พี่เป็นผัวเธอมาตั้งแปดปี
พี่เป็นผัวเธอมาตั้งแปดปี
ทั้งคู่กลับถึงบ้านและใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงในการเก็บกระเป๋า กระเป๋าเดินทางสองใบถูกยกขึ้นท้ายรถ ก่อนณิชคุณจะรับหน้าที่เป็นสารถีขับออกจากตัวเมืองมุ่งหน้าสู่อำเภอภูผาม่าน ซึ่งห่างจากตัวเมืองขอนแก่นร้อยกว่ากิโลเมตร
รถพ้นเขตเมืองมาได้พักใหญ่ ณิชคุณจึงเหลือบมองคนข้างตัว นัชชานั่งพิงเบาะ มองทิวทัศน์นอกรถเงียบ ๆ โทรศัพท์วางคว่ำอยู่บนตัก ไม่ได้หยิบขึ้นมาเปิดงานสั่งหมอรุจเหมือนทุกครั้ง
“ช่วงนี้เธอมีเรื่องอะไรอยู่ในใจหรือเปล่า”
“ทำไมถามแบบนั้น”
“เธอเงียบ”
“ฉันก็ไม่ได้จำเป็นต้องพูดตลอดเวลาสักหน่อย”
“แต่เวลาที่เธอไม่ได้พูดเพราะไม่มีอะไรจะพูด กับไม่ได้พูดเพราะมีเรื่องกวนใจอยู่ในหัว มันไม่เหมือนกัน”
นัชชาหันมามอง “ไปหาหมอคิณแค่ไม่กี่ครั้ง พี่คิดว่าตัวเองสำเร็จวิชาเป็นจิตแพทย์แล้วเหรอ”
“เปล่า พี่เป็นผัวเธอมาตั้งแปดปี”
“ห้า”
“รวมตอนคบก่อนแต่งสามปีเป็นแปด”
เธอเถียงไม่ออก จึงหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงยอมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“ก็เรื่องไอ้หมอคณินนั่นแหละ”
“ผลสอบออกแล้วเหรอ”
“ออกเมื่อวาน” น้ำเสียงของนัชชาเริ่มมีไฟคุกรุ่นขึ้นมา “ฝืนคำสั่งศัลยแพทย์หลักสามครั้ง ประเมินตำแหน่งท่อไตผิด แล้วยังเดินหนีทิ้งคนไข้ก่อนปิดหน้าท้อง สุดท้ายคณะกรรมการสอบสวนแค่ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร ระงับการทำหน้าที่ผู้ช่วยหนึ่งจนกว่าจะผ่านการประเมินทักษะกับพฤติกรรมใหม่ แล้วก็ต้องมาขอโทษฉันกับทีม... แค่นั้น!”
“ก็ไม่ได้มีแค่ขอโทษนี่”
“แต่มันยังลอยหน้าลอยตาเป็นหมออยู่ในโรงพยาบาลไง ถ้าฉันไม่สั่งให้มันวางเครื่องมือ วันนั้นท่อไตคนไข้จะเป็นยังไง ไอ้สารเลวนี่ไม่ได้แค่กวนตีนนะ แต่มันเป็นหมอที่อันตรายต่อชีวิตคนไข้สุด ๆ”
“พี่รู้”
“แล้วฉันต้องจำใจรับคำขอโทษงั้น ๆ ของมัน เพราะพ่อมันเป็นเพื่อนก๊วนกอล์ฟท่านประธานหรือไง”
“เขาถูกสั่งให้ขอโทษตามกระบวนการ แต่ไม่ได้มีกฎข้อไหนบังคับให้เธอต้องรับไหว้หรือให้อภัยนี่”
“อาจารย์ประภาสพูดกดดันเหมือนฉันต้องยอมจบเรื่อง แค่จะให้มันยกมือไหว้แล้วพูดว่าขอโทษ ง่ายดีเนอะชีวิตคน”
“อาจารย์ประภาสไม่มีสิทธิ์มาตัดสินแทนเธอ”
“ฉันไม่อยากเห็นหน้ามันด้วยซ้ำ”
“ถ้าไม่อยากเห็น ก็แค่ทนฟังให้จบตามกระบวนการ แล้วก็เดินออกมา”
“ถ้าฉันอยากด่ามันกลับล่ะ”
“กลับมาด่ากับพี่ที่รถ”
นัชชาหันขวับ “ทำไมฉันต้องเกรงใจมันด้วย”
“ไม่ได้ให้เกรงใจมัน พี่ให้เธอระวังตัวเองต่างหาก” ณิชคุณตอบอย่างใจเย็น “ถ้าเธอฟิวส์ขาดต่อหน้าคณะกรรมการ พวกนั้นก็จะลากเรื่องกลับไปที่คำพูดของเธออีก ทั้งที่หลักฐานเรื่องความปลอดภัยชัดอยู่แล้ว อย่าเปิดช่องให้เขาเบี่ยงประเด็น”
นัชชาเม้มปาก เถียงไม่ออก
“แล้วถ้าฉันทนไม่ไหวล่ะ”
“ก็มองหน้าพี่ไว้”
“แล้วยังไง?”
“พี่จะลากตัวเธอออกมา ก่อนที่เธอจะกระโดดงับคอมันไง”
“ฉันไม่ใช่หมา!”
“แต่เธอเป็นหมอปีศาจ”
นัชชาฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนเขาเต็มแรง “อยากตายก่อนถึงภูผาม่านหรือไงฮะ!”
ณิชคุณหัวเราะเบา ๆ ก่อนกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ผลสอบครั้งนี้ถูกบันทึกไว้ในประวัติมันแล้ว ถ้ามันยังอวดเก่งทำผิดซ้ำอีก ต่อให้พ่อมันพาก๊วนกอล์ฟมาทั้งสนามก็ล้างความผิดยาก เธอไม่ต้องทำอะไรให้ตัวเองเสียเปรียบหรอก”
“พี่ยังคิดจะให้มันกลับเข้าห้องผ่าตัดอีกเหรอ”
“โรงพยาบาลยังไม่ได้ไล่มันออก มันก็ต้องมีโอกาสกลับเข้าห้องผ่าหลังผ่านการประเมินอยู่แล้ว”
“ถ้าเป็นห้องผ่าตัดฉัน ฉันจะถีบมันออกตั้งแต่หน้าประตูเลยคอยดู”
“อันนั้นพี่ไม่ห้าม เอาเลย”
“อ้าว แล้วเมื่อกี้ห้ามทำไม”
“ถีบมันออกจากห้องผ่าตัด กับถีบมันต่อหน้าคณะกรรมการ ความหมายมันไม่เหมือนกัน”
นัชชาหลุดหัวเราะหึ แม้จะยังหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่ไฟคุกรุ่นในน้ำเสียงลดลงไปมากแล้ว
รถแล่นต่อท่ามกลางความเงียบอีกครู่หนึ่ง ณิชคุณจึงเอ่ยถามขึ้นมาเรียบ ๆ
“หมดแล้ว?”
“อือ”
“เรื่องหมอคณินหมดแล้ว แต่ไอ้เรื่องที่ทำให้เธอเงียบมาตลอดหลายวันนี้ ยังไม่หมดใช่ไหม”
“พี่จะตั้งโต๊ะสอบสวนฉันอีกคนหรือไง”
“เปล่า”
เขาไม่ได้หันมามองจับผิด เพียงจับพวงมาลัยและมองถนนข้างหน้าต่อไป
“เวลาที่เธอด่าอะไรออกมาดัง ๆ แปลว่าเรื่องนั้นมันยังพอพูดได้ แต่เรื่องไหนที่ทำให้เธอเก็บไปเงียบซึม มักจะเป็นเรื่องที่หนักกว่าเสมอ”
นัชชาหันไปมองข้างทาง
“ถ้ายังไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด พี่รอได้... แต่ถ้าวันไหนมันเริ่มหนักจนเธอแบกรับไว้ไม่ไหว บอกพี่นะ”
ริมฝีปากของเธอขยับเหมือนอยากโต้กลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่สุดท้ายกลับมีเพียงเสียงรับคำเบา ๆ ในลำคอ
“อือ”
ณิชคุณไม่ซักไซ้ต่อ เขาเปิดเพลงคลอเบา ๆ ปล่อยให้เธอมองถนนสายยาวซึ่งทอดออกไปนอกเมือง โดยไม่บังคับให้พูดเรื่องที่ยังไม่พร้อม
********
วันนี้รับหมอนัชไปอ่านต่อจุกๆ นะคะ อีก 5 วันจะหมดโปรที่ meb แล้วน้าาา


https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTA0NDYxMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQ2OTQ1OCI7fQ