เธอใส่เข็มกลัดคนท้องมาทำไม
เธอใส่เข็มกลัดคนท้องมาทำไม
ถนนสำหรับวิ่งรอบบึงทุ่งสร้างคลาคล่ำไปด้วยผู้คนในช่วงเย็น นักวิ่งหลายกลุ่มทยอยลงสนาม บ้างเดินวอร์ม บ้างยืนยืดกล้ามเนื้ออยู่ริมทาง เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสลับกับเสียงพูดคุย
นัชชาเดินนำรวิศกับกานต์มายังร่มไม้ข้างทาง ทั้งสามอยู่ในชุดพร้อมออกกำลังกาย กานต์สวมเสื้อกีฬาเข้ารูปกับกางเกงวิ่งสีดำ ดูทะมัดทะแมงสมกับคนที่มาวิ่งเป็นประจำ ส่วนนัชชามาในเสื้อยืดคอกลมตัวหลวม กางเกงวอร์ม และรองเท้าวิ่งคู่เก่าที่ผ่านการใช้งานมาพอสมควร
คนที่โดดเด่นที่สุดกลับเป็นรวิศ เสื้อผ้าหน้าผมจัดเต็มราวกับกำลังจะไปถ่ายแบบนิตยสารกีฬา รองเท้าวิ่งคู่ใหม่เอี่ยมสะอาดจนแทบไม่มีรอยฝุ่น
“เฮ้นาย! ชุดพร้อมมากเลยนะ วิ่งไหวเหรอนั่น” นัชชาทักเพื่อน
รวิศมองไปยังชายหนุ่มหุ่นลีนในชุดรัดรูปซึ่งยืนหันข้างอยู่ไม่ไกล ก่อนก้มสำรวจรองเท้าของเขา คิดในใจว่าชุดจัดเต็มขนาดนี้ยังกล้าถามเขาอีกนะว่าวิ่งไหวไหม
“อ้าว มาถึงก็แช่งกันเลยนะ”
เสียงตอบกลับไม่ได้มาจากชายหุ่นลีนที่รวิศแอบมอง แต่ดังมาจากอีกคนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
ชายวัยใกล้เกษียณในเสื้อวิ่งสีกรมกับกางเกงขาสั้นยืนเท้าเอวอยู่ใต้ต้นไม้ พุงกลมยื่นนำหน้า ส่วนสูงไม่ถึงร้อยเจ็ดสิบ เส้นผมกลางกระหม่อมบางจนสะท้อนแสงไฟ แต่น่องแน่น ๆ กับรองเท้าวิ่งคู่แพงบอกชัดว่าเจ้าตัวไม่ได้แต่งชุดมาเดินเล่น
ชายหุ่นดีขยับออกจากจุดนั้นลงสนามไป ทิ้งความเงียบสั้น ๆ ไว้กับรวิศที่กวาดตามองคนตรงหน้าใหม่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
นัชชาหัวเราะร่วน เดินเข้าไปแท็กมือกับอีกฝ่าย ทั้งคู่จับมือกันยกสูงแล้วเอาไหล่ชน ก่อนผละออกมาชนกำปั้น จากนั้นชายสูงวัยก็แบมือสลับด้านหลอกให้นัชชาตามไม่ทัน ทั้งสองหัวเราะให้กันเหมือนเด็กที่เล่นท่าประจำมานับครั้งไม่ถ้วน กานต์กับรวิศหันมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“นี่กานต์ พยาบาลห้องผ่าตัด ว่าที่มือหนึ่งของเรา” นัชชาแนะนำ ก่อนชี้ไปยังคนข้างตัว “ส่วนไอ้หมอนี่ชื่อรุจ หมอผู้ช่วยของเรา คนทั่วไปเรียกมันว่าหมอดาก”
“ผมเป็นศัลยแพทย์ทั่วไปครับ” รวิศรีบแก้ต่างตำแหน่งจริงของตัวเอง “ส่วนคำสุดท้ายมีแค่เพื่อนผมเรียก”
“เขาเรียกกันทั้งโรงพยาบาล นายแค่ไม่ได้ยินตอนเขาเรียกลับหลังต่างหาก”
รวิศมองหน้าอาจารย์ที่ให้เกียรติเขาจนแทบอยากเปลี่ยนที่ทำงาน ก่อนยกมือไหว้ตามกานต์
“นี่ผู้กำกับวิโรจน์ อยู่ สภ. แถว ๆ นี้แหละ เรียกสั้น ๆ ว่าพี่โรจน์ เพื่อนฉันเอง”
รวิศมองหน้าผู้กำกับ แล้วหันกลับมามองอาจารย์ “เพื่อน เหรอครับ”
“หน้าพี่เหมือนญาติผู้ใหญ่หมอรุจมากหรือไง” ผู้กำกับสวน
“ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะครับ”
“แต่หน้าหมอมันพูดจบไปแล้ว” วิโรจน์ตอบ ก่อนหันไปส่งยิ้มหวานให้พยาบาลสาว “ว่าแต่หนูกานต์มีแฟนหรือยังลูก”
กานต์ยังไม่ทันตอบ นัชชาก็ชี้หน้าเพื่อนรุ่นใหญ่ก่อน “เก็บงูบนหัวนายซะ ถ้ายังทำตาวิ้ง ๆ ใส่ลูกน้องเราอีก เราจะเอาเข็มฉีดก้นนาย”
ผู้กำกับวิโรจน์ทำหน้าแหย มือข้างหนึ่งเลื่อนไปกุมบั้นท้ายตามสัญชาตญาณ ภาพเข็มฉีดยาในมือหมอปากร้ายคงไปขุดความทรงจำสยองขวัญบางอย่างขึ้นมาจนเขาไม่คิดจะเถียง
สายตาของนายตำรวจยศสูงเลื่อนต่ำลง ก่อนหยุดอยู่ตรงเข็มกลัดซ่อนปลายสีทองซึ่งกลัดอยู่กับเสื้อนัชชาบริเวณหน้าท้อง บนตัวเข็มกลัดมีจี้หัวแมวส้ม เสื้อเด็กสีครีมพิมพ์ลายอุ้งเท้า และดาวสีฟ้าดวงเล็กห้อยเรียงกัน ของมุ้งมิ้งชิ้นนั้นดูผิดที่ผิดทางกับเจ้าของจนคนเห็นต้องเพ่งซ้ำ
“เธอใส่เข็มกลัดคนท้องมาทำไม”
“ก็เราท้อง กลัวคนวิ่งมาชน”
ดวงตาของวิโรจน์เบิกกว้าง ก่อนสีหน้าจะคลายออกเป็นรอยยิ้มกว้างเหมือนแป๊ะยิ้ม “เฮ้ย! จริงเหรอวะ!”
เสียงของเขาดังลั่นจนคนที่กำลังวอร์มอยู่ใกล้ ๆ หันมอง นัชชาถลึงตาปราม แต่ผู้กำกับยังเก็บอาการดีใจไม่อยู่ “ลุงจะเกษียณมาเลี้ยงหลานเอง พูดแล้วอยากปิดโรงพักฉลองเลยว่ะ”
“อีกห้าปีเลยนะกว่านายจะเกษียณ ลูกเราเข้าอนุบาลพอดี” นัชชาบอกหน้าตาย “แล้วตอนนี้เราหย่ากับผัวแล้วด้วยนะ”
“เอ้า! ทำไมล่ะ” วิโรจน์หน้าเปลี่ยนสี “ไปเรียกมันมาคุยเดี๋ยวนี้เลย มันกล้าดียังไงมาทิ้งให้เธอเป็นแม่ม่ายตอนท้องวะ”
“เราอยากหย่าเอง”
“งั้นก็ไปเรียกมันมาถาม ว่ามันปล่อยให้เธออยากหย่าได้ยังไง”
“พอ ๆ ช่างเรื่องผัวเก่าเถอะ เข้าเรื่องของเราดีกว่า”
นัชชากวักมือเรียกทุกคนให้ขยับเข้ามาใกล้ รวิศยังคงจ้องผู้กำกับสลับกับอาจารย์เหมือนพยายามหาคำอธิบายให้ความสัมพันธ์สุดประหลาดนี้
“เป็นเพื่อนกันจริง ๆ เหรอครับอาจารย์”
ฝ่ามือนัชชาสอยท้ายทอยศัลยแพทย์หนุ่มไปหนึ่งที “ถามครั้งที่สองแล้วนะ ขยับมาเร็ว ๆ”
วิโรจน์กอดคอรวิศดึงเข้าวง กานต์ขยับตามมาอย่างลังเล นัชชาวางแขนพาดไหล่พยาบาลสาว ศีรษะทั้งสี่จึงโน้มเข้าหากันสุมหัวอยู่ใต้ร่มไม้ ท่าทางมีพิรุธจัดจนคนวิ่งผ่านไปมาต้องหันกลับมามอง
“อาจารย์เรียกมาลับ ๆ ทำไมครับ” รวิศกระซิบ “แล้วทำไมต้องกอดคอกันแบบนี้ด้วย”
“เรื่องสำคัญ เสียงจะได้ไม่ลอดออกไป”
กานต์มองซ้ายมองขวา “แต่คนกำลังมองเราทั้งสนามแล้วนะคะอาจารย์”
วิโรจน์กดเสียงต่ำสุดขีด “เราบอกก่อนนะ ถ้าเกี่ยวกับศพ เราขอรู้ก่อนว่าฝังไว้ไหน”
รวิศพยายามดีดตัวออกจากวง “ผมว่าเรื่องนี้ไม่มีผมน่าจะดีกว่านะครับ”
นัชชากระชับแขนกานต์แน่นขึ้น กวาดตามองสมาชิกทีละคน สีหน้าจริงจังจนรอยยิ้มบนใบหน้าวิโรจน์ค่อย ๆ เลือนหาย
“เราจะปล้นคน”
*****
มีใครเดาถูกไหมเอ่ย ฮ่าๆๆ
มีใครจะร่วมปล้นบ้าง ยกมืออออ