สวมหน้ากาก
สวมหน้ากาก
การมาเรียนต่อที่อเมริกาของรักตาภาครั้งนี้ มีเป้าหมายหลักที่ไม่ใช่เพียงเพื่อหลบหนีความเจ็บปวดจากการต้องเผชิญหน้ากับทั้งคนที่รักและคนที่เกลียด หรือมุ่งหวังเพียงแค่ความรู้ทางวิชาการเท่านั้น แต่เธอต้องการเรียนรู้วัฒนธรรม การปรับตัว และการพัฒนาทักษะชีวิตเพื่อเติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง
"เริ่มปรับตัวได้บ้างหรือยังครับ"
อคิณรุ่นพี่คนไทยที่เรียนอยู่ที่นี่เอ่ยถามด้วยรอยยิ้มไมตรี เขาได้รู้จักกับรักตาภาผ่าน 'แซนดร้า' ลูกสาวของ Host Family ที่เธอพักอาศัยอยู่ด้วย เนื่องจากสรัญญายังไม่สบายใจพอที่จะปล่อยให้ลูกสาวอยู่ตัวคนเดียวในต่างแดน จึงจัดการติดต่อครอบครัวโฮสต์ที่ไว้ใจได้ให้ ซึ่งครอบครัวนี้มีเพียงแม่และลูกสาวอาศัยอยู่ด้วยกันสองคน จึงช่วยคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยไปได้มาก
"ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ โชคดีที่มีแซนดร้าคอยช่วยเหลืออยู่ตลอด"
"ถ้ามีเรื่องอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ เลิฟไม่ต้องเกรงใจ พี่เต็มใจช่วยเสมอครับ" อคิณเอ่ยอาสาด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เขารู้สึกตกหลุมรักรักตาภาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สบตา แน่นอนว่าในตอนแรก ใบหน้าหวานสะอาดตาของเธอคือสิ่งที่ดึงดูดใจเขา แต่หลังจากที่มีโอกาสได้พูดคุยและทำความรู้จัก เขากลับพบว่าเธอเป็นเด็กสาวที่มีความคิดอ่านโตเกินวัย รักตาภาชอบอยู่เงียบ ๆ และใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสืออย่างสงบ บ่อยครั้งที่เขาแอบมองเธอแล้วก็หลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
"ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่คิณ"
นอกจากแซนดร้าแล้ว ก็มีอคิณนี่แหละที่คอยอยู่เป็นเพื่อน รักตาภารู้สึกสบายใจและผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การมาอยู่ต่างแดนครั้งนี้ทำให้เธอไม่ต้องทนเห็นภาพความรักความเอาใจใส่ที่ผู้เป็นพ่อมอบให้กับเนตรดาว ไม่ต้องเจอหน้ารวินทร์ที่ผิดสัญญากับเธอในวันนั้น และไม่ต้องทนรับรู้เรื่องราวหรือข้อความร้ายกาจที่เนตรดาวมักจะส่งมาคอยกรีดแทงหัวใจเธอให้ต้องเจ็บปวดอีกต่อไป
"คืนนี้วันเกิดพี่ เลิฟมาร่วมสนุกด้วยกันนะครับ เดี๋ยวพี่จะขับรถมารับเลิฟกับแซนดร้าเอง" อคิณเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้ม
"ได้ค่ะ" รักตาภาตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
สำหรับเธอแล้ว อคิณเป็นรุ่นพี่ที่ดีมาก เขาไม่เคยเข้าหาหรือแสดงกิริยาล่วงเกินใด ๆ ให้เธอต้องลำบากใจ เขาเป็นเหมือนพี่ชายใจดีที่พร้อมจะคอยดูแลและช่วยเหลือเธออยู่ตลอดเวลา
"งั้นพี่ไม่รบกวนเวลาเลิฟแล้วดีกว่า ขอตัวไปเล่นบาสกับเจ้าพวกนั้นต่อก่อนนะ"
"ได้ค่ะ"
เมื่ออคิณเดินแยกออกไป รักตาภาก็ดึงโทรศัพท์ออกมาแล้วกดสายหาผู้เป็นแม่ทันที เพื่อพูดคุยถามไถ่ตามปกติที่ทำเป็นประจำทุกวัน
"แม่คะ เป็นยังไงบ้างคะ"
"แม่สบายดีลูก แล้วหนูล่ะ ไปอยู่ที่นู่นตั้งเดือนหนึ่งแล้ว โอเคไหม" น้ำเสียงของสรัญญาทอดอ่อนด้วยความรัก
"โอเคมาก ๆ เลยค่ะแม่ โซเฟียกับแซนดร้าดีกับเลิฟมาก คอยช่วยดูแลตลอดเลย แล้วตอนนี้เลิฟก็เริ่มมีเพื่อนที่โรงเรียนบ้างแล้วด้วย แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเลิฟนะคะ"
"ได้ยินแบบนี้แม่ก็สบายใจ"
"เสียงแม่ฟังดูไม่ค่อยดีเลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ" รักตาภาจับสังเกตน้ำเสียงปลายสายได้ทันที
"แค่นอนน้อยนิดหน่อยน่ะลูก กินยาแล้วพักสักหน่อยก็คงดีขึ้น"
"ถ้าไม่สบายจริง ๆ ต้องไปหาหมอนะคะแม่ อย่าปล่อยทิ้งไว้นานล่ะ"
"จ้า แม่รู้แล้ว"
สรัญญาเริ่มรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้นทุกที เมื่อเนตรดาวเริ่มเปิดฉากมีปากเสียงกับคนในบ้านหนักขึ้นเรื่อย ๆ เด็กสาวเอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่มีเหตุผล และบางครั้งก็ถึงขั้นลงไม้ลงมือกับคนรับใช้ แม้สรัญญาจะพยายามตักเตือนด้วยความหวังดี แต่เนตรดาวกลับไม่สนใจ ไม่คิดจะรับฟังเลยสักนิด
ต่อหน้าภพธร เนตรดาวมักจะสวมหน้ากากเป็นเด็กดีที่น่าสงสาร เคารพและเชื่อฟังพ่อทุกอย่าง ทว่าพอลับหลังลับสายตาภพธรเมื่อไร เธอ ก็เริ่มเปิดเผยตัวตนและความร้ายกาจออกมามากขึ้นทุกวัน