หมอพูดแบบนี้กับคนไข้ทุกคนหรือเปล่า
หมอพูดแบบนี้กับคนไข้ทุกคนหรือเปล่า
“แล้วอาจารย์ทำยังไงต่อครับ”
“หยุด แล้วเลี่ยงไปทำอย่างอื่นแทน”
ภาคิณจดข้อมูลลงในกระดาษ “ถ้าเกิดจากการเห็นอวัยวะเพศหญิงในห้องตรวจเพียงอย่างเดียว เราต้องอธิบายให้ได้ว่าทำไมอาการถึงเพิ่งชัดขึ้นในช่วงหลังครับ งานอาจเป็นตัวกระตุ้น แต่ยังอธิบายไม่ได้ทั้งหมด ช่วงที่เริ่มมีอาการ ชีวิตอาจารย์มีอะไรเปลี่ยนไปบ้างครับ”
“แม่ผมเสีย ผมรับเคสเพิ่มเยอะมาก แล้วผมกับภรรยาก็รักษาภาวะมีบุตรยากมาระยะหนึ่ง”
“ตอนนั้นความสัมพันธ์กับภรรยาเป็นยังไงบ้างครับ”
“ผมมาปรึกษาเรื่องที่ผมทำออรัลเซ็กซ์ไม่ได้ ไม่ได้มาประเมินชีวิตแต่งงานทั้งหมดนะครับหมอ”
ภาคิณวางปากกาลง “อาจารย์เป็นหมอ อาจารย์น่าจะรู้ดีว่าถ้าคนไข้เลือกเล่าเฉพาะอาการที่ตัวเองอยากรักษา แล้วตัดปัจจัยแวดล้อมที่ตัวเองไม่อยากตอบออก การประเมินมันก็อาจคลาดเคลื่อนไปตั้งแต่ต้น”
แผ่นหลังของณิชคุณตั้งตรงขึ้น “หมอกำลังจะบอกว่าผมปิดบังประวัติ?”
“ผมกำลังจะบอกว่า อาจารย์พยายามแยกเรื่องบนเตียงออกจากความสัมพันธ์... ทั้งที่อาการมันเกิดขึ้นระหว่างคนสองคนครับ”
“หมอพูดแบบนี้กับคนไข้ทุกคนหรือเปล่า”
“เฉพาะกับคนไข้ที่พยายามแย่งนั่งเก้าอี้หมอ ทั้งที่วันนี้ตัวเองเดินเข้ามารับการรักษาครับ”
ณิชคุณมองหน้าคนอายุน้อยกว่า หากคนไข้ของเขาตัดข้อมูลสำคัญทิ้งเพราะไม่อยากตอบ เขาคงดุแรงกว่านี้ด้วยซ้ำ
“ถ้าอาจารย์ยังไม่พร้อมเล่าวันนี้ เราเก็บไว้คุยกันครั้งหน้าได้ครับ ผมไม่อยากได้คำตอบที่ฝืนใจ แต่ถ้าข้อมูลไม่พอ ผมก็ยังสรุปต้นเหตุให้ไม่ได้อยู่ดี”
ท่าทีนิ่งสงบ ไม่คาดคั้น ทำให้แรงต่อต้านของณิชคุณลดลง เขาปรับลมหายใจ ก่อนยอมเปิดเผยสิ่งที่ตั้งใจปิดบังไว้ในตอนแรก
“หลังแม่เสีย ผมกลับบ้านน้อยลงครับ เรื่องมีลูกก็เริ่มกดดันเราสองคน เพศสัมพันธ์กลายเป็นหน้าที่ มีวัน มีเวลา ต้องนับรอบตกไข่ ต้องดูผลตรวจ บางครั้งเหนื่อยแค่ไหนก็ต้องทำ เพราะมันเป็นช่วงที่เหมาะสม”
“จากความใกล้ชิด กลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา”
“ประมาณนั้นครับ”
“ตอนนั้นอาจารย์คิดเรื่องความพึงพอใจของภรรยา หรือคิดแค่ว่าจะตั้งครรภ์สำเร็จครับ”
“อย่างหลังครับ”
ภาคิณพยักหน้ารับ “พอความใกล้ชิดถูกผูกเข้ากับงาน ผลตรวจ และความสำเร็จทางการรักษา สมองอาจารย์อาจดึงภาพจากห้องตรวจเข้ามาทับซ้อนได้ง่ายขึ้น แต่ผมก็ยังไม่สรุปว่านี่เป็นสาเหตุทั้งหมดนะครับ... แล้วภรรยาอาจารย์ล่ะครับ เขารับมือกับเรื่องนี้ยังไง”
“ผมคิดว่านัชไม่โอเคกับเรื่องนี้มาก” ภาคิณรอฟังอย่างตั้งใจ “เขาเคยถามว่าทำไมผมถึงไม่ทำให้ ผมก็ตอบไปว่า... เห็นมาทั้งวันแล้ว”
“อาจารย์หมายถึงเห็นจากการทำงาน”
“ครับ”
“แต่เขาอาจได้ยินเป็นว่า อาจารย์เบื่อหรือรังเกียจร่างกายเขา”
มือที่วางอยู่บนต้นขาของณิชคุณเริ่มสั่นขึ้นมา เขาประสานนิ้วเข้าหากันแน่นเพื่อกดอาการนั้นไว้
“ผมคิดว่าเขาเข้าใจแบบนั้นครับ” เสียงของเขาเบาลง “ช่วงหลังเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้า เขาจะหันหลังให้ บางครั้งก็ใช้เสื้อบังตัวเอง ทั้งที่ในห้องนอนมีแค่ผม”
“อาจารย์เคยอธิบายให้เขาฟังไหมครับ ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากรูปร่างหรือความสะอาดของเขา แต่เกิดจากปฏิกิริยาทางใจของอาจารย์เอง”
“ไม่เคยครับ”
“เคยถามเขาไหมว่ารู้สึกยังไง ที่ถูกสามีปฏิเสธความต้องการซ้ำ ๆ”
ณิชคุณส่ายหน้าช้า ๆ “ไม่เคยครับ”
ภาคิณเหลือบมองมือที่ยังประสานแน่นอยู่บนตัก
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะครับ ขอบคุณอาจารย์ที่เล่าให้ผมฟัง” น้ำเสียงของเขาไม่ได้เร่งรัดให้ณิชคุณต้องขุดสิ่งที่ยังไม่พร้อมพูดออกมามากกว่านั้น
ณิชคุณคลายมือออก อาการสั่นลดลงแล้ว แต่ความหนักอึ้งยังกดทับอยู่กลางอก
“จากที่ผมเล่า หมอคิดว่าผมเป็นอะไร”
*****
ถ้าแก้ไขก่อนหน้านี้ ก็ไม่ต้องหย่าเมียนะหมอ ปัดโธ่!
หมอยังไงก็เป็นมนุษย์ ตลกร้าย รักษาคนอื่นได้ แต่ตัวเองก็มีปัญหาเหมือนกัน
ทุกคนคะ ลินท์กำลังเขียนอีกเรื่อง คราวนี้ไปที่โรงพยาบาลรัฐบ้าง(แบบเขียนนิยายแพทย์แล้วมันส์มือ ฮ่าๆๆ)
อยากรู้ประสบการณ์ที่เคยไปรับบริการจากโรงพยาบาลรัฐ
ทั้งที่ประทับใจ และรู้สึกแย่ เผื่อได้แรงบันดาลใจไปเขียนค่ะ
ส่วนตัวลินท์มีที่แย่มากๆ และดีเช่นกัน(แต่เอกชนคือดีกว่ามากๆ ฮ่าๆๆ)
แล้วสรุปเรื่องนี้ เราอยู่หมวด 20+ แต่เนื้อหาไม่ได้ไก่กาเด้อ ฮ่าๆๆ
เราอยู่ผิดหมวดป่าววะ ฮ่าๆๆ
แต่ 20+ ก็มีเด้อ อิพ่ออิแม่เขาก็แซ่บกันอยู่