เป็นอะไร... หึงเหรอ
เป็นอะไร... หึงเหรอ
เช้าวันต่อมา นัชชาตื่นขึ้นโดยไม่มีอาการคลื่นไส้ เธอกินอาหารเช้าได้เกือบหมดและยืนยันกระต่ายขาเดียวว่าจะกลับไปทำงานตามปกติ โดยเฉพาะวันนี้เป็นวันผ่าตัดของคุณโสภา เธอต้องเข้าไปตรวจความพร้อมของทีมด้วยตัวเอง
ณิชคุณยึดกุญแจรถของเธอไว้ตั้งแต่เมื่อคืนและไม่ยอมคืน
“ฉันขับเองได้แล้วน่า”
“รถเธอจอดค้างอยู่โรง’บาล”
“พอไปถึงฉันก็เอารถขับกลับเองได้”
“เย็นนี้ก็ต้องกลับกับพี่”
“แผนกเราอยู่คนละตึก ฉันไม่รู้ว่าจะผ่าเสร็จกี่โมง”
“เสร็จแล้วโทรหาพี่”
“ฉันไม่โทรหรอก”
“งั้นพี่จะไปนั่งเฝ้าหน้าศูนย์ลำไส้ฯ ให้คนทั้งโรง’บาลเห็น”
นัชชาดึงประตูรถปิดกระแทกดังปัง “ขับไปเลยค่ะ!”
ณิชคุณยกมุมปากอย่างผู้ชนะ แล้วเคลื่อนรถออกจากหมู่บ้าน
เมื่อรถยุโรปของณิชคุณเลี้ยวเข้าจอดในช่องประจำข้างอาคารแก่นนครา รถอีกคันก็เลี้ยวเข้ามาจอดในช่องติดกันพอดี
ชลธิชาก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรู รอยยิ้มหวานหยดย้อยปรากฏขึ้นเมื่อเห็นณิชคุณก้าวลงจากฝั่งคนขับ
“พี่ณิช วันนี้มาเช้าจังเลยค่ะ”
“ครับ วันนี้ชลมีเคสคอนซัลต์กี่โมง”
“สิบโมงค่ะ ว่าจะขึ้นไปหาอะไรกินก่อน พี่ณิชกิน...”
ประตูฝั่งข้างคนขับเปิดออก นัชชาก้าวลงจากรถพร้อมโทรศัพท์ในมือ รอยยิ้มบนใบหน้าชลธิชาสะดุด ก่อนเจ้าตัวจะฝืนยิ้มต่อ
“อ้าว นัชก็ติดรถมาด้วยเหรอ”
“ก็ยืนหัวโด่อยู่นี่ไง เห็นไหมล่ะ”
“ฉันถามดี ๆ นะนัช”
“ก็ฉันไม่อยากตอบดี ๆ จะทำไม”
นัชชายักไหล่ไม่แคร์ แล้วหันไปทางเข้าอาคารเพื่อใช้ทางเชื่อมไปยังอาคารณิชคุณ ณิชคุณรีบเปิดประตูหลัง หยิบกระเป๋าเป้ของอดีตภรรยาขึ้นมาสะพาย
“เย็นนี้เคสเสร็จแล้วรอพี่นะ ห้ามขับรถกลับเองเด็ดขาด” เขาตะโกนไล่หลัง
“รถฉันก็จอดอยู่นี่!”
“ก็จอดทิ้งไว้ต่อไปนั่นแหละ!”
นัชชากลอกตาแล้วเดินเข้าอาคาร ณิชคุณกดรีโมตล็อกรถก่อนรีบตามไป
ชลธิชายืนกำหูหิ้วกระเป๋าแน่น สายตาจับอยู่บนเป้ซึ่งพาดบนไหล่ชายหนุ่ม ทั้งที่เซ็นใบหย่ากันแล้ว นัชชากลับยังนั่งรถมากับเขา ปล่อยให้เขาหอบของเดินตาม และยังแสดงอาการหวงก้างราวกับตัวเองมีสิทธิ์เหมือนเดิม
พอพ้นสายตาชลธิชา นัชชาก็เร่งฝีเท้าจ้ำอ้าว จนคนที่ตามมาต้องก้าวยาว ๆ มาคว้าแขนไว้
“เดินช้า ๆ ไม่ต้องรีบ” ณิชคุณดึงเธอให้ชะลอความเร็ว “เป็นอะไร... หึงเหรอ”
“ใครหึงพี่วะ!”
“ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องไปพูดจาหาเรื่องชลแบบนั้น”
“แค่หมั่นไส้มันเฉย ๆ”
“หมั่นไส้ตั้งแต่สมัยเรียนยันตอนนี้เนี่ยนะ แค้นฝังหุ่นอะไรนักหนา”
“จำไม่ได้หรืออยากฟังซ้ำ”
“จำได้” ณิชคุณตอบสวนโดยไม่ต้องคิด “ตอนเรียนแพทย์ ชลเอาโครงร่างงานวิจัยที่เธอส่งให้ช่วยอ่านไปเปลี่ยนชื่อ แล้วส่งอาจารย์เป็นงานตัวเองก่อน พอเธอส่งหัวข้อเดียวกันตามหลัง ชลกลับบอกว่าเธอเป็นฝ่ายเอางานของชลไปใช้ กว่าเธอจะงัดทั้งอีเมลกับประวัติแก้ไฟล์มาพิสูจน์ว่าใครเป็นคนทำตั้งแต่ต้นก็เกือบเลยกำหนดส่ง”
เขาขยับกระเป๋าเป้บนไหล่ให้เข้าที่ “ตอนเราย้ายมาทำงานเจอชลที่นี่ เธอกลับไปด่าเรื่องเดิมกรอกหูพี่อยู่เป็นเดือน ใครจะลืมลง”
“ก็มันสมควรโดนด่าปะล่ะ ฉันเกือบเรียนไม่จบเลยนะ อีบ้านี่ขี้อิจฉาจะตาย แถมแค่โดนอาจารย์ตักเตือนทั้งที่เป็นเรื่องร้ายแรง”
“พี่ไม่ได้บอกว่าไม่สมควรด่า”
“รู้สันดานมันขนาดนี้แล้ว พี่ก็ยังจะไปยืนพูดดีด้วยอีกเหรอ!”
นัชชาตวัดเสียงใส่ แต่อดีตสามีกลับตอบหน้าตาย
“พูดด้วยน้อยลงแล้ว แต่ก็ต้องพูดบ้าง เพราะยังต้องทำงานร่วมกัน”
“แล้วรู้ใช่ไหมว่านางแอบชอบพี่มาตั้งนานแล้ว”
“ก็ไม่ได้โง่”
นัชชาหันขวับมองเขาตาขวาง ก่อนกระชากสายกระเป๋าเป้ออกจากไหล่เขาอย่างแรง
“อ๋อ ไม่ได้โง่! รู้อยู่เต็มอกว่าผู้หญิงเขาเล็งอยู่ แต่ก็ยังปล่อยให้เขามาลอยหน้าลอยตายิ้มหวานใส่ทุกเช้าเนี่ยนะ! งั้นก็เอากระเป๋าฉันคืนมา ฉันเดินไปเองได้ พี่ไม่ต้องเสนอหน้าตามมาแล้ว ไปยืนคุยกับยัยนั่นต่อเลยไป!”
****
เอ้าแม่ ! โอ๊ยยยย
พูดขนาดนี้ไม่หึงเนอะ ผัวก็คือ ตอบตรงไม่มีอ้อม ฮ่าๆๆ