บอกลา
บอกลา
"ลูกไปไกลขนาดนี้ ทำไมพ่อถึงไม่มาส่ง"
คำถามทรงพลังจาก พสิน ผู้เป็นปู่ ดังขึ้นตามที่สรัญญาและรักตาภาคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด สายตาคมกริบของผู้สูงวัยมองหาลูกชายด้วยความไม่พอใจอย่างเปิดเผย
"คุณภพติดงานด่วนสำคัญมากค่ะคุณพ่อ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ" สรัญญาเอ่ยแก้แทนสามีด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แม้ในใจจะขื่นขมเพียงใดก็ตาม
"จะมีอะไรสำคัญไปกว่าลูกสาวคนเดียวได้" พสินว่าพลางถอนหายใจหงุดหงิด
สำหรับเขาแล้ว รักตาภาคือแก้วตาดวงใจ เป็นหลานสาวคนเดียวที่เขาทั้งรักและเอ็นดูสุดหัวใจ ยิ่งก่อนที่ย่าของรักตาภาจะเสียชีวิตลง ได้กำชับไว้อย่างเด็ดขาดว่าทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูล สุดท้ายแล้วต้องยกให้รักตาภาเพียงผู้เดียว ต่อให้ในวันข้างหน้าภพธรจะมีลูกหลานเพิ่มอีกกี่คนก็ตาม ซึ่งนั่นก็หมายรวมถึง 'เนตรดาว' ลูกสาวของนิภาวรรณที่ทางเขาไม่เคยยอมรับ ย่าของรักตาภาย้ำชัดไว้ก่อนสิ้นใจว่า 'หลานสาวของฉันมีคนเดียวเท่านั้น คือน้องเลิฟ'
"อย่าโมโหไปเลยนะคะคุณปู่ เดี๋ยวรอยตีนกาโผล่ขึ้นมาเลิฟไม่รู้ด้วยน้า"
รักตาภาพยายามเอ่ยเย้าเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศความตึงเครียดให้ดีขึ้น เธอเกาะแขนผู้เป็นปู่พลางส่งรอยยิ้มสดใสที่ซ่อนความบอบช้ำไว้มิดชิด
"ก่อนไปคุณพ่ออวยพรให้เลิฟแล้วค่ะ แถมยังโอนเงินให้เลิฟเอาไปซื้อขนมที่นู่นตั้งเยอะแยะเลยด้วย"
คำพูดโกหกคำโตถูกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างสละสลวยเพียงเพื่อปกป้องความรู้สึกของผู้เป็นปู่ และเพื่อไม่ให้สรัญญาต้องลำบากใจ รักตาภาพูดยิ้มๆ ทั้งที่ในความเป็นจริง ภพธรไม่ได้เอ่ยคำอวยพรหรือสนใจไยดีเธอเลยแม้แต่น้อย
"ปกป้องจริง ๆ ทั้งแม่ทั้งลูก"
พสินเอ่ยปากบ่นแกมเอ็นดู แม้ในใจจะยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไรนัก แต่น้ำเสียงนุ่มนวลและรอยยิ้มช่างประจบของหลานสาวก็ทำให้ยอมใจอ่อนลงได้ทุกครั้ง
หลังจากนั้น รักตาภาก็ชวนทุกคนพูดคุยเจื้อยแจ้วไปเรื่อยๆ เพื่อดึงบรรยากาศให้ครื้นเครงระหว่างรอเวลาขึ้นเครื่อง ทว่าในยามที่ไม่มีใครสังเกต ดวงตาคู่สวยกลับแอบเลื่อนมองไปที่ประตูทางเข้าอาคารผู้โดยสารเป็นระยะๆ ด้วยความหวังลึกๆ หวังว่าผู้ชายคนที่เคยสัญญาว่าจะมาส่งเธอ จะปรากฏตัวขึ้น
แต่จนแล้วจนเล่า จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนใกล้หมดเวลา ก็ยังไร้แม้แต่เงาของรวินทร์
"ไหนบอกว่าอีกยี่สิบนาที นี่มันจะครบชั่วโมงอยู่แล้วนะ"
รสรินเองก็เริ่มนั่งไม่ติดด้วยความไม่สบายใจ ยิ่งเมื่อกดโทรศัพท์หารวินทร์ซ้ำๆ แล้วปลายสายเอาแต่เงียบหาย ไร้การตอบรับ นั่นยิ่งทำให้เธอกังวลและหงุดหงิดใจจนสีหน้าเริ่มเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"คงใกล้จะถึงแล้วล่ะคุณ ลูกบอกเองกับปากว่าจะมา ยินยอมมาเอง อย่าเพิ่งใจร้อนไปเลย"
อัคเดช เห็นท่าไม่ดีที่ภรรยาเริ่มแสดงอาการไม่พอใจออกมา จึงต้องรีบเอ่ยปากปลอบและแตะไหล่รสรินเบาๆ ให้ใจเย็นลง
"ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนของเขานะ" รสรินถอนหายใจยาว พึมพำกับตัวเองด้วยความกลุ้มใจ
รักตาภาที่แอบได้ยินบทสนทนานั้น ได้แต่นิ่งเงียบ มือเรียวที่ประสานกันบนตักกุมแน่นขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่ารวินทร์อยู่ที่ไหนและอยู่กับใคร ข้อความในมือถือที่เธอเพิ่งได้รับ เป็นคำตอบทุกอย่างที่ชัดเจนพอแล้วว่า สำหรับเขา เนตรดาวสำคัญกว่าเธอเสมอ
"ขอโทษด้วยนะคะน้องเลิฟ พี่ไม่สบายนิดหน่อย พี่วินเลยมาอยู่เป็นเพื่อน พี่บอกแล้วว่าอยู่ได้ แต่พี่วินเขาเป็นห่วง"
ข้อความทางไลน์ถูกส่งมาจากเบอร์ของเนตรดาว พร้อมกับภาพถ่ายที่แนบมาด้วย ภาพมือของรวินทร์ที่กำลังจับกุมมือของเนตรดาวซึ่งมีสายน้ำเกลืออยู่บนเตียงคนไข้
รักตาภาจ้องมองภาพและข้อความนั้นด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งหยดน้ำตาหรืออาการตื่นตระหนกอย่างที่เนตรดาวคงคาดหวังไว้ ความเจ็บปวดที่เคยกดทับอยู่ในอกบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นรู้และเด็ดเดี่ยวอย่างแท้จริง มุมปากบางเหยียดยิ้มสมเพชให้แก่ละครฉากใหญ่ของเนตรดาวที่มีเพียงรวินทร์เท่านั้นที่หลงกล
"แม่คะถึงเวลาแล้ว เลิฟว่าเราไม่ต้องรอพี่วินแล้วล่ะค่ะ" รักตาภาเงยหน้าขึ้นเอ่ยกับสรัญญาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่น
"ได้เวลาเข้าเกตแล้วค่ะ เลิฟไม่อยากตกเครื่อง แล้วก็ไม่อยากให้คุณปู่ คุณตา คุณยาย ต้องเหนื่อยรอไปมากกว่านี้ด้วย"
สรัญญามองดวงตาของลูกสาวแล้วสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ความอ่อนแอที่เคยมีบัดนี้จางหายไป เหลือเพียงความมุ่งมั่นของหญิงสาวที่พร้อมจะก้าวไปข้างหน้า รักตาภาก้าวเข้าไปกอดสรัญญาแน่นเป็นคนแรก ก่อนจะหันไปกอดสวมกอดคุณปู่ คุณตา และคุณยายทีละคนอย่างรักใคร่
"ดูแลตัวเองดีๆ นะลูก ถึงนู่นแล้วรีบโทรหาปู่นะ" พสินลูบศีรษะหลานสาวคนโปรดด้วยความอาลัยอาวรณ์
"ค่ะคุณปู่"
รักตาภาหันไปไหว้ลาอัคเดชและรสรินด้วยกิริยางดงาม รสรินทำสีหน้าลำบากใจและรู้สึกผิดแทนลูกชายอย่างปิดไม่มิด แต่รักตาภาก็ทำเพียงยิ้มรับบางๆ โดยไม่เอ่ยตัดพ้อสักคำ
เมื่อก้าวเดินผ่านประตูผู้โดยสารขาออกไป รักตาภาหมุนตัวกลับมามองครอบครัวที่ยืนส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย มือเรียวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา กดลบข้อความทั้งหมดของรวินทร์และเนตรดาว ทิ้งความสัมพันธ์ทั้งหมดไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวเดินมุ่งหน้าสู่เครื่องบินโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย