หมอ ไปหาหมอ
หมอ ไปหาหมอ
สามสัปดาห์ต่อมา ตารางงานของศูนย์ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ฯ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ หมอประภาสหยุดเล่นงานอย่างเปิดเผย แต่ความไม่พอใจยังคงฉายชัดทุกครั้งที่ต้องประชุมร่วมกับนัชชา ส่วนเจ้าตัวไม่เสียเวลาไปสนใจ เธอกลับไปตรวจคนไข้ ผ่าตัด และติดตามครรภ์และก้อนเนื้องอกตามนัดโดยไม่เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังนอกจากคนที่จำเป็นต้องรู้
อายุครรภ์ของนัชชาเกือบแปดสัปดาห์ ณิชคุณยังคงวนเวียนอยู่ใกล้อดีตภรรยา เขาถือกระเป๋าให้บ้าง เอาอาหารมาวางไว้ในห้องพักแพทย์บ้าง บางวันก็มายืนรอส่งถึงหน้าลิฟต์หลังเธอตรวจครรภ์เสร็จ นัชชารับเฉพาะของที่มีประโยชน์กับลูก แต่หากเป็นคำชวนกินข้าว ดูหนัง หรือกลับบ้านพร้อมกัน เธอยังคงมอบคำตอบเดิมให้เสมอ...
“ไม่ค่ะ”
ระยะห่างระหว่างสองคนจึงไม่ได้ลดลงมากนัก มีเพียงณิชคุณที่เดินวนอยู่รอบเส้นกั้นที่นัชชาขีดไว้ และพยายามขยับปลายรองเท้าล้ำเส้นเข้ามาทีละนิดในทุกครั้งที่เธอเผลอ
ช่วงพักกลางวัน ณิชคุณขึ้นมาคุยรายละเอียดคนไข้ตั้งครรภ์ที่เพิ่งส่งต่อจากศูนย์เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ให้สูติแพทย์เจ้าของไข้ พอเดินออกจากห้องตรวจ ชลธิชาก็เดินเข้ามาหาตรงโถงลิฟต์ ในมือถือถุงอาหารจากร้านดังมาสองชุด
“พี่ณิชคะ ชลสั่งข้าวมาเผื่อ กำลังจะโทรถามเลยว่าพี่กินอะไรหรือยัง”
“ขอบคุณครับ แต่พี่มีนัดแล้ว”
ชลธิชารับคำ ทว่ายังยืนอยู่ที่เดิม ท่าทางอึกอักเหมือนมีเรื่องอยากพูดแต่ยังตัดสินใจไม่ได้
“มีอะไรหรือเปล่า”
“คือ... ชลไม่แน่ใจว่าควรถามไหม” เธอลดเสียงลง “ช่วงนี้คนในแผนกพูดกันว่า พี่เบื่ออวัยวะเพศผู้หญิงจนเห็นของเมียตัวเองเป็นไหปลาร้า เรื่องนี้มาจากปากนัชจริง ๆ เหรอคะ”
“ไม่ทั้งหมดครับ”
ชลธิชาเพ่งมองเขา “ชลถามได้ไหมคะ ว่าตรงไหนเป็นเรื่องจริง ชลไม่อยากเชื่อเลย เพราะได้ยินเขาลือกันไปไกลมาก”
“พี่มีปัญหานิดหน่อย”
ณิชคุณไม่ขยายความ เขาเดินไปกดเรียกลิฟต์ ชลธิชาจึงรีบก้าวตาม “พี่ณิชจะไปไหนคะ แล้วอาหารของชลล่ะ”
“พี่มีธุระส่วนตัว ขอบใจที่สั่งมาเผื่อนะ”
ประตูลิฟต์เปิดออก ณิชคุณก้าวเข้าไปโดยไม่รับถุงอาหาร ชลธิชายืนอยู่ด้านนอก มองประตูโลหะเลื่อนปิดลงพร้อมคำตอบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ที่ยิ่งทำให้อยากรู้มากกว่าเดิม
การซักประวัติช่วงแรกดำเนินไปไม่ต่างจากการรายงานเคสคนไข้ ณิชคุณให้ข้อมูลเรื่องโรคประจำตัว ยาที่ใช้ การพักผ่อน ความเครียด และการดื่มแอลกอฮอล์ด้วยถ้อยคำกระชับ ความต้องการ การแข็งตัว การหลั่ง และการตอบสนองต่อกิจกรรมทางเพศรูปแบบอื่นยังเป็นปกติ เขาเคยทำกิจกรรมดังกล่าวได้ แต่อาการค่อย ๆ ชัดขึ้นหลังทำงานด้านสูตินรีเวชมาหลายปี
ภาคิณนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน ไม่มีเสื้อกาวน์ จิตแพทย์หนุ่มอายุน้อยกว่าเขาเกือบห้าปี แต่ความสุภาพไม่ได้ทำให้คำถามที่ส่งมาลดความเฉียบคมลง
“ตอนกำลังจะทำออรัลเซ็กซ์ เกิดอะไรขึ้นกับอาจารย์ครับ”
“พอก้มลงไปใกล้ สมองผมมันสวิตช์เปลี่ยนเป็นตอนตรวจคนไข้ บางครั้งก็นึกถึงกลิ่นถุงมือ น้ำยาฆ่าเชื้อ หรือไม่ก็ภาพรอยโรคในห้องตรวจผุดขึ้นมา อารมณ์ที่มีก่อนหน้านั้นก็ดับวูบไปเลย”
“แล้วอาจารย์ทำยังไงต่อครับ”
****
เมื่อหมอ ไปหาหมอ
ควรสงสารหมอณิชดีไหมคะ