นาย เรามีอะไรให้ช่วย
นาย เรามีอะไรให้ช่วย
“ชีวิตคนไข้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนงบเป็นหน้าที่ของผม และผมยืนยันคำสั่งเดิม” ประภาสดันหนังสือกลับไปหาเธอ “ไปทำรายงานชี้แจงยอดใช้จ่ายของศูนย์มา แล้วรอพิจารณารอบใหม่เดือนหน้า ระหว่างนี้ไม่มีการอนุมัติเพิ่มแม้แต่บาทเดียว”
นัชชามองเอกสารบนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบหนังสือกลับมา
“อาจารย์จำคำตัวเองไว้ให้ดีนะคะ ว่าไม่มีการอนุมัติเพิ่มแม้แต่บาทเดียว แล้วถ้านัชหาเงินบริจาคโดยระบุวัตถุประสงค์เพื่อช่วยผู้ป่วยยากไร้ของศูนย์ลำไส้ฯ เงินทุกบาทต้องถูกกันไว้ตามวัตถุประสงค์นั้น”
“ถ้าผู้บริจาคระบุไว้ชัดและเอกสารถูกต้อง ผมก็ไม่มีเหตุผลต้องย้ายเงินไปไหน”
“ดีค่ะ เพราะถ้านัชหาเงินกลับเข้ากองทุนได้ อาจารย์อย่าผิดคำพูดล่ะ เพราะถ้าทำแบบนั้นก็สมควรเอากระโปรงแม่มาใส่ค่ะ”
นัชชาหมุนตัวเดินออกจากห้อง ประตูปิดลงเบามือ ส่วนมุมหนังสือในกำมือของเธอยับไปแล้ว
เสียงหัวเราะของประภาสดังลั่นห้องหลังประตูปิดลง นัชชาได้ยินจนกระทั่งเดินพ้นหน้าห้องเลขานุการ ทว่าแทนที่จะย้อนกลับไปถามว่ามีอะไรน่าขำนักหนา เธอกลับเดินเข้าลิฟต์แล้วกดชั้นหนึ่ง
ภายในลิฟต์มีเธออยู่เพียงคนเดียว นัชชาหยิบโทรศัพท์ออกมา เลื่อนหารายชื่อหนึ่งแล้วกดโทรออก
“นาย เรามีอะไรให้ช่วย”
เธอฟังคำตอบจากปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนมุมปากจะยกขึ้นบาง ๆ
“ได้ เย็นนี้เจอกัน เดี๋ยวเราบอกพิกัด”
หน้าจอโทรศัพท์ดับลงพร้อมตัวเลขเหนือประตูลิฟต์ที่ลดลงทีละชั้น นัชชาเก็บโทรศัพท์ สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วหลับตา กดความร้อนที่กำลังแล่นอยู่ในอกให้กลับลงไปอยู่ในที่ของมัน
เสียงเตือนดังขึ้นเมื่อถึงชั้นหนึ่ง ประตูลิฟต์เลื่อนเปิด นัชชาก้าวออกไปทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตา ไหล่จึงชนเข้ากับแผงอกของคนที่กำลังจะเดินสวนเข้ามาเต็มแรง
“เฮ้ย!”
ณิชคุณคว้าเอวเธอไว้ก่อนร่างจะหงายหลัง แรงที่นัชชาพุ่งออกมาทำให้เขาต้องรวบตัวเธอเข้าหา ก่อนหมุนหลบแนวประตูลิฟต์แล้วช้อนขึ้นพ้นพื้นเพื่อเปิดทางให้คนด้านหลัง
นัชชาลืมตาขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือกระดุมเสื้อเชิ้ตของอดีตสามีอยู่ห่างจากปลายจมูกไม่กี่นิ้ว
“ปล่อยสิ”
“ยืนให้ไหวก่อนสิ”
“ฉันไหว”
เธอยกมือดันอกเขา เท้าเพิ่งแตะพื้นเต็มฝ่า ภาพตรงหน้าก็พร่าไปจนต้องกำเสื้อณิชคุณไว้ ร่างที่เตรียมผละออกจึงถูกวงแขนของเขารั้งกลับไปอยู่ที่เดิม
“นี่เรียกว่าไหวแล้วเหรอ”
“ก็พี่จับฉันหมุนทำไมล่ะ”
“เธอเดินออกจากลิฟต์ทั้งที่ยังหลับตา”
“ฉันรู้แล้ว ไม่ต้องบรรยายเหตุการณ์ซ้ำ”
นัชชาหายใจเข้าลึก รอจนภาพตรงหน้ากลับมานิ่งจึงคลายมือออกจากเสื้อเขา
“ปล่อยได้แล้ว”
ณิชคุณลดแขนลง “เดินดูทางด้วยล่ะ”
“เรื่องของฉัน”
เธอจัดเสื้อให้เข้าที่แล้วเดินออกจากโถงโดยไม่หันกลับมา ณิชคุณมองตามจนร่างนั้นพ้นประตูกระจก ก่อนถอนหายใจแล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์แทน
ปลายนิ้วกดหมายเลขเจ็ด ชั้นที่ตั้งห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารสูงสุด
****
ผัวกับอาจารย์ประภาส ใครน่าเตะกว่ากันคะ ฮ่าๆๆ
ครั้งก่อนไม่มีใครช่วยห้ามอาจารย์นัชเลยนะ แต่ละคนพร้อมสนับสนุนสุดๆ