LNCrawler

รับรู้ทุกอย่างแต่ขอมองอยู่ไกลๆ

หัวใจดวงเดิมที่ไม่มีเธอ — novel.dek d.com · All chapters

รับรู้ทุกอย่างแต่ขอมองอยู่ไกลๆ

"เดินทางมาตั้งไกล พ่อกับแม่กลับไปพักที่บ้านกับยาก่อนสักคืนดีไหมคะ" สรัญญาเอ่ยชวนพ่อและแม่ด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งใจว่าหลังจากส่งลูกสาวขึ้นเครื่องแล้ว ทั้งสองก็เตรียมจะเดินทางกลับทันที

"ไม่ดีกว่าลูก" แสงกล้าปฏิเสธ เขาไม่อยากกลับไปที่นั่น เพราะหากบังเอิญต้องเจอหน้าภพธรขึ้นมา มีหวังได้พาลหงุดหงิดใจเปล่า ๆ แม้สรัญญาและรักตาภาจะไม่เคยเอ่ยปากเล่าอะไรให้ฟัง แต่คนเป็นพ่อเป็นตาหรือจะไม่รู้ แม้ลูกสาวจะคอยแก้ตัวแทนสามีทุกครั้ง ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือต่อให้ตัวเขาจะอยู่ห่างไกลแค่ไหน เรื่องราวทั้งหมดเขาก็รับรู้มาโดยตลอด ที่ไม่พูดอะไรออกไปก็เพราะไม่อยากซ้ำเติมความเจ็บปวดให้ลูก หากสรัญญายังรักและปรารถนาจะรักษาครอบครัวนี้ไว้ เขาก็ยินดีจะคอยมองอยู่ห่าง ๆ เพื่อรอโอบกอดในวันที่ลูกและหลานต้องการ

"ที่ไร่ยังมีงานอีกเยอะ พ่อกับแม่ต้องรีบกลับแล้วล่ะลูก ยาอยู่ทางนี้คนเดียวดูแลตัวเองดี ๆ นะ มีอะไรก็ส่งข่าวบอกพ่อกับแม่บ้าง" สมรช่วยพูดเสริมเหตุผล

"ค่ะแม่"

"ตอนนี้น้องเลิฟไปเรียนต่างประเทศแล้ว ที่บ้านก็คงจะเหงา ฝากรินช่วยดูแลยาด้วยนะลูก" สมรหันไปฝากฝังลูกสาวไว้กับรสริน

"ได้เลยค่ะคุณแม่ ไม่ต้องห่วงนะคะ รินจะช่วยดูแลยาให้อย่างดีเลยค่ะ" รสรินรับคำด้วยรอยยิ้ม

"ยา ลูกยังมีพ่อกับแม่เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มีปัญหาอะไรพวกเราพร้อมจะรับฟังและอยู่ข้าง ๆ ลูกเสมอนะ" แสงกล้าวางมือลงบนไหล่ทั้งสองข้างของสรัญญา แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย

"ค่ะพ่อ" สรัญญาตอบรับ รู้สึกตื้นตันในน้ำใจและความรักอันบริสุทธิ์ของพ่อและแม่ เพียงแต่หัวใจของเธอในตอนนี้ยังคงอ่อนแอเกินกว่าจะตัดใจเดินออกจากชีวิตของภพธร แม้ว่าเขาจะไม่เคยหันกลับมาสนใจเธอเลยก็ตาม

"พ่อโทรหาเจ้าภพแล้วล่ะ เห็นว่าเพิ่งกลับมาจากทำงานต่างจังหวัด เดี๋ยวพ่อจะแวะเข้าไปคุยกับมันที่บ้านสักหน่อย" พสินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขารู้สึกผิดต่อสรัญญาและครอบครัวของเธอเหลือเกินที่ลูกชายตัวดีทำตัวไม่เอาไหนและละเลยหน้าที่หัวหน้าครอบครัว วันนี้อย่างไรเสียเขาก็ต้องคุยกับภพธรให้รู้เรื่อง

"ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมเองก็รักและเอ็นดูหนูยากับน้องเลิฟเหมือนลูกหลานแท้ ๆ ผมไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบหนูยาแน่นอน" พสินเอ่ยเสริมเพื่อให้อุ่นใจ ทั้งแสงกล้าและสมรจึงพยักหน้ารับ

"ขอบคุณมากครับ" แสงกล้าเอ่ยขอบคุณจากใจจริง

"งั้นเดี๋ยวพวกเราขอตัวกลับเลยดีกว่า ยา เราต้องขอโทษแทนเจ้าลูกชายตัวดีด้วยนะ ไม่รู้หายหัวไปไหน ป่านนี้แล้วยังไม่ยอมรับสายเลย" รสรินเอ่ยด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

"ไม่เป็นไรหรอกริน ตาวินคงมีธุระจำเป็นจริง ๆ อย่าไปว่าลูกเลยนะ" สรัญญาบอกอย่างเข้าใจ

"ได้ยังไงกัน รับปากน้องไว้ซะมั่นเหมาะ พอถึงวันจริงกลับมาผิดนัด ถ้าวันนี้ไม่ได้ด่ามันสักนิด มีหวังฉันนอนไม่หลับแน่" รสรินระบายออกมาด้วยท่าทางจริงจัง จนสรัญญาอดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมากับความขึงขังของเพื่อนสนิท

"ตาวินโตแล้วนะ มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองแล้ว พวกเราเป็นพ่อแม่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของลูก ตาวินเป็นคนมีเหตุผล ถ้าไม่มีเรื่องกะทันหันจริง ๆ เขาไม่มีทางผิดนัดหรอก"

สรัญญาเอ่ยปกป้องหลานชาย เพราะเห็นรวินทร์มาตั้งแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าเขาไม่ใช่คนไร้ความรับผิดชอบ และยังเป็นเด็กหนุ่มที่ดีมากคนหนึ่งเสมอ

"เฮ้อ... นิสัยแบบนี้ก็คงมีแค่เธอกับน้องเลิฟนั่นแหละ ที่ยังมองว่าดีอยู่ได้" รสรินถอนหายใจยาวพลางส่ายหัวเบา ๆ อย่างเอือมระอาในความใจดีของเพื่อน  ขนาดเธอเป็นแม่แท้ ๆ ยังมองว่ารวินทร์ทำไม่ดี