ฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอคะ
ฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอคะ
“มันใช่เรื่องที่ต้องถามตอนนี้ไหมฮะ”
รวิศอมยิ้ม “แสดงว่าจริงสินะครับ ผมแค่อยากรู้ว่าอาจารย์ไม่แพ้ท้องเหรอ เห็นเลือดเยอะขนาดนี้ยังไม่อยากอ้วกเลย”
“หุบปาก”
“กี่เดือนแล้วครับอาจารย์”
นัชชามองเขา ถ้าไม่ยอมตอบ หมอหน้าหล่อจอมสอดคนนี้คงไม่หยุดง่าย ๆ
“เดือนกว่า...มั้ง”
รวิศขมวดคิ้วเหมือนกำลังคำนวณไทม์ไลน์ ก่อนพูดทุกสิ่งที่คิดออกมาโดยไม่มีตัวกรอง
“อ้าว นั่นมันช่วงงานประชุมวิชาการเดือนก่อนที่อาจารย์ไปกับอาจารย์ณิชนี่ครับ คนเขาลือกันว่าอาจารย์นอนห้องเดียว...”
เขาเงยหน้าขึ้นมาเจอสายตาของนัชชา มือของเธอยังถือคีมจับเข็มค้างอยู่เหนือแผลคนไข้
“หมอรุจ!”
“ค... ครับ”
“อยากเย็บแผลหน้าท้องต่อ หรืออยากให้ฉันเย็บปากนายก่อน ไหมเย็บไส้เหนียวมากนะ เอาไหม”
“เย็บแผลคนไข้ครับอาจารย์!”
“ดี แล้วหลังผ่าเคสนี้เสร็จ ไปเขียนรายงานเรื่องการตรวจหาบาดแผลลำไส้จากอุบัติเหตุของมีคมยี่สิบหน้ากระดาษ เพิ่มเรื่องสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคลากรอีกสิบหน้า ส่งขึ้นโต๊ะฉันพรุ่งนี้เช้า!”
“ผ... ผมหยุดพูดแล้วครับ!” รวิศหน้าซีดเผือด
หลายชั่วโมงต่อมา คนไข้ถูกส่งเข้าไอซียูเพื่อเฝ้าระวังอาการต่อ นัชชาถอดถุงมือ มองรวิศที่ยืนพิงผนังกระเบื้องอย่างหมดสภาพ เสื้อสครับเปียกเหงื่อ ผมที่จัดมาอย่างดีลู่ลงแนบหน้าผาก
“เป็นไง สภาพ”
“ผมไม่เหมาะกับผ่าไส้จริง ๆ ครับอาจารย์ แล้วก็ไม่อยากโดนล้อว่าเป็นหมอดากด้วย”
“ตกลงอยากทำความงามด้านไหน ถึงได้เกลียดไส้กับดากขนาดนี้”
“ทำหน้าอกครับ” รวิศตอบอย่างกระตือรือร้น “จะได้เห็นของสวย ๆ งาม ๆ ทุกวัน เจริญหูเจริญตากว่าเยอะ”
นัชชาหลุดหัวเราะ “เห็นทุกวันเดี๋ยวก็เฉย ดูหมอสูติฯ เป็นตัวอย่าง อยู่กับช่องคลอดคนไข้ทั้งวันจนมองเมียเป็นไหปลาร้าแล้ว”
“หมายถึงอาจารย์ณิชน่ะเหรอครับ”
“อยากรู้ก็ไปถามเอง ฉันหย่าแล้ว ไม่รับตอบคำถามหลังการขาย”
นัชชาเดินออกจากห้องผ่าตัด ยังไม่ทันกลับไปจัดการข้าวผัดครึ่งกล่อง จินตนาก็เดินมาดักหน้า เธอเป็นหัวหน้าพยาบาลรุ่นใหญ่ประจำอาคารณิชคุณ อยู่กับโรงพยาบาลมาตั้งแต่เปิดตึก บุคลากรรุ่นหลังต่างเกรงบารมี แม้แต่อาจารย์แพทย์บางคนยังไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย
“อาจารย์นัช เบื้องบนเรียกพบค่ะ ท่านประธาน ผอ.ธานินทร์ แล้วก็รอง ผอ.ประภาส รออยู่ที่ตึกอำนวยการ ท่านรองกำชับว่าให้ขึ้นไปเดี๋ยวนี้”
“นัชขอกินข้าวก่อนค่ะ”
จินตนาขมวดคิ้ว “พี่บอกว่าเดี๋ยวนี้ ฟังภาษาคนไม่เข้าใจเหรอคะ”
“นัชบอกว่าขอกินข้าวก่อน นี่ก็ภาษาคนนะคะ”
“อาจารย์นัช!”
แก้มอิ่มของจินตนาขึ้นสี เครื่องแบบบนร่างอวบยังรีดเรียบกริบ ผมเกล้าเป็นมวยตึง ไม่มีเส้นไหนหลุดออกจากตำแหน่ง ต่างจากนัชชาที่ปล่อยผมกระเซิงตามสภาพหลังออกจากห้องผ่าตัด จินตนาสูดลมหายใจเข้าลึก เม้มปากกดคำที่แรงกว่านั้นไว้หลังฟัน
“นัชผ่าเคสเช้ามาทั้งเคส ต่อด้วยเคสฉุกเฉินอีกเคส ข้าวกล่องเดิมยังกินไม่ถึงครึ่ง ส่วนสามคนนั้นนั่งรออยู่ในห้องประชุมแอร์เย็น ๆ” เธอมองหน้าหัวหน้าพยาบาล “พี่จินคิดจริง ๆ เหรอคะว่านัชไม่ควรได้กินก่อน”
“ถ้ายังมีแรงยืนเถียงพี่เป็นชุด แปลว่ายังมีแรงเดินไปตึกอำนวยการ เดี๋ยวนี้ค่ะ”
“สี่สิบห้านาทีขาดตัวค่ะ”
นัชชาหยิบโทรศัพท์แล้วเดินหลบไปทางศูนย์อาหาร ไม่เปิดช่องให้ต่อรองอีก
จินตนาหันตาม “งั้นพี่จะโทรไปบอกตามที่คุยกันทุกคำเลยนะ!”
นัชชาหันมายกมือรับโดยไม่หยุดเดิน “เอาตามนั้นค่ะ จะได้เพิ่มความสนุกให้สนามรบนี้หน่อย”
จินตนามองตามแผ่นหลังของคนพูด ก่อนหันไปบ่นกับพยาบาลรุ่นน้องที่ยืนกลั้นยิ้มอยู่ใกล้กัน
“เห็นหรือยัง นี่แหละที่เขาเรียกหมอปีศาจ คนอื่นถูกท่านประธานเรียกเข้าห้องเย็นก็หน้าซีดแล้ว คนนี้ยังกล้าคัดผู้บริหารสามคนเป็นผู้ป่วยสีเขียว”
“แล้วพี่จินจะโทรบอกตามนั้นจริง ๆ เหรอคะ”
จินตนาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “จริงสิ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่า ระหว่างอาจารย์นัชกับสามคนข้างบน ใครความดันจะขึ้นก่อน”
****
แรงมาแรงกลับ นี่นัชชานะคะพี่จิน จะสู้กับใครดูด้วยค่ะ หึหึ
สองคนนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันสุดๆ ค่าทุกคน ใครหมั่นไส้พี่จินบ้างยกมือ?
หรือใครเคยเจอคนแบบพี่จิน เมนต์มาเม้ามอยกันค่ะ