ถ้าต้องผ่า ดิฉันเลือกหมอนัชชาค่ะ
ถ้าต้องผ่า ดิฉันเลือกหมอนัชชาค่ะ
โสภาหันมองลูกสาว พิมพ์ลดาไม่ตอบแทนในทันที เพียงโน้มตัวเข้าไปใกล้แม่
“แม่น่าจะเดาออกแล้วนะคะว่าใครควรผ่าแม่”
“แต่เมื่อเช้าแม่เพิ่งไล่เขาออก”
“เลือกผิดก็เลือกใหม่ได้ค่ะ ไม่มีใครยึดใบเลือกหมอไว้เป็นสัญญาตลอดชีวิตสักหน่อย”
โสภายังลังเล พิมพ์ลดาจึงขยับเข้าไปกระซิบ แต่เสียงจงใจให้ดังพอให้คนใกล้ ๆ ได้ยิน
“หนูจะบอกอะไรให้นะคะ พี่ชลแอบชอบอาจารย์ณิช อดีตสามีที่เป็นพ่อของลูกในท้องอาจารย์นัชค่ะ เมื่อคืนหนูฟังพี่ชลพูดเรื่องอาจารย์นัชมาหลายรอบ มีแต่บอกว่าเขาอารมณ์แรง ชอบเอาชนะ แล้วก็สร้างปัญหา”
โสภาขมวดคิ้ว “เรื่องของพี่เขาไม่เกี่ยวกับการรักษาแม่”
“เกี่ยวตรงที่แม่เอาคำของคนมีอคติไปตัดสินฝีมือหมอไงคะ” พิมพ์ลดาปรายตามองนัชชา “คนที่ยอมให้คนทั้งโรงพยาบาลด่าเพื่อช่วยชีวิตแม่ กลับเป็นหมอปากเก่งที่พี่ชลบอกว่าชอบสร้างปัญหานะคะ”
โสภานิ่งคิด ก่อนหันกลับมาหานัชชา “ถ้าต้องผ่า ดิฉันเลือกหมอนัชชาค่ะ”
ประภาสเม้มปากแน่น ธเนศปรายตามองเขาแต่ยังไม่พูดอะไร ส่วนจินตนาจดความประสงค์ของคนไข้ลงในแฟ้มด้วยสีหน้าที่อ่านได้ยาก
พิมพ์ลดาหันไปทางจินตนา “อ้อ แล้วขอเปลี่ยนพยาบาลประสานงานด้วยนะคะ ขอเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คุณจินตนา”
รอยยิ้มบริการบนใบหน้าของจินตนาเลือนหายไป “ทำไมล่ะคะคุณลดา พี่จินบกพร่องตรงไหนบอกกันได้นะคะ”
“พี่จินลองอัดคลิปตอนตัวเองนินทาคนอื่น แล้วเอากลับไปเปิดฟังดูนะคะ อาจจะได้คำตอบว่าบกพร่องตรงไหน”
เมื่อคืนพิมพ์ลดาฟังอยู่เงียบ ๆ มาตลอด วันนี้จึงไม่คิดเงียบอีก
“หนูมาที่นี่เพื่อดูแลแม่ค่ะ ไม่ได้มาเข้าวงนินทาบุคลากรในโรงพยาบาล”
สีเลือดแล่นขึ้นบนใบหน้าอวบอิ่มของจินตนา ริมฝีปากที่เคยมีคำเตือนพร้อมใช้กับทุกคนเม้มเข้าหากันแน่น สายตากวาดมองเจ้าหน้าที่รอบห้องล่อกแล่ก ก่อนก้มลงจัดแฟ้มในมือเพื่อหลบสายตาคนอื่น
“พี่จินจะประสานหาคนใหม่ให้นะคะ”
“ขอบคุณค่ะ”
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังมาจากหน้าห้อง ณิชคุณปรากฏตัวตรงประตูพร้อมโทรศัพท์ในมือ ผู้ช่วยของเขาส่งข่าวตั้งแต่ธเนศลงไปถึงแผนกรังสี ก่อนแจ้งอีกครั้งว่าทีมแพทย์กลับขึ้นมาแจ้งผลที่ห้องพัก VIP แล้ว เขาจึงใช้ช่วงว่างระหว่างคิวตรวจตามขึ้นมาดู
เมื่อเห็นอดีตภรรยายังยืนเถียงฉอด ๆ อยู่ได้ ณิชคุณก็ไม่ได้เข้าไปขัด เพียงหยุดยืนกอดอกอยู่ตรงประตูและฟังบทสนทนาต่อเงียบ ๆ
ประภาสเปิดตารางห้องผ่าจากโทรศัพท์ “ในเมื่อคนไข้เตรียมลำไส้และอดอาหารมาแล้ว วิสัญญีก็ประเมินเบื้องต้นไว้ครบ ถ้าห้องผ่าว่างก็จัดช่วงบ่ายนี้เลย จะได้ไม่ต้องให้คุณโสภารออีก”
จินตนาเปิดตารางกำลังคนดู “ถ้าเป็นช่วงบ่าย พี่ประสานทีมพยาบาลห้องผ่าให้ได้ค่ะ”
“ยังผ่าไม่ได้ค่ะ” นัชชาค้านทันที
ประภาสเงยหน้าขึ้น “จะให้รออะไรอีก ผล CT ก็ออกแล้ว”
“คนไข้พร้อมแค่ท้องว่างค่ะอาจารย์ ยังไม่ได้พร้อมรับการผ่าที่อาจเปลี่ยนจากตัดไส้ติ่งเป็นตัดผนังซีคัม หรือขยายขอบเขตไปถึงลำไส้เล็กส่วนปลายกับลำไส้ใหญ่ส่วนต้นถ้าเจอรอยโรคน่าสงสัย”
“ก็เตรียมเผื่อไว้ทุกอย่างสิ”
“นัชถึงบอกว่ายังผ่าตอนนี้ไม่ได้ ต้องทบทวนภาพร่วมกับทีมผ่าตัด ให้ทีมวิสัญญีประเมินใหม่ตามแผนการผ่าที่อาจเปลี่ยนไป เตรียมพยาธิแพทย์สำหรับตรวจชิ้นเนื้อด่วนระหว่างผ่า ตรวจความพร้อมของเครื่องมือ และอธิบายทุกความเป็นไปได้ให้คุณโสภารับทราบก่อนค่ะ”
ประภาสหัวเราะในลำคอ “โรงพยาบาลเรามีทีมพร้อมอยู่แล้ว เธออย่าทำเรื่องที่จัดการได้ให้ยุ่งยากเกินจำเป็น”
“เมื่อเช้าเราเกือบตัดผิดเพราะรีบ บ่ายนี้อย่ารีบผ่าเพื่อแก้หน้าค่ะ”
ใบหน้าของประภาสตึงขึ้น “เธอพูดให้ดีนะหมอนัช”
“นัชพูดตามที่เกิดขึ้นค่ะ”
“ผลออกมาตรงกับที่เธอสงสัยครั้งเดียว ไม่ได้แปลว่าเธอจะมีสิทธิ์สั่งทุกคนในกลุ่มงานศัลยกรรมได้นะ”
“นัชไม่ได้สั่งทุกคน นัชกำลังจัดทีมของศูนย์ลำไส้ฯ ให้พร้อมสำหรับคนไข้ที่เลือกให้นัชผ่า อาจารย์เป็นหัวหน้ากลุ่มงาน มีหน้าที่สนับสนุนทรัพยากร ไม่ใช่เร่งให้เปิดห้องเพราะอยากให้เรื่องจบเร็ว”
“ฉันเป็นหัวหน้าเธอ!”
“แต่นัชเป็นหัวหน้าศูนย์ที่ต้องรับผิดชอบเคสนี้ค่ะ ถ้าอาจารย์ยังคิดว่าการเตรียมผ่ามีแค่จองห้องกับเรียกวิสัญญี อาจารย์ก็ไม่ควร...”
ประโยคที่ยังไม่จบขาดหายไปดื้อ ๆ
ความร้อนแล่นวูบขึ้นมาตามลำคอ เหงื่อเย็นซึมชื้นตรงไรผม เสียงของประภาสค่อย ๆ อื้ออึงและไกลออกไปทั้งที่ยืนห่างเพียงไม่กี่ก้าว แสงภายในห้องพร่าเลือนจนใบหน้าคนตรงหน้าเริ่มซ้อนทับกัน
นัชชากะพริบตา พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แต่ขอบภาพกลับมืดดำเข้ามาทีละน้อย
มือของเธอเอื้อมเปะปะหาพนักเก้าอี้ข้างตัว ปลายนิ้วคว้าได้เพียงอากาศ ก่อนร่างเพรียวจะทรุดฮวบไปด้านข้าง
“อาจารย์!”
*****
คุณแม่หมอแบตละค่ะ
ใครอยากฝ่ามือใส่หัวพ่อใหญ่ประภาสสักที เชิญตามสบาย ฮ่าๆๆ
ขอบคุณทุกรีวิวนะคะ ชอบเรื่องนี้ฝากรีวิวเป็นกำลังใจลินท์ด้วยนะคะรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคน
