เป็นอาจารย์หมอกันทั้งคู่ ไม่อายปากบ้างหรือไง
เป็นอาจารย์หมอกันทั้งคู่ ไม่อายปากบ้างหรือไง
เพียงมีคนเห็นนัชชาเดินออกจากห้องตรวจของภาคิณ ข่าวว่าเธอไปพบจิตแพทย์ด้านเพศก็เดินทางมาถึงเคาน์เตอร์ประสานงานศัลยกรรมก่อนเจ้าตัวกลับมาเสียอีก จินตนากำลังเล่าให้พยาบาลสองคนฟังด้วยสีหน้าราวกับเพิ่งค้นพบความเสื่อมเสียครั้งใหญ่ของวงการแพทย์
“เรื่องในมุ้งในห้องนอนยังเอาไปเล่าให้หมออื่นฟัง เป็นอาจารย์หมอกันทั้งคู่ ไม่อายปากบ้างหรือไง”
“ปกตินะครับพี่จิน”
รวิศซึ่งเดินผ่านมาได้ยินพอดี หยุดร่วมวงโดยไม่มีใครเชิญ
“มีปัญหาก็ต้องหาหมอสิครับ ไส้ลงหำยังต้องหอบหำมาหาหมอเลย”
พยาบาลรุ่นน้องสองคนสะดุ้ง คนหนึ่งก้มหน้างุดจัดเอกสารทิพย์ อีกคนมุดหลบหลังจอคอมพิวเตอร์เพื่อกลั้นขำสุดชีวิต
จินตนาหันขวับ “มันเหมือนกันตรงไหนคะหมอรุจ!”
“ก็เป็นเรื่องส่วนตัวเหมือนกันไงครับ ไส้เลื่อนลงหำ จะให้มัวแต่อายจนนั่งดันไส้ออกจากหำเองเหรอ” รวิศตอบหน้าตาย “เรื่องในมุ้งก็เหมือนกัน เจ้าของมุ้งมีปัญหา เขาไปหาหมอถูกแล้วครับ คนที่ควรอายปากคือคนนอกมุ้ง ซึ่งเอาปากมุดเข้าไปทั้งที่ไม่มีใครเปิดมุ้งให้”
พยาบาลสองคนหลังเคาน์เตอร์ก้มหน้าต่ำกว่าเดิม ไหล่เริ่มสั่นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
“หมอรุจ!”
“ครับ ผมก็กำลังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าปากพี่จินเข้าไปอยู่ในมุ้งอาจารย์สองคนตั้งแต่เมื่อไร น่าศึกษามากครับ”
“หมอรุจ ทำไมพูดกับพี่แบบนี้คะ!”
รวิศยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา สีหน้าเรียบสนิทราวกับเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังมีงานทำ
“อ้าว ถึงเวลาตรวจคนไข้แล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”
เขาหมุนตัวเดินออกไปสองก้าว ก่อนหันกลับมาเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อย่าเอาไปเล่าต่อนะครับพี่จิน เมื่อกี้ผมพูดเรื่องทางการแพทย์ คนไข้บางคนมาหาหมอเพราะมีปัญหาเรื่องดาก พอตรวจไปตรวจมา เจอไส้ลงหำร่วมด้วยก็มีจริง ๆ ครับ คนคนเดียวมีปัญหาหลายที่พร้อมกันได้ ไม่ใช่มุก”
รวิศเว้นจังหวะ มองหน้าจินตนาซึ่งยังอ้าปากค้าง ก่อนยิ้มสุภาพ
“ส่วนเรื่องปากเข้าไปอยู่ในมุ้งคนอื่น... อันนั้นผมหยอก ๆ ครับ”
พูดจบก็เดินจากไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้พยาบาลรุ่นน้องสองคนก้มจนไหล่สั่น ส่วนจินตนายืนหน้าตึงอยู่หลังเคาน์เตอร์ กว่าจะคิดคำโต้กลับได้ คนพูดก็เลี้ยวพ้นมุมทางเดินไปแล้ว
ช่วงสายวันเดียวกัน ณิชคุณนั่งอยู่ในห้องตรวจพร้อมคู่สามีภรรยาที่มาปรึกษาภาวะมีบุตรยาก ผล MRI ของฝ่ายหญิงพบรอยโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ชนิดลึก ลุกลามมาถึงผนังลำไส้ตรง
“ถ้ารักษาแล้วไม่ช่วยให้มีลูก จะต้องผ่าด้วยเหรอครับ” สามีถาม “เสียทั้งเงินทั้งเวลา สุดท้ายอาจไม่ได้อะไรเลย”
ณิชคุณวางผลตรวจลง “ภรรยาคุณเจ็บจนถ่ายเป็นเลือดทุกครั้งที่มีประจำเดือน สิ่งแรกที่ควรได้จากการรักษาคือให้เขากลับมาใช้ชีวิตโดยไม่ต้องทนเจ็บครับ”
“แต่เรามาที่นี่เพราะอยากมีลูก”
“คนไข้ของผมคือภรรยาคุณ ไม่ใช่ลูกที่ยังไม่มี” น้ำเสียงของเขาเย็นลง “อย่ามองเธอเป็นมดลูกที่พามาซ่อมไว้ผลิตทายาทครับ”
ผู้ชายเงียบไป ส่วนภรรยาที่นั่งก้มหน้ามาตลอดเงยขึ้นมองหมอเป็นครั้งแรก
“รอยโรคส่วนหนึ่งอยู่ติดลำไส้ ผมจะส่งปรึกษาศัลยแพทย์ลำไส้ให้ประเมินร่วมกันก่อน เราจะวางแผนโดยดูทั้งอาการ ความต้องการมีบุตร และความปลอดภัยของคนไข้เป็นหลัก”
หลังสองสามีภรรยาออกจากห้อง ณิชคุณส่งคำขอปรึกษาเข้าระบบ ก่อนโทรไปยังศูนย์ลำไส้และทวารหนักโดยตรง
กานต์ใช้เวลาไล่ตารางของหมอทั้งสองอยู่พักหนึ่งจึงโทรกลับมา
“อาจารย์ณิชคะ อาจารย์นัชมีเวลาว่างบ่ายสองครึ่งสิบห้านาทีค่ะ หลังจากนั้นต้องเข้าห้องส่องกล้อง”
“พอครับ ฝากบอกว่าผมจะเอาภาพ MRI เข้าไปดูด้วย”
บ่ายสองครึ่ง ณิชคุณมาถึงตามเวลานัด กานต์เปิดประตูให้ ก่อนรายงานคนด้านในสั้น ๆ
“อาจารย์ณิชมาปรึกษาเคสค่ะ”
นัชชาเงยหน้าจากจอคอมพิวเตอร์ มองอดีตสามีซึ่งหอบทั้งแฟ้มคนไข้และเรื่องที่ยังคุยกันไม่จบเข้ามาพร้อมกัน
“เชิญค่ะหมอ มีเวลาสิบห้านาที”
****
ใครขำหมอรวิศ สารภาพมาบัดเดี๋ยวนี้!
ทางนี้เขียนเอง ขำลั่นห้อง โอ๊ยยย ลูกศิษย์อาจารย์นัชช๊อตฟีลมาก
อีป้าจินไปไม่เป็นเลย
มีอะไรอยากบอกหมอรวิศไหมคะ
พูดค่ะ! พูดมันออกมาค่ะ! ฮ่าๆๆๆ
