ขยะแขยง
ขยะแขยง
"คุณท่านคะ คุณดาวมาขอพบค่ะ" เสียงของคนใช้บอกกับพสิน เขาถอนหายใจอย่างหงุดหงิดที่เนตรดาวไม่ยอมหยุด ทั้งที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าไม่มีทางยอมรับ นี่เป็นสิ่งที่เขาคิดว่าดีที่สุดแล้ว เขาไม่ได้อยากสร้างรอยแผลในใจเด็กคนหนึ่งให้ลึกลงไปอีก หากเธอต้องมารู้ความจริงบางอย่างที่แม่ของเธอซ่อนไว้
"ไม่พบ ไล่กลับไป" พสินบอกเสียงเรียบตึง
"ค่ะ" คนใช้รับคำก่อนจะถอยกลับออกไป ทิ้งให้พสินยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกไม่พอใจ
"คุณท่านไม่ให้พบค่ะ บอกว่าให้คุณกลับไป"
เนตรดาวชะงักไปนิด แม้ความไม่พอใจจะตีขึ้นมาแน่นอก แต่เธอก็ต้องบังคับริมฝีปากให้ฝืนยิ้มเอาไว้ เธอไม่มีทางยอมแพ้เด็ดขาด โอกาสที่จะสุขสบายอยู่ตรงหน้านี้แล้ว
"ดาวทำขนมมาฝาก งั้นฝากให้คุณปู่ทีนะคะ"
"ได้ค่ะ" สาวใช้รับถุงขนมมาและเดินกลับเข้าบ้านไป
ทันทีที่คล้อยหลังคนใช้ เนตรดาวเหยียดยิ้มร้าย พึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
"ไอ้แก่ เล่นตัวนักนะมึงดูซิมึงจะทนได้สักกี่น้ำ"
และก็เป็นไปตามคาด เมื่อสาวใช้นำถุงขนมขึ้นไปให้พสินบนห้อง เขาเพียงแค่ปัดสายตามองด้วยความเย็นชาโดยไม่ยอมแตะต้องมันแม้แต่น้อย
"เอาไปทิ้งซะ" พสินสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะหันหน้าหนี ราวกับขนมชิ้นนั้นเป็นของต้องห้ามที่เขารู้ดีว่าแฝงไว้ด้วยพิษร้ายจากคนที่ส่งมา
"สวัสดีค่ะพี่ภัทร" เนตรดาวส่งยิ้มหวานทักทายภัทรพลเมื่อเธอตามรวินทร์มาทานอาหารกับกลุ่มเพื่อนของเขา
ภัทรพลปรายสายตามองด้วยความเย็นชา ชายหนุ่มไม่คิดแม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตอบกลับ หากเขารู้ล่วงหน้าว่าวันนี้เนตรดาวจะร่วมโต๊ะมาด้วย เขาไม่มีทางก้าวเท้าเข้ามาที่นี่อย่างเด็ดขาด
"ไม่เจอกันนานเลยนะคะ พักนี้ดูพี่ภัทรเงียบหายไปเลย"
เนตรดาวยังคงแสดงละคร ปั้นหน้ายิ้มแย้มชวนคุยอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าใต้โต๊ะอาหาร ขาเรียวยาวของเธอกลับค่อยๆ ยื่นไปสะกิดหยอกเย้าตรงเป้าของภัทรพลอย่างตั้งใจและท้าทาย
ภัทรพลขึงตากลอกมองเธอด้วยความโกรธจัดจนแทบระเบิด แต่ทำอะไรมากไม่ได้เพราะกลัวรวินทร์จะสงสัย
"ช่วงนี้มันชอบเก็บตัวครับ" รวินทร์ตอบแทนแฟนสาวเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทเอาแต่นั่งเงียบผิดปกติ
"ทำไมล่ะคะ ปกติพี่ภัทรออกจะเป็นคนสนุกๆ นี่คะ" เธอถามต่อด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
"ว่าไงล่ะมึง น้องถามก็ตอบสิ" รวินทร์ผู้ไม่รู้อีโน่อีเน่อะไรเลยหันไปกระทุ้งเพื่อน
"แค่เบื่อๆ ผู้หญิงสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจ เลวโดยสันดานแต่ชอบแอ๊บเป็นคนดี" ภัทรพลเน้นเสียงหนัก กระแทกคำพูดสาดใส่เนตรดาวตรงๆ อย่างไม่ไว้หน้า
"เหรอคะ แย่จังเลยนะคะ"
เนตรดาวตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้านต่อคำด่าทอนั้นแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ปลายเท้าใต้โต๊ะของเธอยังคงรบเร้าและบดเบียดหนักขึ้น ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเธอถือไพ่เหนือกว่าในเกมนี้
"กูไปห้องน้ำก่อน"
ภัทรพลลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินออกไปทันทีด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด เนตรดาวมองตามพลางเหยียดยิ้มชอบใจ เพราะจนถึงตอนนี้ ความลับของเธอก็ยังคงเป็นความลับอย่างสมบูรณ์ เธอรู้ดีว่าภัทรพลไม่กล้าเปิดปากบอกรวินทร์แน่ เพราะตัวเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อและหักหลังเพื่อนด้วยการมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเธอไปแล้ว
"ดาวไปคุยโทรศัพท์สักครู่นะคะ" เนตรดาวหันไปบอกรวินทร์ด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ก่อนจะลุกเดินตามภัทรพลไปติดๆ
เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำชายตามหลังเขาอย่างถือดี จัดการหมุนกลอนกดล็อกประตูเพื่อไม่ให้ใครเข้ามาขัดจังหวะ สายตามองเห็นภัทรพลกำลังยืนก้มหน้าเอาน้ำล้างหน้าตัวเองด้วยความหัวเสีย เนตรดาวขยับเข้าไปใกล้แล้วสวมกอดเขาจากด้านหลังอย่างถือวิสาสะ
"คิดถึงพี่ภัทรจังเลยค่ะ"
ภัทรพลสะบัดตัวออกอย่างแรงและผลักเนตรดาวจนลอยกระเด็น สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจขยะแขยง
"ทำบ้าอะไรวะ!!"
"ก็ดาวอยากกอดพี่ภัทรนี่คะ รู้มั้ยคะว่าหลังจากวันนั้นดาวคิดถึงลีลาของพี่ภัทรแค่ไหน ตอนที่ดาวโยกตัวอยู่บนตัวพี่ภัทร มันร้อนแรงมากเลยนะ" เนตรดาวบดเบียดร่างกายขยับเข้าไปใกล้เขาอีกครั้ง
"ถ้าพี่ภัทรว่าง... ดาวพร้อมเสมอนะคะ"
"สารเลว!!"
"พี่ภัทรคะ เรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องธรรมดาจะตาย ไปแคร์ทำไม ไหนๆ เราก็มีอะไรกันแล้ว จะมีอีกสักครั้งสองครั้งมันก็คงไม่ต่างกันหรอกจริงไหมคะ"
"ฉันจะบอกอะไรเธอไว้นะเนตรดาว" ภัทรพลตวาดเสียงต่ำ ตานึกแค้นเคือง
"วันนั้นฉันก็ขยะแขยงตัวเองมากพอแล้ว คิดเหรอว่าถ้าเธอไม่ใช้เล่ห์เหลี่ยมวางยาฉัน ฉันจะเอาเธอลง ผู้หญิงสกปรกแบบเธอ ให้ฟรียังแดกไม่ลงเลย"
"พี่ภัทร!!" เนตรดาวหน้าซีดสลับแดงด้วยความอับอาย ไม่ใช่แค่คำด่าตบหน้า แต่เป็นสายตาของภัทรพลที่มองมาอย่างเหยียดหยามและดูถูกอย่างถึงที่สุด ซึ่งตบหน้าความมั่นหน้าของเธอจนยับเยิน
"จำไว้นะ สันดานเลวๆ ของเธอ ต่อให้ฉันไม่บอก สักวันไอ้วินมันก็ต้องรู้ ความชั่วที่เธอทำไว้ ฉันจะรอดูวันที่มันย้อนกลับมาทำลายตัวเธอเอง"
ภัทรพลทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ก่อนจะปลดล็อกและเปิดประตูเดินพรวดออกไป ทิ้งเนตรดาวให้ยืนกระทืบเท้ากรีดร้องออกมาด้วยความแค้นจัดอยู่คนเดียวในห้องน้ำ
(กูมีธุระ ขอกลับก่อน)
ภัทรพลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความบอกรวินทร์แล้วเดินตรงไปที่รถทันที โดยไม่ยอมหันหลังกลับไปที่โต๊ะอีก เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจทนมองหน้าผู้หญิงแพศยาที่เขานึกเกลียดแสนเกลียดคนนั้นได้อีกแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว