พี่เป็นกระโถนอยู่
พี่เป็นกระโถนอยู่
เย็นวันนั้น นัชชากลับถึงบ้านเร็วกว่าปกติ เธอเปลี่ยนเสื้อผ้า เติมอาหารให้บอสกับขบวนแมวที่มารออยู่หน้าประตู ก่อนขับรถออกไปยังบึงทุ่งสร้างเพราะไม่อยากนั่งดูภาพส่องกล้องเดิมอยู่ในบ้านคนเดียว
แสงแดดยามเย็นทอดผ่านแนวต้นไม้รอบบึง ผู้คนออกมาวิ่งและเดินออกกำลังกายกันหนาตา นัชชาเดินมาได้ไม่ไกล ณิชคุณก็ลดความเร็วลงมาเดินข้างเธอ เสื้อกีฬาสีเข้มเปียกเหงื่อบริเวณลำคอ แต่ลมหายใจยังสม่ำเสมอ
“หน้าแบบนี้ไปกัดใครแพ้มา”
“ไม่ต้องยุ่ง”
“หมอภาคิณบอกว่าปัญหาของเราคือการสื่อสารนะนัช”
“ยังไม่ได้ไปบำบัดพร้อมกันเลย พี่เอาหมอคิณมาอ้างแล้วเหรอ”
“บางเรื่องไม่ต้องรอถึงวันนัดก็ได้” เขาเหลือบมองเธอ “เรื่องเล็กแค่ไหนก็พูดออกมา วันนี้พี่เป็นกระโถนให้เอง”
นัชชาหันไปมองคนเสนอตัวเป็นภาชนะรองรับของเสีย “แน่ใจนะ”
“พี่ทนเธอมาได้ตั้งหลายปี”
“งั้นรับไปให้หมดเลยนะ!” นัชชาหยุดเดิน หันขวับมาจ้องหน้าเขา “เริ่มจากคุณนายโสภา ยอดบริจาคเจ็ดหลักที่คิดว่าเงินซื้อสมองหมอได้! ทำทรงข่มว่าฉันประสบการณ์น้อย พอฉันไม่ยอมหลับหูหลับตาตัดก้อนบ้าๆ นั่นให้ ก็สะบัดบ๊อบเปลี่ยนหมอ! ส่วนอาจารย์ประภาส... เหอะ! เห็นคำว่า VIP แปะหน้าผากคนไข้ปุ๊บ กระดูกสันหลังก็เสื่อมกะทันหัน แทบจะคลานเข่าเข้าไปกราบเตียง ไม่สนห่าอะไรเลยว่าฉันส่องกล้องไปเจอความเสี่ยงอะไรบ้าง!”
ณิชคุณยังคงยืนฟังเงียบๆ ปล่อยให้อดีตภรรยาสาดอารมณ์เต็มที่
“อาจารย์เรืองเดชก็อีกคน! แก่จนป่านนี้ วินิจฉัยโรคตามสถิติคร่าวๆ ท่องตำรามาตอบว่า ‘ภาวะนี้เจอน้อย’ เจอน้อยไม่ได้แปลว่าไม่มีเว้ย! ถ้าหมอทุกคนคิดมักง่ายแบบแก โรคหายากคงสูญพันธุ์เพราะหมอโง่ๆ ปล่อยคนไข้ตายหมดแล้วค่า!”
“อือ”
“แล้วยัยหมอชล... เป็นหมอมะเร็งนรีเวชประสาอะไร จู่ๆ มาสาระแนวินิจฉัยว่าฉันวิตกจริตเพราะฮอร์โมนคนท้อง! อีบ้า! มดลูกฉันมีเด็ก ไม่ได้มีผลกับรอยหยักในสมองกูเว้ย! กูยังไม่ได้เอามดลูกไปส่องกล้องดูไส้คุณน้ามึงสักหน่อย! แล้วอีพี่จิน! ทำตัวเป็นมารยาทเซ็นเตอร์ประจำวอร์ด สาระแนมาสั่งสอนเรื่องมารยาทตอนที่คนไข้กำลังจะเสี่ยงตายเนี่ยนะ! ถ้าความหวังดีของอีป้าช่วยให้ปากไส้ติ่งมันงอกกลับมาให้เห็นได้ ฉันจะซื้อพวงมาลัยเจ็ดศอกไปกราบขอบคุณเลย!”
ณิชคุณพยายามกดมุมปากไม่ให้หลุดยิ้ม “หมดหรือยัง”
“ยัง!” นัชชาสวนกลับ ควันแทบออกหู “ฉันพูดว่าฉัน ‘ไม่มั่นใจ’ แล้วมันไปหนักหัวใคร! หมอที่ไม่มั่นใจคือหมอที่กำลังพยายามหาทางรอดให้คนไข้ปะวะ! หรือระบบเฮงซวยนี่มันชอบหมอที่มั่นหน้า ท่องโพยเดิมๆ แล้วพาคนไข้ไปตายพร้อมกับอีโก้โง่ๆ ของตัวเอง!”
เสียงท้ายประโยคพร่าลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงแก้ม นัชชารีบยกมือปาดออกลวกๆ
“ร้องไห้แล้ว”
“ไม่ได้ร้อง!”
“อือ น้ำตาพี่มั้ง”
“หุบปาก!”
ณิชคุณล้วงกระเป๋ากางเกงกีฬาแล้วพบเพียงโทรศัพท์ “พี่ไม่มีทิชชู่นะ เสื้อก็เปื้อนเหงื่อ”
“ใครจะเช็ดกับเสื้อพี่ล่ะ”
นัชชาใช้แขนเสื้อตัวเองปาดแก้มแรง ๆ แล้วสูดจมูก “ฮอร์โมนบ้าบอ”
“เออ รู้ ก็ปล่อยมันออกมาสิ”
ราวกับรอคำอนุญาตอยู่ นัชชาแหกปากร้องไห้โฮออกมาจริง ๆ คนวิ่งที่กำลังผ่านไปหันมามอง ณิชคุณจึงยกแขนรวบเอวอดีตภรรยา พาหลบออกจากทางวิ่งไปยังม้านั่งใต้ต้นไม้
“มานี่ เดี๋ยวคนอื่นคิดว่าพี่รังแกคนท้อง”
“ก็พี่รังแก!”
“พี่ไปทำอะไรตอนไหนเนี่ย”
“ไม่รู้ แต่ฉันโกรธพี่ด้วย!”
“อือ งั้นก็ด่ารวมมาเลย พี่เป็นกระโถนอยู่”
เขานั่งลงข้างกันโดยยังวางแขนพาดอยู่บนพนักม้านั่งด้านหลัง นัชชาร้องจนเสียงเบาลง แสงสีส้มทอดยาวอยู่บนผิวน้ำตรงหน้า
“ตอนนี้กลัวอะไรที่สุด” ณิชคุณถาม
“กลัวพวกนั้นตัดก่อนตรวจให้รู้” เธอใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าอีกครั้ง “ถ้าฉันคิดผิดก็แค่ยอมรับว่าผิด แต่ถ้าฉันคิดถูกแล้วไม่มีใครฟัง คุณโสภาอาจต้องเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เพราะทุกคนไม่ยอมเสียเวลารอ CT แค่ชั่วโมงเดียว”
“งั้นหยุดเขาให้ได้ก่อน เรื่องพิสูจน์ว่าใครถูกเอาไว้ทีหลัง”
โทรศัพท์ของนัชชาดังขึ้น ชื่อกานต์ปรากฏบนหน้าจอ
“ว่าไงกานต์”
“อาจารย์คะ อาจารย์เรืองเดชลงคำสั่งส่องกล้องพร้อมตัดโพลิปพรุ่งนี้แปดโมงครึ่งค่ะ คุณโสภาพักห้อง VIP คืนนี้ เริ่มเตรียมลำไส้เพิ่มแล้ว”
นัชชาขยับตัวนั่งตรง “ส่งรายละเอียดกับคำสั่งในระบบมาให้พี่”
“ได้ค่ะอาจารย์”
เธอวางสายแล้วหันไปหาณิชคุณ “พรุ่งนี้แปดโมงครึ่ง”
“จะทำยังไง”
“ส่งรายงานความเสี่ยงผ่านระบบคืนนี้ ขอชะลอหัตถการเพื่อทบทวนความปลอดภัย แล้วพรุ่งนี้เช้าเอาหนังสือขึ้นไปตามเรื่องกับ ผอ.”
ณิชคุณลุกขึ้นแล้วยื่นมือให้ “กลับบ้าน พี่ช่วยดูเอกสาร”
“ไม่ต้อง ฉันทำเองได้”
“รู้ว่าทำได้ แต่วันนี้พี่เป็นกระโถนอยู่ ใช้งานให้ครบหน้าที่หน่อย”
นัชชามองมือเขา ก่อนยอมวางมือตัวเองลงไปและปล่อยให้ดึงขึ้นจากม้านั่ง
***
โกรธเขาจนร้องไห้ โอ๊ยย แม่ มันฮอร์โมนแหละเนอะ
แต่อดีตผัวนี่คือ ใกล้ชิดประหนึ่งยังไม่ได้หย่า หย่าแบบใดคะหมอณิช
มาค่ะ หัวใจ กดเลิฟ คอมเมนต์ อะไรก็ได้ที่อยากบอก
ลินท์อ่านทุกคอมเมนต์นะคะ แต่อาจจะไม่ได้ตอบทั้งหมดเพราะต้องโฟกัสกับงานอื่นด้วย