลยว่า ภพธร พาเนตรดาวเข้ามาอยู่ในบ้าน และยังไม่มีใครล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ที่ร้าวลึกจนเหินห่างกันแทบไม่เหลือชิ้นดีระหว่างภพธรและสรัญญา
สรัญญาพยายามเก็บซ่อนความขื่นขมไว้ภายใต้รอยยิ้มเรียบเฉย ก่อนจะเอ่ยบอกลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
"ก็บอกท่านไปว่าคุณพ่อติดงานสำคัญมาก งานด่วนที่สุดที่ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ" สรัญญาบอกกึ่งตัดบท เพื่อไม่ให้ลูกสาวต้องพลอยเครียดไปด้วย
รักตาภาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจดี เธอรู้ว่าแม่ต้องแบกรับความกดดันและช่วยปกปิดเรื่องราวแย่ๆ ในบ้านไว้มากแค่ไหนเพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ต้องเป็นห่วง
"ค่ะแม่ เลิฟเข้าใจแล้ว"
กระเป๋าเดินทางถูกยกขึ้นท้ายรถคันหรู รักตาภาก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่ข้างผู้เป็นแม่ มองลอดกระจกออกไปที่หน้าบ้านเป็นครั้งสุดท้าย รถยนต์ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากรั้วบ้าน มุ่งหน้าสู่สนามบิน