แยกกันอยู่ ชื่อก็บอกสถานะชัดอยู่แล้ว
แยกกันอยู่ ชื่อก็บอกสถานะชัดอยู่แล้ว
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้
งานประชุมวิชาการประจำปีจัดขึ้นที่โรงแรมของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเพราะมีงานประชุมซ้อนกันหลายงาน ห้องพักจึงเต็มจนไม่เหลือให้แก้ไขความผิดพลาดของผู้จัดที่ยังบันทึกชื่อณิชคุณกับนัชชาไว้ในฐานะคู่สมรส
“ขอโทษนะครับ พอจะมีห้องว่างเหลืออีกสักห้องไหม”
ณิชคุณเลื่อนบัตรประชาชนให้พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ น้ำเสียงยังสุภาพตามแบบฉบับของผู้ชายซึ่งไม่เคยต้องขึ้นเสียงเพื่อให้ใครทำตาม
นักศึกษาฝึกงานเปิดหน้าจอเช็กระบบซ้ำ ก่อนเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ
“เต็มหมดทุกห้องเลยค่ะอาจารย์ ทางผู้จัดล็อกห้องสวีทเตียงเดี่ยวไว้ให้ในฐานะคู่สมรสแล้วค่ะ”
คำว่า ‘คู่สมรส’ ทำให้หางตาของชายหนุ่มกระตุกเล็กน้อย
“ไม่มีห้องมาตรฐานเหลือเลยเหรอครับ”
“ไม่มีเลยจริง ๆ ค่ะ ช่วงนี้มีงานประชุมซ้อนกันหลายงาน ห้องเต็มทั้งโรงแรมเลยค่ะ”
ณิชคุณรับคีย์การ์ดมาถือ ลากกระเป๋าเดินทางเข้าลิฟต์ ระหว่างตัวเลขชั้นขยับสูงขึ้น เขาเริ่มคิดว่าตลอดสามวันต่อจากนี้จะวางระยะห่างกับเมียซึ่งแยกบ้านกันอยู่มาหนึ่งปีอย่างไรให้เกิดปัญหาน้อยที่สุด
ชายหนุ่มหยุดอยู่หน้าห้องสวีทแล้วเคาะประตูสองครั้ง ไม่มีเสียงตอบรับจึงเคาะซ้ำ
“นัช”
คนข้างในยังไม่เปิด แต่เขารู้ว่าเธอได้ยิน
ณิชคุณทาบคีย์การ์ดลงบนเครื่องอ่าน บานประตูเปิดได้เพียงช่องแคบก่อนติดกลอนโซ่จากด้านใน เขาผ่อนลมหายใจ เมียรู้ว่าผัวมาถึงและตั้งใจปล่อยให้ยืนรอ
เกือบสิบนาทีต่อมา กลอนโซ่จึงถูกปลด ประตูเปิดออกพร้อมไออุ่นจาง ๆ จากด้านใน
นัชชานุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวเพียงผืนเดียว เส้นผมเปียกหมาดแนบข้างแก้ม ใบหน้าสดไร้เครื่องสำอาง ผิวซึ่งเพิ่งผ่านน้ำอุ่นมาขึ้นสีเรื่อ
ณิชคุณมองนานกว่าที่ควร
“มองอะไร”
เขาเบือนหน้า ดันกรอบแว่นขึ้น “เปล่า”
“เปล่าก็เข้ามาสิ จะยืนขวางประตูทำไม”
ณิชคุณลากกระเป๋าแทรกผ่านเมีย กลิ่นสบู่กับไออุ่นจากผิวกายทำให้ระยะห่างไม่กี่นิ้วชวนหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล นัชชาปิดประตูแล้วคล้องกลอนกลับตามเดิม
“กลัวพี่หนีหรือไง”
เธอหัวเราะในลำคอ “กลัวคนข้างนอกผ่านมาเห็นแล้วเข้าใจผิดมากกว่า”
“เข้าใจผิดว่าอะไร”
“ว่าเรายังเป็นผัวเมียที่นอนเตียงเดียวกันแล้วมีความสุขมั้ง”
ณิชคุณผ่อนลมหายใจ ลากกระเป๋าเข้าไปในห้อง แล้วปล่อยประโยคนั้นตกค้างอยู่ตรงประตู เห็นทีสามวันที่เหลือคงไม่มีคำพูดดี ๆ ให้แก่กันอีกแล้ว
ตกเย็น นัชชาเลือกนั่งคนละฝั่งกับผัวในงานเลี้ยงรับรอง
“อ้าว อาจารย์นัช ปีนี้ไม่นั่งโต๊ะเดียวกับอาจารย์ณิชเหรอคะ” รุ่นน้องคนหนึ่งเอ่ยทัก “เมื่อก่อนเห็นเดินตามกันมาเป็นแพ็กคู่ตลอด”
นัชชาคีบอาหารใส่จานตัวเอง “ปีนี้โตแล้วค่ะ เดินเองได้”
รินรดายกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ขณะที่ณิชคุณซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของห้องเงยหน้ามองมา เมียกำลังหัวเราะกับเพื่อนร่วมรุ่น ท่าทางผ่อนคลายในแบบที่เขาไม่ได้เห็นมานาน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่หัวเราะ เธอแค่เลิกหัวเราะเวลาอยู่กับเขาแล้วต่างหาก
“มึง... นอนห้องเดียวกัน เตียงเดียวกันแบบนี้ น้องจะไม่มาคืนนี้เลยเหรอวะ” รินรดากระซิบ “บรรยากาศมันได้อยู่นะ”
นัชชาเบ้ปาก “เหอะ คนอยู่กับจิ๋มอยู่กับช่องคลอดคนไข้ทั้งวันอย่างหมอสูติฯ ผัวกู เขาคงเบื่อจนหมดอารมณ์แล้วมั้งมึง”
“แรงมากแม่ แล้วช่วงที่แยกกันอยู่ ไม่มีเผลอกระชับพื้นที่เลยเหรอจ๊ะ”
“แยกกันอยู่ ชื่อก็บอกสถานะชัดอยู่แล้วป๊ะ”
“แน่ใจ?”
“ก็มีบ้าง สามสี่เดือนครั้ง” นัชชาวางช้อน ริมฝีปากเหยียดยิ้ม “ความประทับใจเข้าใกล้ศูนย์ มึงนึกภาพหมาฉี่ใส่ล้อรถนะ... มาถึง ดม ๆ ยกขาฉี่ แล้วก็ไป”
รินรดาหลุดหัวเราะ ก่อนรีบยกมือปิดปาก “อีบ้า เบา ๆ หน่อย”
“เบามาทั้งชีวิตคู่แล้ว ขอหนัก ๆ ก่อนหย่าบ้างไม่ได้เหรอวะ กูแค้น!”
รินรดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารัวนิ้วบนหน้าจอ ข้อความถูกส่งข้ามห้องไปถึงธีรภัทร ศัลยแพทย์หนุ่มอ่านจบก็ไหล่สั่นจนคนข้างตัวสังเกตเห็น
ณิชคุณเหลือบมอง “อะไร”
ธีรภัทรยื่นหน้าจอให้ดูด้วยความปรารถนาดี
นัชมันบอกว่าเรื่องบนเตียงของพี่ณิชห่วยเหมือนหมาฉี่ใส่ล้อรถ ฝากบอกเพื่อนพี่ด้วยนะ ถ้าจะเร็วขนาดนั้น หย่าให้จบ ๆ หลังสัมมนาเลยดีไหม นัชมันจะได้รีบไปหาผัวใหม่ที่แซ่บกว่านี้สักที
ณิชคุณอ่านจนจบ ก่อนวางแก้วน้ำลงแรงกว่าปกติ
“เมียมึงเผามึงกลางงานแล้วนะเพื่อน” ธีรภัทรกลั้นขำ “เสียชื่อสูติแพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์หมด”
“เรื่องบนเตียงไม่เกี่ยวกับวุฒิบัตร”
“แต่มันเกี่ยวกับศักดิ์ศรีลูกผู้ชายล้วน ๆ ครับอาจารย์”
“ไร้สาระ”
“ไร้สาระ แต่หูมึงแดงนะครับ”
สายตาคมตวัดข้ามห้องไปหาคนต้นเรื่อง นัชชากำลังหัวเราะหน้าตาเฉยโดยไม่สนใจว่าเขามองอยู่
“ก็คนไม่ค่อยให้ความร่วมมือ จะให้ทำยังไง ทำอะไรไปก็ไม่เคยถูกใจอยู่แล้ว”
ธีรภัทรหรี่ตามอง “คำตอบมึงชัดเจนมากเพื่อน มึงจะยอมให้เมียจำว่าห่วยแบบนั้น แล้วเอาไปเปรียบเทียบกับผัวใหม่เหรอวะ”
“จะหย่ากันอยู่แล้ว นัดวันเรียบร้อย”
“ก็ยังไม่ได้หย่าคืนนี้นี่หว่า”
กรามของณิชคุณบดเข้าหากัน สายตายังไม่ละจากผู้หญิงอีกฝั่งของห้อง
****
ไงล่ะ หมอสูติ โดนเมียลูบคมแบบนี้ จัดเลยไหม
***
เรื่องนี้ลินท์จะพาทุกคนไปเที่ยวบ้านเกิด จังหวัดขอนแก่นนะคะ
ความว่าคิดถึงบ้าน เลยเขียนให้เรื่องอยู่ขอนแก่นเลยดีกว่า
ใครเป็นคนขอนแก่น คอมเมนต์มาหน่อยเร้ว
อยากรู้จัง รีดเดอร์ทั้งหลายอยู่จังหวัดไหนบ้างคะ