เคสแบบนี้ไม่ได้เจอบ่อย
เคสแบบนี้ไม่ได้เจอบ่อย
หลังทีมวิสัญญีให้ยาสลบและทุกฝ่ายช่วยกันจัดท่าคนไข้เรียบร้อย ผิวหนังหน้าท้องถูกทำความสะอาดและคลุมผ้าปลอดเชื้อ นัชชาเปิดแผลเล็กบริเวณสะดือ ใส่พอร์ตสำหรับกล้องและเติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เกิดพื้นที่ทำงาน ก่อนวางพอร์ตสำหรับเครื่องมืออีกสองตำแหน่งภายใต้ภาพจากกล้อง
อาจารย์เรืองเดชยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามนัชชา ส่วนรวิศรับหน้าที่ควบคุมกล้องอยู่ด้านข้าง กานต์ประจำโต๊ะเครื่องมือในตำแหน่งที่มองเห็นมือศัลยแพทย์ได้ชัดเจน
ภาพภายในช่องท้องปรากฏขึ้นบนจอ นัชชาไล่ตรวจตั้งแต่ลำไส้เล็กส่วนปลายลงมายังลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ก่อนหยุดตรงตำแหน่งที่ควรเห็นไส้ติ่ง
“กล้องต่ำลงอีกนิด” เธอบอก
ภาพบนจอเลื่อนพรวดผ่านตำแหน่งที่ต้องการไป
“ต่ำลง ไม่ใช่ดำดิ่ง”
“มือมันไปเองครับอาจารย์”
“มือนายอยู่ใต้การควบคุมของสมอง ถ้ามันไปเองได้ขนาดนั้น หลังผ่าเสร็จพาตัวเองไปตรวจระบบประสาทด้วยนะ”
รวิศปรับกล้องกลับมาใหม่ คราวนี้ภาพนิ่งอยู่ตรงกลางพอดี
จากภายนอกไม่พบไส้ติ่งยื่นออกมาตามปกติ เหลือเพียงรอยบุ๋มและแรงรั้งตรงผนังลำไส้ใหญ่ส่วนต้น ซึ่งสอดคล้องกับภาพ CT ที่เห็นว่าส่วนของไส้ติ่งม้วนกลับเข้าไปซ่อนอยู่ด้านใน
“หายเข้าไปทั้งอันจริง ๆ ด้วย” รวิศพึมพำ
“ถ้ามันยังโผล่อยู่ข้างนอก เราคงไม่ต้องมายืนลุ้นกันเต็มห้องแบบนี้หรอก”
“ผมแค่อะเมซิ่งครับอาจารย์ เคสแบบนี้ไม่ได้เจอบ่อย”
“อะเมซิ่งได้ แต่อย่าเอาความตื่นเต้นส่งผ่านกล้องมาถึงมือฉัน”
“ครับ”
อาจารย์เรืองเดชมองภาพบนจออยู่ครู่หนึ่ง “เนื้อเยื่อรอบฐานบวมกว่าที่ประเมินใน CT นะครับ”
“ค่ะ” นัชชาใช้เครื่องมือแตะประเมินอย่างระมัดระวัง “ถ้าฝืนดึงคลายตอนนี้ มีโอกาสลำไส้ฉีกมากกว่าจะได้ไส้ติ่งกลับออกมาสวย ๆ”
รวิศขยับเข้าใกล้จอ “ถ้าลองคลายเบา ๆ จากฐานก่อนไม่ได้เหรอครับ เผื่อยังมีระนาบให้มันกลับออกมา”
“ลำไส้คนไข้ไม่ใช่เชือกชักเย่อ เนื้อเยื่อบวมเต่งขนาดนี้ ถ้าฉันฝืนดึงแล้วมันขาด นายจะเย็บซ่อมเองไหม”
“ถ้าอาจารย์ยืนกำกับ ผมก็...”
“ไม่ได้ถามว่าอยากฝึกไหม ฉันถามว่านายจะรับผิดชอบเนื้อเยื่อที่เสียไปโดยไม่จำเป็นได้หรือเปล่า”
รวิศเงียบกริบ นัชชาไม่ได้ปล่อยให้คำถามของลูกศิษย์ค้างอยู่เพียงเท่านั้น เธอเลื่อนปลายเครื่องมือให้เห็นแนวผนังลำไส้บนจอชัดขึ้น
“ถ้าบวมไม่มากและเห็นชั้นเนื้อเยื่อชัด เราอาจลองคลายได้ แต่เคสนี้ฐานถูกดึงเข้าไปเกือบหมด เนื้อเยื่อรอบข้างก็เริ่มช้ำ ฝืนดึงต่อไม่ได้ช่วยให้แผลผ่าเล็กลง มีแต่เพิ่มโอกาสฉีกกับเลือดออก... เข้าใจไหม”
“เข้าใจครับ”
“เข้าใจแล้วก็จำใส่สมองไว้ เคสหายากไม่ได้แปลว่าหมอต้องโชว์พาวเวอร์ทุกอย่างที่ทำได้ เลือกเฉพาะสิ่งที่ปลอดภัยกับคนไข้ที่สุดเท่านั้น”
“ครับอาจารย์”
“กล้อง”
“ครับ!”
ภาพที่เริ่มเคลื่อนไหวกลับมานิ่งสนิทอีกครั้ง
*****
รวิศ มีไปต่ออีกเรื่องนะคะ ให้เห็นพัฒนาการ การเติบโต
แล้วเขาจะมีเรื่องแยก ชื่อเบื้องต้น คุณหมอดาก…ที่รัก
อันนี้จะกลับมาเขียนมีเคสมากขึ้น
ส่วนเรื่องต่อจากนี้ แวะไปงานดราม่าแต่ยังอยู่ในโรงพยาบาล
แต่ไปหนักเรื่องระบบ และความสัมพันธ์ตัวละครมากกว่า(รวิศไปป่วน)
เรื่องรวิศ ค่อนข้างชาเลนจ์ค่ะ เพราะรู้สึกว่า เขียนเรื่องหมอนัชชาแล้วติดใจอะ
อารมณ์แบบ อยากฟีลนิยายแพทย์แบบเกาหลีว่ะ แล้วเกลาพลอตมาหลายแบบ จนได้ไอเดียที่มีความเป็นรวิศชัด
มีความเป็นนัชชา สาขาสอง แต่ไม่ใช่นัชชา
ความรู้สึกคือ มันส์ว่ะ เออ ได้ๆ ชอบๆ อันนี้เลย เขียนอันนี้
ฮ่าๆๆ เพ้อให้ฟังค่ะ แต่ละมื้อแต่ละเดย์ คิดแต่เรื่องนิยาย
กราบขอบคุณที่ทุกคนสนับสนุนนะคะ เรื่องหมอนัชชา ตรวจงานยังไม่เสร็จค่ะ
อีบุ๊ก รอแพร๊บเด้อ
ใครยังไม่ได้อ่านเรื่องนี้ แว๊บไปก่อนก็ได้ค่ะ แฮร่ๆ ขายของแพร๊บ มีผู้สนับสนุน งานก็ได้ไปต่อ รักนะคะ

