ไม่ได้เรื่อง!
ไม่ได้เรื่อง!
“ท่านครับ ได้ข่าวว่าท่านมาบริจาคเงินให้โรงพยาบาล ทำไมไม่แจ้งผมก่อนล่ะครับ ผมจะได้ลงมาต้อนรับ”
สมภพมองรองผู้อำนวยการตั้งแต่ศีรษะจรดรองเท้า ก่อนพ่นคำสั้น ๆ ออกมา
“ไม่ได้เรื่อง!”
เขาคว้ากระเป๋าหนังแล้วเดินผ่านประภาสไปพร้อมผู้ติดตามสองคน คนที่ตั้งใจลงมาประจบรีบหมุนตัวตาม
“ท่านครับ ท่าน...”
สมภพไม่เหลียวกลับ ประตูกระจกปิดลงต่อหน้าประภาส ทิ้งให้เจ้าตัวยืนเสียหน้าอยู่กลางสายตาเจ้าหน้าที่ทั้งห้อง
นัชชาเดินเข้ามาหยุดข้าง ๆ “อาจารย์ไม่ต้องตามหรอกค่ะ ท่านคงอิ่มบุญจนพูดได้แค่นั้น”
ประภาสหันขวับ “หมอไปทำข้อตกลงอะไรกับท่านไว้!”
“ข้อตกลงช่วยเหลือผู้ป่วยค่ะ มีฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายกองทุนตรวจเอกสารครบทุกหน้า ถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง ท่านสมภพสมัครใจเองนะคะ นัชไม่ได้บังคับ แค่อธิบายจนท่านเห็นว่าบริจาคสองล้านเป็นทางเลือกที่สบายใจที่สุด”
“สมัครใจบ้าบออะไร หน้าท่านเหมือนอยากฆ่าหมอ!”
“สีหน้าเป็นความรู้สึกส่วนตัวค่ะ ลายเซ็นต่างหากที่มีผลตามเอกสาร” นัชชาเหลือบมองประตูกระจก “แล้วท่านสมัครใจมากนะคะ เซ็นจนกระดาษแทบทะลุ”
เจ้าหน้าที่นำสำเนาหนังสือแสดงเจตจำนงกลับมาให้นัชชาตรวจ เธอกวาดตาอ่านถ้อยคำสำคัญ แล้วส่งยิ้มให้คนข้างตัว
“ในหนังสือรับบริจาคกำหนดชัดว่า เงินสองล้านใช้ช่วยผู้ป่วยยากไร้ของศูนย์ลำไส้ฯ เท่านั้น จะโยกเข้ากองกลางหรือแบ่งให้หน่วยอื่น ต้องขอความยินยอมจากผู้บริจาคใหม่ค่ะ นัชกันไว้ กลัวเงินก้อนนี้จะหลงทางเหมือนงบของศูนย์”
“หมอคิดว่าได้เงินมาแล้วจะใช้ตามใจชอบหรือไง”
“นัชใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนค่ะ ส่วนอาจารย์จะชอบหรือไม่ชอบ ฝ่ายกองทุนไม่ได้ทำช่องไว้ให้ติ๊ก แล้วอีกอย่าง อาจารย์เป็นคนพูดเองนะคะ หรือว่าจะกลับคำ จะได้ฝากหมอรุจไปยืมกระโปรงแม่มาให้อาจารย์ใส่”
“นัชชา!”
“ค่า!”
นัชชารับสำเนาเอกสารมาเก็บเข้ากระเป๋า แล้วหันไปพยักหน้าให้รวิศกับกานต์เดินตาม
“ขอบคุณนะคะอาจารย์ ถ้าอาจารย์ไม่ตัดงบ นัชคงไม่มีแรงบันดาลใจหาเงินกลับมาตั้งสองล้าน คราวหน้าถ้าอยากช่วยศูนย์เพิ่มอีกก็ตัดมาได้เลยค่ะ นัชเริ่มสนุกแล้ว”
เธอพาลูกทีมออกจากสำนักงานไป ทิ้งประภาสไว้กับเสียงเครื่องพิมพ์ใบรับเงินและสายตาของเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร
หลังจากวันนั้น ตารางงานของศูนย์ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนักก็แน่นขึ้นอย่างผิดปกติ เคสที่เคยกระจายให้ศัลยแพทย์ทั่วไปถูกตีความใหม่ว่าเกี่ยวข้องกับลำไส้แล้วส่งมาขอความเห็นจากนัชชา คิวผ่าที่ค้างอยู่ถูกขยับขึ้นมาติดกัน เวรรับปรึกษานอกเวลาถูกใส่ชื่อเธอเพิ่มด้วยเหตุผลว่าศูนย์ขาดคน
นัชชาตรวจรายละเอียดทุกเคส หากอยู่ในขอบเขตความชำนาญและยังจัดทีมได้โดยไม่กระทบความปลอดภัย เธอก็เซ็นรับโดยไม่โต้แย้ง ประภาสจึงยิ่งได้ใจ คิดว่าการบีบตารางกำลังทำให้หมอปากดีหมดแรงลงทีละน้อย
ปลายสัปดาห์ รวิศทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ในห้องพักแพทย์หลังช่วยผ่าตัดเคสที่สามของวันซึ่งกินเวลารวมกันเกือบสิบชั่วโมง เสื้อสครับชื้นเหงื่อ เส้นผมยุ่งจนไม่เหลือสภาพคุณชายลูกเจ้าของบริษัทนำเข้านมซิลิโคน
กานต์นั่งพิงตู้เก็บของอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาอ่อนล้าจากการยืนประจำห้องผ่าตัดมาหลายชั่วโมง ส่วนนัชชานั่งเปิดภาพ CT scan ของคนไข้รายถัดไปอยู่หน้าโต๊ะ แม้ไหล่จะลู่ลงกว่าปกติ แต่ปลายนิ้วยังคงเลื่อนดูภาพแต่ละระนาบอย่างละเอียด
“อาจารย์ครับ” รวิศเรียกเสียงอ่อนแรง “ถ้าพรุ่งนี้มีผ่าอีก ผมจะขอนอนรอในห้อง OR เลยนะครับ จะได้ไม่เสียแรงเดินกลับห้องพัก”
“นายจะนอนไหนก็ได้ ขอแค่ตอนผ่าอย่าหลับคาแผลคนไข้”
“นี่อาจารย์ไม่เหนื่อยเลยหรือไง”
“เหนื่อย”
“แล้วทำไมยังรับอีกครับ อาจารย์ประภาสแกล้งกันชัด ๆ อาทิตย์ก่อนศัลยแพทย์คนอื่นตารางโล่งจนมีเวลาไปตีกอล์ฟ อาจารย์กลับยืนผ่าตั้งแต่เช้ายันค่ำ ผมกับพี่กานต์เลยต้องโดนหางเลขไปด้วย”
กานต์หันมาทางอาจารย์ “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อ อาจารย์ควรยื่นเรื่องนะคะ ตารางทั้งหมดมีหลักฐานอยู่”
“พี่กำลังปล่อยให้เขาสร้างหลักฐานเพิ่มอยู่นี่ไง”
****
คนอย่างนัชชาเหรอจะปล่อยให้โดนแกล้ง
แต่ไม่ยอมฟ้องผัว เอ้ย อดีตผัวตรงๆ นะ
ขอ 3 คำ หรือหลายคำก็ได้ ให้หมอประภาสหน่อยค่ะ