ถ้าเป็นลูกอาจารย์ณิชจริง เขาจะหย่ากันทำไม
ถ้าเป็นลูกอาจารย์ณิชจริง เขาจะหย่ากันทำไม
จินตนายืนกอดอกอยู่ข้างเคาน์เตอร์ประสานงานศัลยกรรมตรงโถงชั้นหนึ่ง อาคารณิชคุณ เครื่องแบบพยาบาลบนรูปร่างอวบรีดเรียบไม่มีรอยยับ ใบหน้าที่แต่งไว้อย่างประณีตเชิดขึ้นน้อย ๆ ต่างจากหัวข้อสนทนาที่กำลังถูกเจ้าตัวชำแหละอย่างออกรส
“พี่ดูคนออก เรื่องนี้มันไม่ธรรมดา”
“เรื่องอาจารย์นัชเหรอพี่” พยาบาลรุ่นน้องคนหนึ่งถาม
“แล้วจะเรื่องใครอีกล่ะ ท้องหลังหย่า ใครเชื่อก็เชื่อ พี่ไม่เชื่อคนหนึ่ง” จินตนากดเสียงต่ำพลางมองพยาบาลรุ่นลูกสองคน “ถ้าเป็นลูกอาจารย์ณิชจริง เขาจะหย่ากันทำไม คิดบ้างสิ อย่าเอาแต่ฟังข่าวแล้วตื่นเต้น”
“แต่คนเขาว่าอาจารย์ณิชรู้แล้วนะพี่”
“รู้แล้วก็ใช่ว่าจะเชื่อ ผู้ชายดี ๆ อย่างอาจารย์ณิชไม่ควรโดนใครมัดมือชกด้วยเรื่องแบบนี้ เดี๋ยวพี่จะเตือนท่านประธานเอง เรื่องทายาทของแก่นวรเวช ไม่ใช่ใครอุ้มท้องแล้วจะอ้างกันง่าย ๆ”
พยาบาลสาวเหลือบมองรุ่นพี่ที่อายุห่างกันเกือบสองรอบ “พี่จะฟ้องอีกแล้วเหรอ”
“เขาเรียกรายงานความเสี่ยงให้ผู้ใหญ่รับทราบ โตจนใส่ชุดพยาบาลแล้วยังต้องให้พี่สอนอีกเหรอ”
เสียงบันไดเลื่อนดังครืดลงมาจากชั้นสอง คนทั้งสามหันไปตามเสียง
ณิชคุณยืนอยู่บนขั้นบันได กระเป๋าเป้สีดำใบคุ้นตาพาดอยู่บนไหล่กว้าง ส่วนเจ้าของกระเป๋ายืนต่ำลงไปหนึ่งขั้น
พอลงถึงพื้น ณิชคุณก็วางมือกลางหลังอดีตภรรยา คอยกันคนเดินสวนและพาเธอไปทางประตูเชื่อมอาคารแก่นนครา นัชชาทำหน้ารำคาญ แต่ไม่ได้ปัดออก
วงสนทนาข้างเคาน์เตอร์เงียบลงจนได้ยินเสียงรองเท้าหนังเดินผ่าน
พยาบาลรุ่นน้องรอให้สองคนนั้นพ้นระยะ ก่อนเอียงหน้าเข้าหาจินตนา
“ไหนพี่บอกไม่ใช่ลูกอาจารย์ณิชไง ระดับ ผศ. พญ.นัชชา จะเอาท้องไปยัดเยียดให้ใครทำไมล่ะพี่”
“ถือกระเป๋าให้กันแค่นี้ก็สรุปแล้วเหรอ ถึงว่าฟังข่าวอะไรก็เชื่อหมด” จินตนาตวัดสายตาใส่ “ตอนอาจารย์นัชได้ ผศ. พวกเธอก็แห่ยินดีกัน ทั้งที่ย้ายมาอยู่โรงพยาบาลบ้านผัวได้สองปี ตำแหน่งก็ลงพอดี อายุแค่นี้ ใครจะทำได้ง่าย ๆ”
“อาจารย์ณิชคุณไงพี่ ได้ตอนอายุเท่าอาจารย์นัชเลยนะ”
“มันไม่เหมือนกัน อาจารย์ณิชคุณสมองระดับเพชร แล้วได้ตำแหน่งตอนอยู่โรงพยาบาลมหา'ลัย ส่วนรายนั้นจะเก่งมาจากไหนเชียว” จินตนายกคางขึ้น “ตำแหน่งมาไวขนาดนั้น ใครเขากล้าพูดล่ะ ตอนนั้นยังเป็นสะใภ้ท่านประธานอยู่”
“อาจารย์นัชมีบันทึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยติดมาด้วยไม่ใช่เหรอพี่ งานวิจัยก็ส่งต่อจากที่เดิมได้ ตำแหน่งแค่รอกรรมการพิจารณาเอง”
“พี่รู้ค่ะ แต่รออยู่สองปี แล้วตำแหน่งมาออกตอนยังเป็นสะใภ้พอดี มันก็อดคิดไม่ได้” หัวหน้าพยาบาลกลุ่มงานศัลยกรรมเชิดหน้าขึ้น “ตอนนี้ไม่ใช่สะใภ้แล้ว เรื่องไหนไม่ชอบมาพากล พี่รายงานตามจริงหมด อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนก็แล้วกัน”
ไม่นานหลังจากนั้น ห้องตรวจอัลตราซาวนด์ของแผนกสูตินรีเวช ชั้นห้า อาคารแก่นนครา มีเพียงแสงจากหน้าจอขาวดำส่องใบหน้าคนทั้งสาม หมอพัดชานั่งอยู่หน้าเครื่อง สีหน้าเรียบจนเดาไม่ได้ว่าภาพตรงหน้ามีข่าวดีหรือข่าวร้ายมากกว่ากัน
นัชชานั่งอยู่บนเตียงตรวจ นิ้วโป้งถูขอบเล็บตัวเองอยู่บนตัก สายตาจับอยู่ตรงเคอร์เซอร์ที่หมอพัดชาเลื่อนไปตามภาพ ส่วนณิชคุณยืนอยู่ข้างเตียงในระยะที่เอื้อมถึง แต่ยังรักษาระยะตามที่เธอต้องการ
“ครรภ์อยู่ในโพรงมดลูกค่ะ ตำแหน่งตอนนี้โอเค” หมอพัดชาขยับจอให้ทั้งสองคนดูภาพขาวดำ
นัชชามองถุงการตั้งครรภ์บนจอ ภาพเล็กจนความดีใจยังหาที่วางไม่เจอ
หมอพัดชาเลื่อนหัวตรวจกลับไปยังอีกตำแหน่ง “มีอีกเรื่องค่ะ พี่เจอก้อนเนื้องอกกล้ามเนื้อมดลูกก้อนหนึ่ง ขนาดประมาณสี่เซนติเมตร อยู่ผนังมดลูกส่วนล่างค่อนไปทางปากมดลูก ตอนนี้ยังไม่เบียดถุงการตั้งครรภ์ แต่ตำแหน่งนี้ต้องตามขนาดตลอดการตั้งครรภ์”
นิ้วที่ถูขอบเล็บหยุดลง นัชชาจ้องก้อนบนจอ ความรู้ในหัวที่เคยจัดการภาพมะเร็งลำไส้ได้อย่างรวดเร็วกลับติดอยู่ตรงคำว่า ‘ก้อนเนื้องอก’
****
งืออออ จับมืออาจารย์นัชหน่อยค่ะ
อุตส่าห์ท้องได้แล้ว มีอะไรอีกน้อออ