LNCrawler

ผมลืมไปว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย

หลังหย่า ภรรยาหมอท้อง (E-Book) — novel.dek d.com · All chapters

ผมลืมไปว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย

นัชชาขยับไล่ดูแนวต่อระหว่างลำไส้เล็กกับลำไส้ใหญ่ ก่อนประเมินระยะที่จะตัดผนังลำไส้ส่วนต้นออกพร้อมฐานไส้ติ่ง เธอยังไม่รีบสั่งเครื่องมือ แต่หยุดจ้องภาพอยู่ครู่หนึ่ง

“แนวนี้มันใกล้ลิ้นกั้นลำไส้ไปหน่อยค่ะอาจารย์” เธอหันไปปรึกษาเรืองเดช “ถ้าวางเครื่องตัดตรงนี้ นัชกลัวว่าจะกินเนื้อที่ทางเข้าลำไส้เล็ก”

เรืองเดชขยับเครื่องมือช่วยยกผนังลำไส้ขึ้นมุมใหม่ “ถ้าเราเลาะด้านหลังเพิ่ม แล้วหมุนลงมาอีกนิด น่าจะได้แนวขวางมากกว่า”

นัชชามองตามมุมที่อีกฝ่ายเสนอ ก่อนพยักหน้าเห็นด้วย “จริงค่ะอาจารย์ แบบนั้นเหลือขอบปลอดภัยกว่าเยอะ”

รวิศมองสลับระหว่างมือของทั้งคู่ “ผมนึกว่าอาจารย์นัชจะดึงดันตัดตามแนวเดิมซะอีก”

“ทำไม”

“ก็เห็นอาจารย์มั่นใจมาตลอด”

“มั่นใจกับดื้อดึงมันไม่เหมือนกัน ถ้ามีทางที่ดีกว่าแล้วเสือกไม่ฟังคนอื่น นั่นไม่ได้เรียกเก่ง... เขาเรียกโง่”

“อาจารย์ด่าตัวเองได้ด้วยเหรอครับ”

“ฉันกำลังด่านาย”

“อ้าว”

เสียงหัวเราะพรืดหลุดเบา ๆ จากทางโต๊ะเครื่องมือ กานต์ก้มหน้าจัดของต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“กานต์”

“เครื่องมือพร้อมแล้วค่ะอาจารย์”

นัชชาเหลือบมองอุปกรณ์ที่จัดเตรียมไว้ตรงตามแผน ก่อนเอ่ยสั้น ๆ “ดี”

พยาบาลสาวรับคำและส่งเครื่องมือเข้ามือแพทย์ทันที

การเลาะเนื้อเยื่อดำเนินต่อไปอย่างใจเย็น รวิศเลื่อนภาพตามมือของนัชชา คราวนี้นิ่งและอยู่ในระยะที่เห็นรายละเอียดครบ จนกระทั่งเธอได้แนวตัดซึ่งห่างจากตำแหน่งสำคัญมากพอ

“ถ้า CT ไม่เห็นต่อมน้ำเหลืองโต แล้วลักษณะรอยโรคก็ไม่เหมือนมะเร็ง ทำไมเรายังต้องขอผลด่วนระหว่างผ่าครับ รอผลพยาธิฉบับเต็มไม่ได้เหรอ” รวิศถามขึ้นมาใหม่

“เพราะภาพ CT ไม่ใช่พระเจ้า มันบอกความเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ออกใบรับรองความบริสุทธิ์ให้ก้อนเนื้อ ผลด่วนเอาไว้ช่วยตัดสินใจระหว่างผ่า ไม่ได้ใช้ตัดสินแทนผลพยาธิฉบับเต็มทั้งหมด”

“ถ้าผลด่วนพบมะเร็ง เราต้องตัดลำไส้เพิ่มเลยไหมครับ”

“ไม่เสมอ ต้องดูสิ่งที่เห็นในท้อง ขอบตัด แล้วก็ความน่าเชื่อถือของผลด่วนด้วย บางชนิดต้องรอผลเต็มก่อน อย่าเพิ่งกระโดดจากคำว่า ‘มะเร็ง’ ไปถึงการตัดลำไส้ครึ่งท้อง คนไข้มีข้อมูลให้เราตัดสินใจ ไม่ได้มีไว้ให้เราตกใจ”

“ผมยังไม่ได้ตกใจสักหน่อยนะครับ”

“เหรอ?”

“ก็หน้ากากมันรัดคออะครับ”

“หน้ากากมันอยู่บนหน้านาย”

รวิศเงียบไปสองวินาที ก่อนบ่นอุบอิบพึมพำ “ถ้าอาจารย์พูดดี ๆ กับผมสักวัน ปากจะเป็นแผลหรือไงครับ”

บรรยากาศรอบโต๊ะผ่าตัดชะงักไปเล็กน้อย รวิศจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าฝั่งตรงข้ามยังมีศัลยแพทย์อาวุโสยืนอยู่ด้วย

“ขอโทษครับอาจารย์เรืองเดช ผมลืมไปว่ามีผู้ใหญ่อยู่ด้วย”

เรืองเดชกลั้นยิ้มจนตาหยี “ไม่เป็นไร ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าอยู่กับอาจารย์นัชแล้วพูดจาแบบนี้ได้”

“ไม่ได้ค่ะอาจารย์” นัชชาตอบสวนโดยไม่เงยหน้า “ไอ้เด็กนี่มันแค่กวนตีน”

“ตีนไม่ขยับครับ แต่ปากมันไปเอง”

“หลังผ่าเสร็จ ก็ไปตรวจปากพร้อมมือเลยแล้วกัน”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนทุกคนจะกลับเข้าสู่สมาธิ

นัชชาตัดไส้ติ่งพร้อมผนังลำไส้ส่วนต้นออกเพียงเท่าที่จำเป็น ผลตรวจชิ้นเนื้อด่วนไม่พบลักษณะร้าย การผ่าตัดจึงจบลงตามแผนโดยไม่ต้องตัดเพิ่ม ส่วนชิ้นเนื้อทั้งหมดถูกส่งตรวจพยาธิฉบับสมบูรณ์ต่อไป

 

หลังแจ้งพิมพ์ลดาว่าการผ่าตัดเรียบร้อยและคนไข้กำลังอยู่ในห้องพักฟื้น เรืองเดชจึงเดินออกมาพร้อมนัชชา โดยมีรวิศกับกานต์ตามหลังอยู่ไม่ไกล

“ถ้าอาจารย์นัชไม่เอาตัวไปขวางไว้วันนั้น ผมคงตัดก้อนผ่านกล้องไปแล้ว” เรืองเดชเอ่ยขึ้นอย่างจริงใจ “ตอนนี้นอกจากคนไข้จะเจ็บหนัก ผมคงถูกฟ้องจนไม่ต้องจับกล้องผ่าตัดอีก”

“ภาพวันนั้นมันเหมือนโพลิปมากจริง ๆ ค่ะอาจารย์” นัชชาตอบถ่อมตัว “นัชเองก็ไม่ได้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ ถึงต้องขอ CT เพิ่ม”

“แต่ผมกำลังจะดึงดันทำต่อ ทั้งที่ยังมีจุดที่ตอบไม่ได้”

“เคสนี้มันหลอกตาค่ะ ใครก็พลาดได้”

เรืองเดชมองรุ่นน้องตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง “อาจารย์ไม่คิดจะพูดอวดสักคำเหรอ ว่าตัวเองบอกแล้วว่าอย่าตัด”

“อวดไปแล้วได้อะไรคะ คนไข้ก็ปลอดภัยผ่าเสร็จแล้ว”

“ผมนึกว่าอาจารย์จะรอเอาคืนพวกผมซะอีก”

“นัชไม่ได้อยากชนะหรือเอาคืนอาจารย์ค่ะ แค่อยากให้คุณโสภาไม่โดนตัดลำไส้ผิดก็พอ”

เรืองเดชพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนส่งยิ้มบาง “วันนี้ผมได้บทเรียนเพิ่มอีกเคส ขอบคุณนะ”

“นัชก็ต้องขอบคุณอาจารย์เหมือนกันค่ะ ถ้าอาจารย์ไม่ช่วยดูแนวตัด การผ่าวันนี้คงไม่จบสวยและปลอดภัยขนาดนี้”

ศัลยแพทย์อาวุโสยกมือแตะไหล่รุ่นน้องเบา ๆ ก่อนขอตัวกลับไปดูอาการคนไข้ในห้องพักฟื้น

โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของรวิศสั่นครืดขึ้นหลังเรืองเดชเดินพ้นไป เขาหยิบมาเปิดอ่านข้อความ สีหน้าทะเล้นที่ติดอยู่เป็นปกติค่อย ๆ เปลี่ยนไป

“อาจารย์ครับ”

“อะไรอีก”

“รายชื่อคนผ่านรอบเอกสารศัลย์ตกแต่งออกแล้วครับ”

นัชชาหยุดเดิน “มีชื่อนายไหม”

“มีครับ สัมภาษณ์อีกหนึ่งเดือน”

สีหน้าของนัชชาคลายความดุดันลง “ยินดีด้วยนะ ตั้งใจให้เต็มที่ล่ะ”

“ครับ!” รวิศยิ้มกว้าง ก่อนรีบฉวยโอกาสพูดต่อ “ช่วงนั้นผมขอลาหนึ่งสัปดาห์นะครับ”

“เพื่อ?”

“เตรียมพอร์ต ทบทวนเคส ซ้อมสัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ แล้วก็พักสมองไงครับอาจารย์ ถ้ายังต้องขึ้นเวรโดนอาจารย์ด่าจนถึงวันสัมภาษณ์ ผมคงเข้าไปตอบกรรมการได้แค่ชื่อตัวเองกับกรุ๊ปเลือด”

“ให้แค่สามวันพอ”

“เจ็ดวันสิครับอาจารย์!”

“สาม จบแค่นี้ ไม่ต้องต่อรอง!”

*****

หมอดากจะไปศัลย์ฯ ตกแต่งแล้วนะ
อาจารย์นัชชาจะด่า เอ้ย จะมีผู้ช่วยใครล่ะ 
ปัญหามาแน่เด้อ