ผมบอกแล้วนะหมอว่าให้เรียกผมท่านรอง
ผมบอกแล้วนะหมอว่าให้เรียกผมท่านรอง
รถกอล์ฟจอดตรงทางเข้าด้านหน้าอาคารวรเวช นัชชาก้าวลงแล้วหยิบธนบัตรห้าร้อยบาทส่งให้คนขับ
พี่โอเล่รีบโบกมือ “ไม่เอาหรอกหมอ ใกล้ ๆ เอง”
“สมทบทุนค่าอาหารแมวค่ะ”
“ขอบคุณครับหมอ รอดไปอีกหนึ่งเดือนแล้วผม”
ลิฟต์พานัชชาขึ้นมาถึงชั้นเจ็ด เลขานุการหน้าห้องรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ลุกขึ้นเมื่อเห็นเธอเดินตรงมา
“อาจารย์นัชคะ ท่านรองมีนัด....”
“นัชใช้เวลาไม่นานค่ะ”
ประตูห้องทำงานเปิดออกทั้งที่เจ้าของห้องยังไม่เอ่ยอนุญาต หมอประภาสเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ เสื้อเชิ้ตที่ตัดมาอย่างดีตึงเหนือหน้าท้องซึ่งยื่นพ้นขอบโต๊ะเล็กน้อย คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเมื่อเห็นคนมาใหม่
“เข้าห้องผู้บริหารไม่รู้จักเคาะประตูหรือไงหมอนัช”
นัชชาวางหนังสือระงับวงเงินลงบนโต๊ะ “อาจารย์ปัดคำขอของคนไข้นัช แล้วยังระงับวงเงินช่วยเหลือของศูนย์ลำไส้ฯ ทำไมคะ”
“ผมบอกแล้วนะหมอว่าให้เรียกผมท่านรอง”
“นัชมาคุยเรื่องกองทุนค่ะอาจารย์ประภาส ถ้าอยากฟังคำว่าท่านรอง เอาไว้เรื่องจบแล้วนัชจะพิจารณาอีกที”
ใบหน้าของคนเพิ่งย้ำตำแหน่งตึงขึ้น “ศูนย์ของหมอใช้วงเงินเกินโควต้ามาหลายเดือนแล้ว ผมแค่ระงับการพิจารณาไว้จนกว่าฝ่ายการเงินจะตรวจสอบยอดทั้งหมด”
“แต่คำขอของวรากรถูกปัดตก”
“เคสนี้ผ่าไปแล้วถึงเพิ่งส่งคำขอ หมอจะรักษาเสร็จแล้วโยนค่าใช้จ่ายมาให้ผมเซ็นอนุมัติทุกครั้งไม่ได้”
“คนไข้เสียเลือดในช่องท้อง ลำไส้ทะลุ อาจารย์จะให้นัชนั่งรอผลกองทุนก่อนเปิดห้องผ่าเหรอคะ”
“การช่วยชีวิตฉุกเฉินเป็นหน้าที่ของหมอ แต่กองทุนไม่ใช่เช็คเปล่า พอคนไข้พ้นวิกฤตก็ส่งต่อโรงพยาบาลรัฐได้”
“เขาเพิ่งออกจาก ICU การส่งต่อควรเกิดเมื่อไหร่ นัชเป็นคนประเมิน ไม่ใช่ฝ่ายการเงิน”
“ในเมื่อไม่มีปัญญาจ่ายก็ต้องหาทางตามกำลัง โรงพยาบาลเราไม่ใช่มูลนิธิ”
“ก็กองทุนนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยคนที่ไม่มีปัญญาจ่ายไงคะ!”
“ช่วยตามกรอบ ไม่ใช่ช่วยตามใจหมอ” ประภาสเอนหลังพิงเก้าอี้ “หมอรับเคสแบบนี้เข้ามาเรื่อย ๆ ใช้เงินเกินโควต้า แล้วคิดว่าคนอื่นต้องตามเช็ดตามล้างให้ตลอดหรือไง”
นัชชาวางฝ่ามือลงบนโต๊ะ “เคสฉุกเฉินถูกส่งมาถึงหน้าโรงพยาบาล นัชควรปล่อยให้เขาตายเพราะต้องรอถามยอดเงินก่อนหรือคะ คุณหมอ!”
“อย่าเอาคำว่าความตายมาข่มผม หมอเป็นคนตัดสินใจรับ ก็ต้องรับผิดชอบงบของตัวเองไป”
“นัชรับผิดชอบคนไข้ ไม่ได้มีหน้าที่ผลิตเงินแทนฝ่ายบริหารค่ะ”
ประภาสแค่นเสียงหัวเราะ “นี่แหละปัญหาของหมอ เก่งแต่ผ่าตัดแล้วคิดว่าตัวเองถูกทุกเรื่อง โรงพยาบาลต้องมีรายได้ถึงจะอยู่ได้ หมอช่วยคนไม่ได้ทุกคนหรอกนะ ยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่งเป็นตัวถ่วงความเจริญของโรงพยาบาล”
“โรงพยาบาลที่เจริญขึ้นด้วยการเลือกช่วยเฉพาะคนมีเงิน นัชไม่เรียกว่าเจริญค่ะ”
“มี ผอ. คอยถือหางแล้วไง” ประภาสกระตุกมุมปาก “หมออย่าลืมนะว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นสะใภ้แก่นวรเวชแล้ว จะใช้งบโรงพยาบาลตามใจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้”
“ตำแหน่งสะใภ้ไม่มีแล้วค่ะ แต่ตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ยังอยู่ คนไข้ของนัชก็ยังนอนอยู่บนเตียง อาจารย์อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานเพียงเพราะอยากชนะนัชสิคะ”
“ผมทำตามตัวเลข”
“ถ้าทำตามตัวเลขจริง ทำไมคำสั่งถึงออกหลังนัชเถียงอาจารย์เมื่อวานวันเดียว”
ดวงตาของประภาสแข็งขึ้น “หมอกำลังกล่าวหาผู้บริหารโดยไม่มีหลักฐานนะ”
“นัชแค่ถามค่ะ คนรู้สึกผิดมักได้ยินเป็นคำกล่าวหาเอง”
“หมอนัช!”
“ถ้าอาจารย์อยากเล่นงานนัช เล่นตรง ๆ อย่าเอาชีวิตคนไข้มาล้อเล่น มันไม่แมนว่ะ”
****
อย่าไปเตะก้านคอท่านรองนะหมอนัช เดี๋ยวจะเรื่องใหญ่อีก
ทุกคนคะ ช่วยกันดึงหมอนัชนะ ไม่งั้นท่านรองโดนเตะก้านคออีกคนแน่ ฮ่าๆๆ