เงินซื้อผมไม่ได้หรอก
เงินซื้อผมไม่ได้หรอก
เช้าวันถัดมา สมภพ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของผู้กำกับวิโรจน์ ภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านกาแฟถูกเปิดค้างไว้บนจอด้านข้าง เป็นภาพชัดเจนจังหวะที่ลูกชายของเขากระชากมีดกลับมาจากวรากร ก่อนแทงสวนเข้าที่หน้าท้องเหยื่อเต็มแรงแบบกะเอาตาย
สมภพปรายตามองภาพนั้นเพียงครู่เดียวแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าไม่ได้สลดหรือตกใจเหมือนพ่อที่เห็นลูกทำผิด
“เท่าไหร่”
วิโรจน์เลิกคิ้ว “อะไรเท่าไหร่”
“อย่ามาทำเป็นเล่นลิ้นไม่เข้าใจเลยผู้กำกับ” สมภพวางกระเป๋าหนังใบหรูลงบนโต๊ะ “หนึ่งล้าน แล้วลบไฟล์นี้ทิ้งซะ เรื่องจบ”
“เงินซื้อผมไม่ได้หรอก”
มุมปากของสมภพยกขึ้นเตรียมจะหัวเราะเยาะ แต่วิโรจน์ชิงพูดต่อด้วยหน้าตาเฉยเมย
“ถ้ามันไม่มากพอ”
“ว่าแล้วเชียว” อดีตนักการเมืองแค่นเสียงหัวเราะ “สุดท้ายพวกมึงก็สันดานไม่ต่างจากคนอื่น แล้วที่ทำมาทั้งหมดนี่... เพราะนังหมอคนนั้นสั่งมาล่ะสิ”
คำถามนั้นพาวิโรจน์ย้อนความทรงจำกลับไปเมื่อหลายปีก่อน สมัยที่เขายังเป็นนายตำรวจบ้าอำนาจ วางก้ามด่าทอลูกน้องเหมือนทุกคนเกิดมาเป็นขี้ข้า ไม่มีใครกล้าเถียง และแทบไม่มีใครอยากเข้าหน้าติด
ช่วงนั้นเขาต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลหลายวันหลังผ่าตัดริดสีดวงภายในเกรดสี่ อาการปวดระบมบวกกับปัญหาปัสสาวะไม่ออก ยิ่งทำให้ชายวัยสี่สิบปลายอารมณ์ร้ายโมโหง่ายกว่าเดิม กระเช้าแบรนด์รังนกจากลูกน้องวางเรียงรายเต็มห้อง แต่คนเอามาเยี่ยมอยู่ไม่ถึงห้านาทีสักราย ทุกคนแค่ยกมือไหว้ ถามอาการพอเป็นพิธีแล้วรีบขอตัวเผ่น
มีเพียงศัลยแพทย์สาวหน้าเด็กที่เข้ามาตรวจแผลตามเวลาเป๊ะ และไม่เคยปล่อยให้ยศดาวบนบ่าของเขา มาช่วยลดระดับความปากแจ๋วของเธอลงได้เลย
“หมอจะให้ผมกินยาแก้ปวดแค่นี้หรือไง! มันปวดจะตายห่าอยู่แล้ว!”
“ถ้ากินตามที่สั่งตั้งแต่แรก ป่านนี้ไม่ต้องมาร้องโอดโอยเรียกพยาบาลลั่นทั้งชั้นหรอกค่ะ”
“ผมไม่ได้ร้อง!”
“ถ้างั้นเสียงใครร้องคะ ผีริดสีดวงเหรอ”
วิโรจน์โมโหจนเลือดขึ้นหน้าอยากไล่หมอปากดีออกจากห้อง แต่วันต่อมาเขากลับเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่เธอจะเข้ามาตรวจ เพราะอย่างน้อยนัชชาก็พูดกับเขาในฐานะ ‘คน’ ไม่ใช่คุยกับ ‘ยศตำแหน่ง’
วันหนึ่ง หลังจากลูกน้องคนสุดท้ายวางกระเช้าแล้วรีบโกยอ้าวกลับไป วิโรจน์ทอดสายตามองห้องพักที่กลับมาเงียบเหงาอีกครั้ง ก่อนเอ่ยปากถามหมอที่กำลังยืนก้มหน้าจดแฟ้มอยู่ปลายเตียง
“หมอ... เป็นเพื่อนกับผมได้ไหม”
นัชชาเงยหน้าขึ้นมอง “ถามจริง หรือเป็นเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดคะ”
“ผมถามจริง”
หญิงสาวยักไหล่ “เอาสิ แต่เป็นเพื่อนกันแล้ว ฉันไม่เรียกคุณว่าท่านผู้กำกับนะ”
“แล้วจะเรียกอะไร”
“ก็เรียก ‘นาย’ ไง นายก็เรียกเราว่า ‘เธอ’ ฟีลเพื่อนอะ เก็ตปะ”
หลังออกจากโรงพยาบาล วิโรจน์โทรหาเธอครั้งแรกเพราะหงุดหงิดลูกน้อง นัชชาทนฟังเขาด่ากราดพักหนึ่ง ก่อนสวนนิ่ม ๆ ว่า ‘เคยสอนงานเขาดี ๆ หรือยัง หรือเก่งแต่แหกปากให้คนกลัว’ เขาวางสายใส่ด้วยความโกรธ แต่วันรุ่งขึ้นกลับเรียกลูกน้องมาคุยใหม่โดยไม่ใช้อารมณ์ งานชิ้นนั้นเสร็จเรียบร้อยกว่าที่คิด นับแต่นั้นเมื่อมีปัญหา เขาจึงเลือกโทรหานัชชา จากเจ้านายเผด็จการที่ลูกน้องขยาด เขาค่อย ๆ กลายเป็นคนที่มีลูกน้องกล้ามานั่งกินข้าวและเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟัง
วิโรจน์ดึงสติกลับมายังปัจจุบัน มองหน้าสมภพที่รอคำตอบอยู่ “เออ ก็ใช่”
สมภพแค่นหัวเราะเยาะ “ผมก็มีเส้นสายข้างในโรงพยาบาลเหมือนกัน อย่าลืมสิ... ไฟล์กล้องในห้องฉุกเฉินหายไปแล้ว มือถือพวกที่ถ่ายคลิปก็โดนลบเกลี้ยง จะเอาหลักฐานหอกอะไรมาขู่ผมวะ”
“คนอื่นไม่ แต่ฉันมี”
เสียงเรียบเย็นดังแทรกมาจากประตูห้องพักด้านใน
นัชชาเปิดประตูเดินออกมา เสื้อเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ทำให้เธอดูเหมือนผู้หญิงไร้พิษภัย หมอสาวหยุดข้างโต๊ะ วางสมาร์ตโฟนลงแล้วกดเพลย์วิดีโอจากกล้องวงจรปิดในห้องฉุกเฉิน
สีหน้าของสมภพตึงขั้นสุด “มึงไปเอาคลิปนี้มาจากไหน!”
“คนใหญ่คนโตอย่างคุณยังมีหมารับใช้ข้างในได้ แล้วคนทำงานอย่างฉันจะมีบ้างไม่ได้หรือไงคะ”
“ในคลิปมึงเตะกูเต็ม ๆ นะอีหมอห่า!”
“มึงก็ไปแจ้งความสิคะไอ้ควาย!”
*****
โอ๊ยยย สู ฮ่าๆๆ
อิแม่ หมออออ โอ๊ยยยย
เอ้า มาคนละเม้นให้หมอนัชทีค่ะ