บทที่ 12 ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว
บทที่ 12 ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว
ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง เสี่ยวขุยและอาปี้ก็ง่วนอยู่กับการเตรียมข้าวของสำหรับงานเลี้ยงฉวี่เจียง ทว่ากู้หมิงจูกลับยังไม่ตื่น พวกนางสองคนไม่มีทางเลือก จึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากหานหมัวมัวให้ช่วยมาปลุก
หานหมัวมัวผลักประตูห้องปีกอย่างแผ่วเบา มองดูความเงียบสงบในห้องที่มืดสลัวท่ามกลางม่านที่ทิ้งตัวลงมาเป็นชั้น ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา
คุณหนูถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอม ปกติแทบจะไม่ค่อยตื่นเช้า มิน่าล่ะ เสี่ยวขุยและอาปี้ถึงไม่กล้าปลุกนางแต่เช้าตรู่
นางเดินเข้าไปในห้องปีก เปิดกระถางธูปทองสัมฤทธิ์รูปสัตว์มงคล ใช้ไม้เขี่ยทองแดงเกลี่ยขี้เถ้าธูปที่ยังไหม้ไม่หมดจากเมื่อคืน
รวบม่านขึ้นและเปิดหน้าต่าง เพื่อให้อากาศเย็นยะเยือกในยามเช้าตรู่ของต้นฤดูใบไม้ผลิพัดเข้ามาในห้อง
ขณะที่นางกำลังเก็บกวาดอย่างเบามือ เสียงของกู้หมิงจูก็ดังมาจากตั่งนุ่มหลังม่าน "หมัวมัว ยามใดแล้ว" น้ำเสียงของนางฟังดูเกียจคร้านและงัวเงีย
หานหมัวมัวได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมา รีบเดินเข้าไปเลิกม่านผ้าโปร่งขึ้น "คุณหนู ล่วงเข้ายามเหม่าครึ่งแล้วเจ้าค่ะ"
กู้หมิงจูสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที รีบลุกขึ้นนั่ง "ทำไมไม่ปลุกข้า วันนี้คืองานเลี้ยงฉวี่เจียง จะชักช้าไม่ได้นะ"
หานหมัวมัวมองกู้หมิงจูด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มออกมา คุณหนูยังคงใส่ใจเรื่องงานเลี้ยงฉวี่เจียงมากอยู่ดี
หลายวันมานี้ นางเฝ้าสังเกตอย่างเงียบ ๆ เห็นคุณหนูไม่ยอมพบแม้กระทั่งนางข้าหลวง ก็นึกว่าคุณหนูเปลี่ยนใจไปแล้วเสียอีก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าในใจคงยังคาดหวังอยู่
นางเอ่ยยิ้ม ๆ "เห็นคุณหนูกำลังหลับสนิท เลยไม่กล้ารบกวนเจ้าค่ะ คิดว่าสายหน่อยก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวบ่าวจะให้คนไปแจ้งจวนตะวันตก ว่าไม่ต้องไปคารวะบอกลาฮูหยินผู้เฒ่ากับฮูหยินหลัว จะได้ไม่ต้องเดินทางไปพร้อมกับฝั่งนั้นเจ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าคุณหนูจะไปคารวะหรือไม่ ตามปกติแล้วการไปคารวะในช่วงเทศกาลหรือปีใหม่ก็เป็นแค่การทำตามธรรมเนียมเท่านั้น
ทว่านางกลับไม่คาดคิดว่า เมื่อกู้หมิงจูได้ยินคำพูดของตน จะมีสีหน้าเคร่งขรึมลง นั่งยืดตัวตรงมองหานหมัวมัวแล้วกล่าวว่า "หมัวมัว พูดเช่นนี้ไม่ถูกนะ"
สายตานางสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ ทอดมองหานหมัวมัวอย่างเรียบเฉย "หมัวมัวเคยปรนนิบัติท่านแม่ของข้ามาก่อน และเป็นคนเก่าคนแก่ของจวนองค์หญิงใหญ่ ข้าเติบโตมาในการดูแลของท่านตั้งแต่เด็ก หมัวมัวย่อมปฏิบัติต่อข้าไม่เหมือนคนอื่น การจะรักและเอ็นดูข้าก็เป็นเรื่องธรรมดา"
น้ำเสียงของนางอ่อนโยน แต่กลับหนักแน่น "เพียงแต่หมัวมัวก็น่าจะรู้ว่า ตอนนี้สถานการณ์ของข้าเป็นอย่างไร ท่านแม่ด่วนจากไป ทิ้งข้าให้เติบโตในจวนนี้เพียงลำพัง ส่วนท่านพ่อก็ต้องไปประจำการชายแดนอยู่เสมอ ไม่สามารถมาสั่งสอนข้าด้วยตัวเองได้ พวกท่านก็ต้องคอยดูแลและช่วยเหลือข้าแทนท่านแม่"
"เมื่อก่อนข้ายังเด็ก ไม่รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี นิสัยจึงเอาแต่ใจ ก่อเรื่องวุ่นวายมากมาย..." สายตาของกู้หมิงจูค่อย ๆ หม่นหมองลง
ความอัปยศอดสูและความโง่เขลาครั้งแล้วครั้งเล่ายังคงปรากฏชัดเจนอยู่ตรงหน้า นางจะลืมมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
"เพียงแต่ตอนนี้ข้าโตขึ้นแล้ว จะปล่อยให้คนอื่นมาบงการเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้อีก ต้องเริ่มวางแผนเพื่อตัวเองบ้างแล้ว"
"หมัวมัว ท่านกับอาปี้ เสี่ยวขุยและคนอื่น ๆ ก็ควรจะคิดให้ตก พวกท่านย่อมหวังดีต่อข้าอย่างแท้จริง เพียงแต่การตามใจข้าเช่นนี้อาจไม่ใช่เรื่องดี หรือจะปล่อยให้ข้าทำตัวเหลวไหลต่อไป ให้คนอื่นหัวเราะเยาะข้าทุกวัน จนชื่อเสียงป่นปี้ไปหมดหรือ" กู้หมิงจูเอ่ยพลางใช้ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองหานหมัวมัว
คราวนี้หานหมัวมัวตกตะลึงไปจริง ๆ นางหยุดมือที่กำลังจัดเตรียมของชั่วคราว ยืนจ้องกู้หมิงจูอย่างอึ้ง ๆ
ผ่านไปพักใหญ่กว่าจะเข้าใจความหมายในคำพูดของกู้หมิงจู ทว่าความรู้สึกกลับผสมปนเปกันไปหมด นางสะอื้นไห้อยู่นานจนพูดไม่ออก น้ำตาคลอเบ้า
ในอดีตนางติดตามองค์หญิงใหญ่เซวียนหยางแต่งงานออกมาจากวัง คอยปรนนิบัติรับใช้อยู่เคียงข้างมาตลอด จนกระทั่งองค์หญิงใหญ่สิ้นพระชนม์เพราะคลอดบุตรยาก
นางก็อยู่เคียงข้างคุณหนูมาตลอดหลายปี ทนดูคุณหนูถูกคนในจวนเสี้ยมสอนจนมีนิสัยเช่นนี้ จะไม่ให้นางร้อนใจได้อย่างไร
เพียงแต่หลายปีมานี้ แม่ทัพใหญ่มักจะไม่อยู่จวน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็แทบจะไม่ก้าวก่ายเรื่องราวของจวนฝั่งนี้เลย แม้นางจะเป็นหมัวมัวที่คอยอบรมสั่งสอน แต่ก็พูดอะไรมากไม่ได้
พยายามตักเตือนหลายครั้งกลับทำให้คุณหนูโกรธเคือง จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยตามนิสัยของคุณหนู นางเองก็ทำใจให้คุณหนูของตนต้องลำบากไม่ได้
องค์หญิงใหญ่ทิ้งสายเลือดไว้เพียงคนเดียวเท่านั้น แถมยังเป็นคุณหนูที่งดงามราวกับตุ๊กตาบอบบางน่าทะนุถนอม ใครเล่าจะทนเห็นนางไม่พอใจได้ลงคอ
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ของคุณหนู ก้อนหินก้อนใหญ่ที่ทับถมอยู่ในใจนางมาตลอดก็เริ่มถูกยกออกไป คุณหนูรู้ความแล้ว ถึงกับรู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี และมองออกถึงจิตใจคน
สิ่งนี้ทำให้นางดีใจอย่างสุดซึ้ง หากองค์หญิงใหญ่รับรู้ได้ในปรโลก ก็คงจะรู้สึกยินดีเช่นกัน
เมื่อเห็นหานหมัวมัวน้ำตาคลอเบ้า ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานด้วยความรู้สึกทั้งเศร้าและยินดี กู้หมิงจูก็รู้สึกปวดใจเช่นกัน นางรู้ดีถึงความจริงใจที่หานหมัวมัวมีให้ตน จึงรีบเอ่ยว่า
"หมัวมัว เรื่องราวก่อนหน้านี้ข้าล้วนรู้ดี ในจวนนี้มีคนที่มีเจตนาแอบแฝง ข้าถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ แต่จากนี้ไป พวกเราทุกคนต้องตั้งสติให้ดี และระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ!"
"แม้ตอนนี้จะแบ่งเป็นสองจวน และจวนฝั่งนี้มีเพียงข้าอาศัยอยู่ แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยไร้กังวลเสมอไป" กู้หมิงจูยังไม่ได้ล้างหน้าสางผม ปล่อยผมสีดำขลับสยาย
นางหยิบเสื้อคลุมตัวนอกมาสวมทับ แล้วเดินไปที่หน้ากระจกทองเหลือง
"หลายปีมานี้ ข้าไม่เคยสนใจเรื่องราวในจวนเลย ปล่อยให้จวนตะวันตกจัดการทุกอย่าง แม้ว่าบ่าวรับใช้ในจวนส่วนใหญ่จะเป็นคนที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ แต่ก็ยากจะรับประกันว่าคนที่ถูกส่งเข้ามาทีหลังจะไม่ได้ถูกใครจงใจจัดฉากไว้ เรื่องนี้ประมาทไม่ได้เด็ดขาด"
หานหมัวมัวรีบเดินเข้าไปหยิบหวีสางผมให้กู้หมิงจู พลางเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ที่คุณหนูพูดมานั้นถูกต้องที่สุด เกรงว่าคงต้องสะสางกันครั้งใหญ่แล้วล่ะเจ้าค่ะ คนที่มีเจตนาแอบแฝงเหล่านั้นจะเก็บไว้ในจวนไม่ได้เด็ดขาด"
ทว่ากู้หมิงจูกลับส่ายหน้า เผยรอยยิ้มบาง ๆ "ไม่จำเป็นต้องไล่ออกไปทั้งหมดหรอก ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งานอย่างไรต่างหาก"
ไส้ศึกมักจะเป็นดาบสองคมเสมอ สามารถใช้สืบข่าวที่เราอยากรู้ได้ และก็ตกเป็นเครื่องมือให้ผู้อื่นหลอกใช้ได้ง่ายเช่นกัน
หานหมัวมัวอยู่ในวังและในจวนมานานปี มีหรือจะไม่รู้เรื่องนี้ นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ แต่แล้วก็ขมวดคิ้ว "เพียงแต่การเบิกจ่ายเงินสดและโฉนดที่ดินของจวนนี้ยังอยู่ในมือของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ ปกติเวลาจะซื้อของก็ต้องส่งคนไปที่จวนตะวันตก เกรงว่าการจะโยกย้ายคนคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก"
ตอนที่องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางคลอดกู้หมิงจูแล้วสิ้นพระชนม์ไป จวนองค์หญิงใหญ่ก็ไม่มีใครเป็นผู้นำ จึงต้องเชิญฮูหยินผู้เฒ่ากู้มาช่วยจัดการเรื่องราวภายในจวน
จนกระทั่งแม่ทัพใหญ่แต่งงานกับฮูหยินหลัว ฮูหยินหลัวเป็นคนฉลาดและมีความสามารถ ไม่กี่ปีต่อมาฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็มอบหมายเรื่องราวในจวนนี้ให้อีกฝ่ายดูแล
ดังนั้นแม้ว่าจวนตะวันออกจะแยกจากจวนตะวันตกอย่างชัดเจน แต่การเบิกจ่ายเงินสดและโฉนดที่ดินกลับอยู่ในมือของฮูหยินหลัวทั้งหมด
กู้หมิงจูให้หานหมัวมัวดึงกระดิ่ง เรียกอาปี้และเสี่ยวขุยเข้ามา ส่วนตัวเองก็ยิ้มบาง ๆ "ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนั้นค่อยวางแผนจัดการทีหลัง หมัวมัวทำตามที่ข้าสั่งไปก่อนก็แล้วกัน"
นางต้องแยกแยะให้ชัดเจนก่อนว่าใครใช้งานได้ และใครที่ต้องระวังตัว จวนฝั่งนี้จะปล่อยให้คนอื่นมาบงการอยู่เบื้องหลังไม่ได้อีกแล้ว ส่วนของที่เป็นของนาง นางจะเอาคืนมาให้ครบทุกชิ้น
.
.
.