มึงขยับตัวเร็วเหมือนกันนี่หว่า
มึงขยับตัวเร็วเหมือนกันนี่หว่า
เกือบสามสัปดาห์ต่อมา งานประชุมวิชาการร่วมของโรงพยาบาลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยดังกลางเมืองขอนแก่น
กว่าจะจบช่วงถามตอบของแต่ละหัวข้อ เวลาก็ล่วงเลยเที่ยงมาพอสมควร นัชชาเดินออกจากห้องประชุมพร้อมปึกเอกสารในมือ ยังไม่ทันพ้นประตูดี ณิชคุณซึ่งยืนรออยู่ด้านข้างก็ฉวยเอกสารทั้งหมดไปถือไว้เอง แตะแผ่นหลังแล้วพาเธอเดินเลี่ยงกลุ่มหมอที่สวนมาอย่างแนบเนียน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเป็นธรรมชาติจนเจ้าตัวแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกแตะต้อง ส่วนคนรอบข้างที่เห็นกลับมองตามกันเป็นตาเดียว
“แหม... เพื่อนสาว”
เสียงคุ้นเคยดังมาจากด้านหลัง นัชชาหันไปเห็นรินรดายืนกอดอกอยู่ข้างธีรภัทร แววตาของเพื่อนสนิทกวาดมองจากมือของณิชคุณที่ยังแตะค้างอยู่บนหลังเธอขึ้นมาถึงใบหน้า ก่อนจะยิ้มกว้างอย่างคนเจอเรื่องสนุก
“ได้ข่าวว่าทุกวันนี้มึงเดินตัวเปล่าไม่ได้แล้วเหรอ ต้องมีคนคอยโอบเอว โอบไหล่ แถมมีบริการแบกขึ้นหลังไปส่งถึงลิฟต์ด้วย”
นัชชาหรี่ตา “ทำงานอยู่คนละโรงพยาบาล ข่าวมันไปถึงหูมึงได้ยังไง”
“เครือข่ายกลุ่มไลน์พยาบาลกว้างไกลกว่าแพทยสภาอีกค่ะเพื่อน รูปอะไม่มี แต่คำบรรยายละเอียดกริบจนกูมโนเห็นภาพอาจารย์ณิชเดินแบกมึงผ่านหน้าพี่จินตนาเลย”
“อีป้านั่นควรเอาเวลาไปดูแลลูกน้องในวอร์ด ไม่ใช่มายืนจดว่าฉันขี่หลังใคร”
“ก็ถ้ามึงไปขึ้นหลังคนอื่น... เรื่องคงใหญ่กว่านี้ไงคะ”
ณิชคุณเหลือบมองภรรยาของเพื่อน “หมอรินมางานวิชาการ หรือมารับจ๊อบฝ่ายข่าวครับเนี่ย”
“ควบสองตำแหน่งค่ะพี่ณิช เรื่องของเพื่อนต้องรู้ให้ลึกกว่างานวิจัยสิคะ” รินรดาหัวเราะ
ธีรภัทรยกมือแตะไหล่เพื่อน “มึงขยับตัวเร็วเหมือนกันนี่หว่า ตอนวันหย่ากูเห็นทำหน้าอย่างกับคนตายด้าน ผ่านมาไม่กี่เดือน... มือกลับมาติดหนึบอยู่บนเอวเมียแล้ว”
“ไม่ได้เร็วหรอก” ณิชคุณตอบหน้าตายโดยไม่ยอมปล่อยมือออกจากหลังนัชชา “เกือบเสียเขาไปจริง ๆ แล้วถึงเพิ่งจะตาสว่างรู้ตัว”
นัชชาหันมองเสี้ยวหน้าของคนข้างตัว ไม่คิดว่าผู้ชายที่เคยห่วงภาพลักษณ์ยิ่งกว่าอะไร จะยอมรับความผิดพลาดและทลายอีโก้ของตัวเองต่อหน้าเพื่อนง่าย ๆ แบบนี้
ความรู้สึกอุ่น ๆ ยังไม่ทันตั้งตัว รินรดาก็ทำลายบรรยากาศลงเสียก่อน
“แล้วนี่จะไปภูผาม่านกันวันนี้เลยใช่ไหม”
“อือ”
“นอนสามคืน?”
“สองคืนตามบัตรเชิญ” นัชชาแก้ “แต่ฉันจะไปก่อนหนึ่งวัน คืนนี้จ่ายเอง”
รินรดาหันมองหน้าสามี ก่อนหันกลับมาอีกครั้งพร้อมรอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่นัชชาเห็นแล้วอยากเอาเอกสารในมือณิชคุณฟาดหน้าเพื่อนสักที
“สามคืนอยู่ดี มึงอย่าให้เสียเวลาฟรีนะคะ”
“ฉันไปฟรี บัตรที่พักวีไอพีให้มา”
“กูหมายถึง ‘เวลาบนเตียง’ ของมึงค่ะ ไม่ใช่ค่าห้อง!”
ธีรภัทรไอปิดเสียงหัวเราะ ขณะที่ณิชคุณพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง
“พี่จะพยายามใช้ให้คุ้ม ไม่ให้เสียเวลาครับ”
ศอกแหลม ๆ ของนัชชากระทุ้งเข้าข้างลำตัวเขาเต็มแรง “ใครอนุญาตให้พี่เสนอหน้าตอบฮะ”
“หมอรินเขาถามพี่ด้วย”
“เขามองหน้าฉันอยู่!”
“อ้าว แต่เรื่องแบบนี้มันต้องร่วมมือกันสองคนไม่ใช่เหรอ”
“พี่ณิชพูดถูก!” รินรดารีบสนับสนุนเข้าขากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย “การบำบัดคู่มันต้องมีส่วนร่วมทั้งสองฝ่ายนะมึง มึงจะไปนอนมองตากันเฉย ๆ ได้ไง”
“มึงเอาเวลาไปบำบัดชีวิตคู่ตัวเองก่อนเถอะค่ะ!”
เสียงประกาศเรียกผู้ร่วมงานกลับเข้าห้องประชุมรอบบ่ายดังขึ้น รินรดาจึงขยับเข้ามากอดเพื่อนสนิทเร็ว ๆ ก่อนผละออก
“เที่ยวให้สนุกนะมึง แล้วก็พักผ่อนจริง ๆ บ้าง อย่าเอาแต่นั่งเปิดเวชระเบียนคนไข้จนถึงภูผาม่านล่ะ”
“รู้แล้วน่า”
“ถ่ายรูปส่งมาให้กูดูด้วยนะ”
“รูปวิว?”
“รูปอะไรก็ได้ ที่ใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าพวกมึงไม่ได้นอนหันหลังให้กันคนละฝั่งเตียงอะ”
“กูจะบล็อกไลน์มึงตั้งแต่กูยังไม่ออกจากโรงแรมเนี่ยแหละ”
รินรดาหัวเราะลั่นแล้วเดินควงแขนสามีแยกไปอีกทาง ธีรภัทรหันมาโบกมือลาเพื่อน ก่อนจะก้มกระซิบอะไรบางอย่างกับเมียตัวเองจนถูกหยิกเข้าที่สีข้าง
นัชชามองตามแล้วส่ายหน้า “นี่ฉันคบเพื่อนแบบนี้มาได้ยังไงตั้งหลายปีเนี่ย”
“เธอกับหมอรินเหมือนกันจะตาย”
“เหมือนตรงไหน”
“ปาก”
หญิงสาวหันมาถลึงตาใส่ แต่ณิชคุณยื่นปึกเอกสารคืนให้ก่อน แล้วรีบเดินนำไปทางลิฟต์เหมือนเมื่อกี้ไม่ได้หลุดปากพูดอะไรออกมา
*****
เธอว่า… พี่ณิชปากแบบนี้จะได้นอนเตียงไหม ฮ่าๆๆ

ใครทำร้องไห้ อ่านต่อที่ meb หรือ เด็กดีนะคะ
ใกล้ตัดจบที่เว็บแล้วเด้อ ใกล้จะหมดโปรที่ meb แล้วด้วย ไปสอยด่วนๆ
