เก่งจนพี่ไม่รู้จะเริ่มบ่นจากตรงไหนก่อนเลย
เก่งจนพี่ไม่รู้จะเริ่มบ่นจากตรงไหนก่อนเลย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา นัชชาถูกย้ายมานอนพักในห้องพัก VIP อีกห้องหนึ่ง โดยยังสวมเสื้อผ้าชุดเดิม เจ้าตัวปฏิเสธชุดผู้ป่วยทันทีที่พยาบาลนำมาให้ ยอมเพียงนอนราบอยู่บนเตียงและปล่อยให้สายน้ำเกลือคาอยู่ตรงหลังมือ
ความดันของเธอค่อย ๆ กลับขึ้นมาอยู่ในระดับปกติ ผลตรวจเบื้องต้นไม่มีอะไรน่ากังวล อาการหน้ามืดครั้งนี้น่าจะเกิดจากการพักผ่อนน้อย กินอาหารไม่พอ และเครียดสะสมมาตั้งแต่เมื่อคืน
ณิชคุณยืนกอดอกจ้องหน้าเธออยู่ปลายเตียง สีหน้าบอกชัดว่าเรื่องยังไม่จบ
“เมื่อคืนได้นอนกี่ชั่วโมง”
“จำไม่ได้”
“แปลว่าน้อย แล้วเช้ากินอะไร”
“น้ำเปล่า”
“พี่ถามอาหาร”
“โจ๊ก...สามสี่ช้อน”
เขาหลับตาลงสูดหายใจลึก “ดีมาก เก่งจนพี่ไม่รู้จะเริ่มบ่นจากตรงไหนก่อนเลย”
นัชชาเบือนหน้าหนี “คุณโสภาล่ะคะ”
“อาจารย์เรืองเดชกำลังประสานทีมและวางแผนผ่า ไม่มีใครลากคนไข้เข้าห้องผ่าบ่ายนี้แล้ว เธอเลิกห่วงคนอื่นก่อน”
“ฉันเป็นหมอเจ้าของเคส”
“ตอนนี้เธอเป็นคนไข้ของพี่พัด”
“พี่ไม่ต้องมาเฝ้าก็ได้ มีงานไม่ใช่เหรอ”
“มี”
“ก็ไปทำสิ”
ณิชคุณปรายตามองคนที่ไล่เขาทั้งที่ยังนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง ก่อนหยิบโทรศัพท์กับแฟ้มงานขึ้นมา “พี่ไปแน่ แต่ถ้าเธอลุกจากเตียงเองแม้แต่ก้าวเดียว พี่จะสั่งให้พยาบาลเปิดสัญญาณเตือนไว้ เธอขยับเมื่อไหร่จะได้เข้ามารุมจับ”
“ฉันแค่หน้ามืด ไม่ได้สติแตกอาละวาด จะเรียกคนมารุมจับทำไม”
“ตอนปกติเธอคนเดียวยังทำคนทั้งศูนย์วิ่งตามไม่ทัน พี่ต้องเผื่อกำลังคนครับ”
นัชชาแยกเขี้ยว มือข้างที่ไม่ติดสายน้ำเกลือคว้ากล่องทิชชูบนโต๊ะข้างเตียงปาอัดหน้า เขารับไว้ได้ทันแล้ววางกลับคืนที่เดิมอย่างใจเย็น
หลังณิชคุณออกไปไม่ถึงชั่วโมง เขาก็กลับมาพร้อมกล่องผลไม้หนึ่งกล่อง มีฝรั่ง แอปเปิลและแตงโมหั่นชิ้นพอดีคำ ไม่มีพริกเกลือหรือน้ำจิ้มหวานเจี๊ยบติดมาด้วย
“กินให้หมด”
“นี่เรียกอาหารกลางวันเหรอ”
“เดี๋ยวพี่สั่งข้าวมาให้ กินผลไม้รองท้องก่อน”
“สั่งเก่งจริงนะ”
“ถ้าเธอดูแลตัวเองเก่งกว่านี้ พี่คงไม่มีโอกาสได้สั่งหรอก”
ณิชคุณเปิดฝากล่อง วางส้อมลงตรงหน้าแล้วจ้องหน้ากดดันรอจนเธอหยิบฝรั่งเข้าปาก จึงยอมเดินออกไปทำงานต่อ
ทุกครั้งที่สูติแพทย์หนุ่มเดินเข้าออกห้องพัก VIP ล้วนตกอยู่ในสายตาของพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์ จินตนายืนตรวจเอกสารอยู่ข้างเคาน์เตอร์ ขณะณิชคุณเพิ่งเดินผ่านหน้าไปเป็นรอบที่สาม
“พี่ว่าอาจารย์เขาก็คงห่วงลูกนั่นแหละค่ะ” เธอพูดลอย ๆ โดยยังไม่เงยหน้าจากแฟ้ม “อย่าเอาไปแต่งเป็นเรื่องรักรีเทิร์นกันนักเลย เพิ่งหย่ากันได้เดือนกว่าเอง”
พยาบาลรุ่นน้องมองตามแผ่นหลังคนตัวสูง “แต่ดูสีหน้าอาจารย์ณิชแล้ว ไม่น่าจะห่วงแค่ลูกนะคะพี่จิน”
“น้องอ่านสีหน้าคนเก่งขนาดนั้น ย้ายไปแผนกจิตเวชดีไหมคะ”
“หย่าแบบใด ตัวติดกันยิ่งกว่าตอนมีทะเบียนสมรสอีกนะคะ”
จินตนาปิดแฟ้มดังปับ “คนไข้ห้องเจ็ดหนึ่งศูนย์กดเรียกสองรอบแล้ว ไปดูหรือยังคะ หรือจะรอให้พี่รายงานหัวหน้าหอผู้ป่วยก่อน”
พยาบาลสองคนรีบวงแตก ก่อนณิชคุณจะเดินออกมาจากห้องและหยุดตรงหน้าเคาน์เตอร์พอดี
“ถ้านัชมีอาการหน้ามืดอีก ปวดท้อง หรือมีเลือดออก โทรหาผมโดยตรงนะครับ ถ้าผมไม่รับ โทรหาผู้ช่วยผมได้เลย”
“ค่ะอาจารย์ พี่จะดูให้เองค่ะ”
“ไม่ครับ”
คำตอบปฏิเสธสั้น ๆ ไร้เยื่อใย ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าจินตนาค้างเติ่ง ณิชคุณพยักหน้าไปทางพยาบาลสาวหน้าใสที่เพิ่งเดินกลับมาจากห้องคนไข้
“ฝากคุณโทรหาผมโดยตรงนะครับ”
“ด... ได้ค่ะอาจารย์”
ณิชคุณพยักหน้ารับแล้วเดินออกไป จินตนาก้มมองแฟ้มในมือ ริมฝีปากที่เคยยิ้มเม้มเข้าหากันแน่น พยาบาลรุ่นน้องเหลือบมองเพียงแวบเดียวก็รีบหลบสายตา
“มองอะไรคะ” จินตนากระแทกแฟ้มลงบนเคาน์เตอร์ “ทำงานค่ะ!”
****
ป้าแกก็ไม่เข็ดสักทีนะ
ป้าจินตนา มาจาก คำว่า จินตนาการ เด้อ แกไหลไปได้เรื่อยๆ มโนเก่งสุดๆ
เอาเรื่องนี้ไปอ่านก่อนเด้อทุกคน
