เห็นแล้วนึกถึงภาระมากกว่า
เห็นแล้วนึกถึงภาระมากกว่า
เมื่อนัชชากลับมาถึงหอผู้ป่วยศัลยกรรม วรากรกำลังนอนพิงหัวเตียงโดยมีแม่นั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเด็กหนุ่มยังซีด เปลือกตาหนักจากความอ่อนเพลียและยาแก้ปวด แม้รู้สึกตัวดี แต่ยังไม่มีแรงพูดมากนัก
“เมื่อคืนมีไข้ไหมคะ”
“ไม่มีครับ”
“ปวดแผลเท่าไหร่ ถ้าเต็มสิบ”
“ประมาณห้าครับ”
“มีคลื่นไส้หรือแน่นท้องไหมคะ”
วรากรส่ายหน้า
“ผายลมหรือยัง”
“ยังครับ”
นัชชาหันไปดูบันทึกสัญญาณชีพจากพยาบาลประจำหอ ก่อนตรวจหน้าท้องและแผลผ่าตัดด้วยตัวเอง
“วันนี้จิบน้ำตามที่พยาบาลบอกได้ก่อนนะคะ ยังไม่กินอย่างอื่นเอง ถ้าปวดท้องมากขึ้น คลื่นไส้ หรือรู้สึกแน่นผิดปกติให้เรียกพยาบาล ห้ามฝืนค่ะ”
“ขอบคุณครับหมอ” วรากรพยายามยกมือไหว้ แต่ขยับได้เพียงเล็กน้อย
“เก็บแรงไว้ให้แผลหายก่อนค่ะ”
นัชชาหันไปถามสายพิณถึงเหตุการณ์ที่ร้าน แม่ของคนไข้เล่าตามที่ได้ฟังจากเพื่อนร่วมงานของลูกว่า ลูกค้าชายกลุ่มหนึ่งไม่พอใจเรื่องบริการและต่อว่าพนักงานในร้าน วรากรเข้าไปช่วยห้ามจึงเกิดการผลักกัน มีดเป็นของฝ่ายนั้น ระหว่างยื้อแย่งวรากรพยายามป้องกันตัว อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนมีดเล่มเดียวกันจะถูกแย่งกลับไปแทงเข้าที่ท้องของเขา
“ที่ร้านมีกล้องวงจรปิดไหมคะแม่”
“มีค่ะหมอ เพื่อนของต้าบอกว่าน่าจะเห็นเบิ่ดทุกมุม แต่เจ้าของร้านบ่กล้าเอาให้ไผ เขาบอกว่าฝั่งนั้นโทรไปหาเขาแล้ว”
สายพิณกำสายกระเป๋าผ้าไว้แน่น
“เมื่อเซ้าฝ่ายการเงินมาเว้าให้แม่ฟังค่ะ เขาบอกว่าทางรัฐมีสิทธิคุ้มครองคนเจ็บฉุกเฉินวิกฤต จนพ้นอันตรายหรือย้ายไปโรงพยาบาลตามสิทธิได้ แต่บ่เกินสามมื้อ ช่วงนี้แม่ยังบ่ต้องจ่าย แต่หลังจากนั้น ถ้าโรงพยาบาลรัฐยังรับต้าไปบ่ได้ แล้วต้องอยู่รักษาหม่องนี้ต่ออีกหลายมื้อ ค่าใช้จ่ายอาจขึ้นฮอดแสนกว่า ยังสิมีค่าห้อง ค่ายา แล้วก็ค่าตรวจเพิ่มทุกมื้อ”
คนเป็นแม่ก้มหน้าลง เสียงเบาจนเกือบขาดหาย
“แม่คือสิสู้บ่ไหวดอกหมอ แม่บ่มีเงินก้อนเลย ถ้าแบ่งจ่ายทีละน้อยสิได้บ่น้อคุณหมอ หมอซ่อยเว้าให้ได้บ่ แล้วลูกซายแม่สิย้ายไปโรงพยาบาลรัฐได้มื้อได๋ แม่บ่อยากให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มไปหลายกว่านี้”
“วันนี้ยังย้ายไม่ได้ค่ะ ต้าเพิ่งออกจาก ICU ความดันเพิ่งคงที่ ลำไส้ก็ยังไม่เริ่มทำงาน หมอต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนก่อน ฝ่ายสิทธิ์ประสานโรงพยาบาลตามสิทธิไว้แล้ว ถ้าอาการต้าปลอดภัยพอสำหรับการเคลื่อนย้ายและปลายทางรับ หมอจะให้ย้ายทันทีค่ะ”
“แต่เรื่องเงิน...”
“แม่ยังไม่ต้องห่วงค่ะ ให้ต้ารักษาตัวไปก่อน เรื่องค่าใช้จ่ายหมอจะจัดการเอง”
“มันสิได้อีหลีแมนบ่หมอ แม่บ่มีทางไป....”
“แม่ดูแลลูกให้ดีนะคะ ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่หมอเองค่ะ พนักงานดีเด่นสองปีซ้อนของเทศบาลอย่างแม่ ควรมีคนช่วยในวันที่ลำบากบ้างเหมือนกัน”
สายพิณเงยหน้าขึ้นมอง น้ำตาที่กลั้นไว้มานานเอ่อขึ้นเต็มสองตา “หมอฮู้ได้จั๋งได๋ค่ะ”
“หนังสือรับรองจากเทศบาลค่ะ ตอนต้ากำลังผ่าตัด ฝ่ายสังคมสงเคราะห์คุยกับแม่แล้วก็ประสานขอเอกสารไป ทางนั้นส่งสำเนากลับมาให้ตั้งแต่เมื่อวานเย็น ส่วนฉบับจริงจะตามมาทีหลัง หมออ่านก่อนยื่นคำขอกองทุนทุกหน้า”
คนเป็นแม่ยกมือไหว้ ริมฝีปากสั่นจนกล่าวคำขอบคุณออกมาไม่ได้
นัชชารับไหว้แล้วปิดแฟ้ม ก่อนเดินออกจากห้อง รวิศตามออกมาติด ๆ ขณะที่กานต์ยืนรออยู่หน้าห้องพร้อมแฟ้มคนไข้รายถัดไป
“แล้วอาจารย์จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายครับ” รวิศถาม “ถ้าต้ายังย้ายไม่ได้และต้องอยู่ต่อจนจบการรักษา ส่วนที่พ้นสิทธิรวม ๆ อาจแตะสองแสนนะครับ ผมไม่บริจาคนะ บอกไว้ก่อนเลย ไม่ต้องหันมาขอร้อง”
“ก็ไม่คิดจะขอคนอย่างนายหรอก”
“แรง! แต่ก็ดีแล้วครับ เห็นบ้านผมรวยและผมก็หล่อมาก แต่ผมไม่ใช่แหล่งทุนนะครับ”
“เห็นแล้วนึกถึงภาระมากกว่า”
กานต์เปิดกระเป๋าสตางค์ “เดี๋ยวกานต์ช่วยห้าร้อยนะคะอาจารย์”
“สาธุนะกานต์” นัชชายกมือรับคำอนุโมทนา “แต่เก็บไว้ใช้เถอะ พี่มีวิธีของพี่”
เธอรับแฟ้มจากกานต์มาเปิดดู “เย็นนี้สองคนเลิกงานแล้วไปไหน”
“ผมจะไปดูหนังครับ” รวิศรีบตอบ
“กานต์ว่างค่ะ จริง ๆ ว่าจะไปวิ่งที่สวนทุ่งสร้าง”
“อืม พี่จะไปเดินเล่นพอดี เจอกันที่นั่น” นัชชาปิดแฟ้มแล้วปรายตามองรวิศ “นายด้วย”
“แต่ผมจะไปดูหนังนะครับ”
“ดูวันหลัง ฉันสั่ง”
“อาจารย์!”
“ฉันสั่ง ตามนั้น” นัชชาส่งแฟ้มคืนให้กานต์แล้วหันกลับมาทางรวิศ “ตอนนี้รีบตามมา วันนี้มีเคสผ่าริดสีดวง”
“อีกแล้วเหรอครับ”
“ริดสีดวงภายในเกรดสี่ร่วมกับริดสีดวงภายนอก ดันกลับไม่ได้ มีเลือดออกซ้ำ นัดผ่าแบบเปิดบ่ายนี้” เธอออกเดินไปทางห้องตรวจ “นายไปตรวจคนไข้กับฉัน แล้วบอกมาว่าจะตัดตำแหน่งไหน เก็บสะพานผิวหนังตรงไหน ถ้าตัดเพลินจนทวารคนไข้ตีบ ฉันจะให้เขาจำชื่อนายไว้คนเดียว”
รวิศมองตามแผ่นหลังอาจารย์ด้วยสีหน้าเหมือนอยากลาออกเสียตั้งแต่วันนี้
“อาจารย์ให้ผมทำอะไรที่มันน้อย ๆ สบาย ๆ ไม่ได้เหรอครับ ผมไม่ได้จะต่อหมอดากจริง ๆ นะ”
“พูดมากว่ะ รีบตามมา” เสียงนัชชาดังย้อนกลับมา “ผ่าดากของแท้กำลังรอนายอยู่”
*****
ทั้งซึ้ง ทั้งฮาหมอรวิศ โอ๊ยย ฮ่าๆๆ
ก็บอกอยู่ว่าไม่ได้จะต่อหมอดาก อาจารย์ก็ยังลากเข้าห้องผ่า
คิดว่าหมอนัชชาจะหาเงินจากไหนคะทุกคน