เป็นหมอสูติภาษาอะไรวะ
เป็นหมอสูติภาษาอะไรวะ
ความมั่นใจอยู่กับประภาสจนถึงตอนที่ตารางงานปึกใหญ่ถูกธเนศฟาดลงบนโต๊ะตรงหน้า
“นี่ตารางแพทย์หรือใบสั่งให้คนแท้ง!”
ประภาสสะดุ้งจนตัวโยน “ท่านประธานครับ....”
“ใครเป็นคนจัด”
“ฝ่ายตารางเวรเป็นคนจัดตามจำนวนคนไข้ ผมแค่อนุมัติ”
“คนไข้เพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในสัปดาห์เดียวเฉพาะศูนย์ลำไส้ฯ หรือไง”
ประภาสเหลือบเห็นณิชคุณนั่งอยู่บนโซฟาด้านข้างจึงเริ่มเข้าใจว่าตนถูกเรียกมาด้วยเรื่องอะไร “ช่วงนี้เคสเกี่ยวกับลำไส้มีมาก หมอนัชเป็นผู้เชี่ยวชาญที่สุด ผมก็ต้องส่งให้คนที่มีความสามารถรับผิดชอบ”
“แล้วศัลยแพทย์คนอื่นเอาไว้นั่งประดับแผนกหรือไง”
“หมอนัชชารับเองทุกเคสนะครับ ไม่มีใครบังคับ”
ธเนศตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ “เพราะแกรู้อยู่แล้วว่าถ้าส่งคนไข้ไป นัชชาไม่ทิ้ง! อย่าเอาความรับผิดชอบของหมอมาใช้เป็นช่องให้แกเล่นงานเขา”
“ผมไม่ได้เล่นงานใครนะครับท่านประธาน”
“แกคิดว่าฉันบริหารโรงพยาบาลมาเกือบสามสิบปีแล้วดูไม่ออกเหรอ อะไรคือตารางงาน อะไรคือการเอาคืนเพราะถูกหมอรุ่นลูกหักหน้า”
ใบหน้าของประภาสซีดลง “ผมทำตามความจำเป็นของแผนก”
“ถ้าจำเป็นจริง ทำไมตารางคนอื่นว่าง” ธเนศชี้ข้อมูลบนหน้าจอโทรศัพท์ “กลับไปแก้ใหม่ภายในวันนี้ กระจายเคสให้เหมาะสม เวรที่ใส่เกินมาตรฐานเอาออกทั้งหมด ต่อจากนี้ถ้าจะส่งเคสนอกศูนย์ให้นัชชา ต้องมีเหตุผลทางการแพทย์เป็นลายลักษณ์อักษร แล้วส่งตารางย้อนหลังให้ ผอ.ธานินทร์กับฝ่ายคุณภาพตรวจด้วย ว่ามีใครถูกจัดงานผิดปกติแบบนี้อีกหรือเปล่า”
“แต่ท่านประธาน....”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับหมอนัชชา คนไข้ หรือทายาทแก่นวรเวชในท้องเขา แกเตรียมหาคนมานั่งตำแหน่งแทนตัวเองได้เลย”
ประภาสก้มหน้ารับคำสั่ง ฟันกรามบดเข้าหากันจนแก้มกระตุก แต่ไม่กล้าเถียงต่อ
“ออกไป”
รองผู้อำนวยการเดินออกจากห้องด้วยสภาพต่างจากตอนเข้ามาโดยสิ้นเชิง ธเนศรอให้ประตูปิดจึงหันกลับมาหาลูกชาย
“พอใจหรือยัง”
“ตารางยังไม่แก้ครับ”
“ไอ้นี่....”
ณิชคุณลุกขึ้นยืน “ขอบคุณครับพ่อ”
“ฉันทำเพื่อโรงพยาบาลกับหลาน ไม่ได้ทำเพื่อนัชชา”
“เหตุผลของพ่อไม่สำคัญเท่าผลที่เกิดขึ้นหรอกครับ”
เขายกมือไหว้แล้วเดินออกไป ทิ้งให้ธเนศมองตามพร้อมความรู้สึกอยากขว้างแฟ้มใส่หลังลูกชายสักครั้ง
คืนนั้น ธีรภัทรโทรมาหาณิชคุณพร้อมเสียงหัวเราะซึ่งดังมาก่อนคำทักทาย
“ได้ข่าวว่าจากหมาเยี่ยวใส่ล้อรถ ตอนนี้มึงพัฒนามาเป็นเห็นจิ๋มเมียเหมือนไหปลาร้าแล้วเหรอวะ”
“ใครเล่า”
“รินได้ยินมาจากเพื่อนที่โรงพยาบาลมึงอีกที ข่าวนี้เดินทางเร็วกว่าผลงานวิจัยกูมาก” ธีรภัทรหัวเราะต่ออีกพักหนึ่ง ก่อนจับความผิดปกติจากการที่เพื่อนไม่ด่ากลับ “เฮ้ย เรื่องจริง?”
“อืม”
ปลายสายลดเสียงลง “มึงหมายถึงเบื่อจริง ๆ หรือมีปัญหาตอนทำ”
“เคยทำได้ ช่วงหลังทำไม่ได้”
“แล้วมึงปล่อยไว้จนหย่ากันเนี่ยนะ เป็นหมอสูติภาษาอะไรวะ รักษาคนท้องยากมาทั้งประเทศ ปัญหาบนเตียงตัวเองเสือกวินิจฉัยไม่เป็น”
“กูรู้กายวิภาค ไม่ได้แปลว่ารู้จิตใจทุกอย่าง”
“โอ้โฮ ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้แล้วหนึ่ง กูควรอัดเสียงเก็บไว้ไหม”
“ถ้าจะโทรมากวน วางนะ”
“เดี๋ยว ๆ” ธีรภัทรรีบห้าม “ไปหาภาคิณสิ เด็กกว่ามึงหน่อย แต่ทำงานด้านสุขภาพทางเพศและคู่สัมพันธ์โดยตรง ความรู้แน่น ไม่เอาตำรามาฟาดหัวคนไข้ด้วย กูเคยไปปรึกษา ดีมาก เดี๋ยวนี้เรื่องบนเตียงกูกับเมียแซ่บมาก”
“จิตแพทย์?”
"ไอ้เหี้ย เขาอยู่โรงพยาบาลเดียวกับมึง ไม่รู้เหรอ มึงรีบไปเลย ก่อนนัชเขาจะไปมีผัวใหม่”
กรามของณิชคุณเกร็งขึ้น “เขาท้องอยู่”
“ยิ่งง่าย คนท้องบางคนฮอร์โมนขึ้น ความต้องการเพิ่ม อยากให้พ่อของลูกอยู่ใกล้ อยากกอด อยากสัมผัส มันคือสายใยรักพ่อแม่ลูก รู้จักมะ”
“ไม่ใช่คนท้องทุกคน”
“กูรู้ แต่มึงก็เลือกภาวนาให้นัชเป็นคนนั้นสิวะ อย่างน้อยตอนนี้อดีตเมียมึงยังไม่มีผัวใหม่ คู่ทำการบ้านก็อยู่บ้านข้างกัน จะรอห่าอะไร”
“ใครบอกว่าจะมีการบ้าน”
“จิตแพทย์ด้านนี้ไม่ได้ให้มึงไปนั่งสมาธิมองรูปดอกบัวมั้ง... สุดท้ายก็ต้องฝึก มึงรีบไปคุยก่อนเถอะ”
หลังวางสาย ธีรภัทรส่งข้อมูลติดต่อของหมอภาคิณมาให้ ณิชคุณเปิดอ่านประวัติการทำงานอยู่พักหนึ่ง ก่อนกดบันทึกหมายเลขไว้โดยยังไม่ได้โทรนัด
*****
หมอสูติที่เบื่อจิ๋มเมีย แต่คนรู้ทั้งโรงพยาบาล
มีใครอยากเอาปี๊บไปคลุมหัวให้หมอณิชคุณไหมคะ