การมีลูกไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่ทำให้เราหย่ากันจะหายไป
การมีลูกไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่ทำให้เราหย่ากันจะหายไป
“พี่หมายถึงกลับไปเป็นครอบครัว ไม่ใช่อยู่บ้านข้างกันแล้วทำเหมือนไม่เกี่ยวข้องกัน”
เธอเม้มปากแน่น ก่อนหันกลับมาทางภาคิณ “นัชตอบไม่ได้ค่ะว่าจะกลับไปหรือเปล่า การมีลูกไม่ได้แปลว่าทุกอย่างที่ทำให้เราหย่ากันจะหายไป”
“ครับ”
“แต่นัชยอมมาคุย เพราะต่อให้ไม่กลับไป เราก็ต้องเป็นพ่อกับแม่ของลูกด้วยกันอยู่ดี อย่างน้อยควรคุยกันให้รู้เรื่อง ไม่ใช่ทะเลาะกันทุกครั้งที่เจอหน้า”
ภาคิณพยักหน้ารับ “แปลว่าเป้าหมายของอาจารย์ณิชคืออยากซ่อมความสัมพันธ์และกลับมาเป็นครอบครัว ส่วนอาจารย์นัชยังไม่ตัดสินใจเรื่องกลับไปใช้ชีวิตคู่ แต่ยินยอมมาดูว่าปัญหาที่มีแก้ไขได้หรือไม่ และต้องการสร้างความสัมพันธ์ในฐานะพ่อแม่ที่ไม่ทำร้ายกันแบบเดิม ผมเข้าใจถูกไหมครับ”
“ครับ”
“ค่ะ”
“เป้าหมายยังไม่เหมือนกันทั้งหมด แต่มีพื้นที่ร่วมมากพอให้เริ่มครับ”
ภาคิณหันไปทางณิชคุณ “เรื่องแรกที่อาจารย์อยากให้เธอรู้คืออะไรครับ”
ณิชคุณสูดลมหายใจเข้าลึก เขาเตรียมคำพูดมาตลอดคืน ทว่าพอผู้หญิงที่ต้องการพูดด้วยมานั่งอยู่ตรงหน้าจริง ๆ ทุกประโยคกลับหนักอึ้งกว่าตอนคิดอยู่คนเดียว
“เรื่องที่พี่ทำตรงนั้นให้เธอไม่ได้... ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ร่างกายเธอนะนัช”
สีหน้าของนัชชาแข็งกระด้างขึ้นมา ปลายนิ้วที่วางอยู่บนตักค่อย ๆ จิกเข้ากับฝ่ามือ แต่ยังจำข้อตกลงได้ว่าต้องฟังให้จบ จึงกัดฟันกลืนคำสวนกลับลงคอ
“พี่ไม่ได้คิดว่ามันไม่สวย แล้วก็ไม่ได้รังเกียจ” เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ปัญหามันเกิดที่พี่เอง พี่ปล่อยให้ภาพจากงาน ความเครียด แล้วก็เรื่องทำลูกเข้ามาปนกันจนสมองแยกไม่ออก พอก้มลงไปใกล้ ภาพโรคในห้องตรวจก็แทรกเข้ามา อารมณ์พี่หาย... แล้วพี่ก็เลือกเลี่ยงหนี โดยไม่เคยอธิบายให้เธอฟัง”
นัชชาก้มมองมือที่กำแน่นอยู่บนตัก เล็บจิกลึกลงในเนื้อจนเจ็บ แต่ยังไม่เท่าความอับอายที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาต่อหน้าคนต้นเหตุ
“พี่ควรบอกฉันตั้งแต่ตอนนั้น”
“อือ”
“พี่รู้ไหมว่าฉันเคยยืนส่องกระจกหาว่าตรงนั้นมันผิดปกติตรงไหน ทำไมผัวถึงไม่อยากแตะ”
ประโยคท้ายสั่นเครือนิดหนึ่งจนเจ้าตัวต้องเม้มปาก สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วฝืนพูดต่อ
“ฉันเคยคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองสกปรก มีกลิ่น หรือมันน่าเกลียดจนพี่ทนมองไม่ได้ ฉันไม่กล้าเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าพี่ ไม่อยากอาบน้ำด้วยกัน... เพราะทุกครั้งที่พี่หันหนี ฉันก็คิดว่าพี่เห็นอะไรสักอย่างแล้วรังเกียจ”
ลมหายใจของณิชคุณหนักขึ้นจนหน้าอกขยับชัด เขาเคยเห็นเธอหันหลังเปลี่ยนเสื้อผ้า เห็นผ้าขนหนูถูกดึงขึ้นมาปิดร่างทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไป แต่ไม่เคยคิดเลยว่าสิ่งเหล่านั้นเริ่มต้นมาจากความเงียบของตัวเอง
“แต่พี่ไม่พูด” น้ำเสียงของนัชชาแข็งขึ้นเพื่อสะกดอาการสั่น “พี่ปล่อยให้ฉันคิดอยู่คนเดียวเป็นปี ๆ”
“พี่ขอโทษ”
“มาขอโทษตอนหย่ากันแล้วเนี่ยนะ”
“พี่รู้ว่ามันช้า”
“ช้าเหรอ” เธอหันกลับมาจ้องหน้าเขา ดวงตาเริ่มแดงก่ำแต่ยังไม่มีน้ำตา “พี่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงน่ารังเกียจที่แม้แต่ผัวยังไม่อยากแตะอยู่ตั้งกี่ปี แล้วเพิ่งจะมาบอกวันนี้ ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฉันเนี่ยนะ”
“พี่ไม่มีข้อแก้ตัว” ณิชคุณรับสายตาเธอไว้โดยไม่หลบ “พี่ขอโทษจริง ๆ นัช”
นัชชาเบือนหน้าหนีไปทางหน้าต่าง ภาคิณไม่ได้เร่งรัดให้เธอตอบรับคำขอโทษ เขาปล่อยให้ความเงียบทอดตัวอยู่ในห้องจนเจ้าตัวค่อย ๆ คลายมือออก รอยเล็บจิกยังฝังลึกอยู่กลางฝ่ามือ
*****
งือออ บีบมือใครดี
จุดเริ่มต้นของปัญหาชีวิตคู่ ส่วนมากเป็นปัญหาในบ้าน
มันมีจังหวะที่ต่างคนต่างคิด ถ้าไม่ได้มานั่ง deep talk กัน
แรกๆ อาจทะเลาะเพื่อปล่อยสิ่งที่ค้างอยู่ พอสงบ มาคุยกัน
ลินท์คิดว่าความสัมพันธ์จะไปข้างหน้าค่ะ
ใดๆ วอลเลย์บอล ชนะโว้ยยยย กรี๊ดดังๆ
(ฮ่าๆๆ ไม่เกี่ยวกับนิยายหรอกค่ะ แต่ถ้าวอลเลย์บอลไม่จบคงอัพช้าแน่ๆ)