บทที่ 21 ละครฉากเด็ด
บทที่ 21 ละครฉากเด็ด
นางกำนัลตกใจจนอึ้งไป มองกู้หมิงจูด้วยความตกตะลึง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
จนถึงตอนนี้ นางก็ยังไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความประหลาดใจ เห็นได้ชัดว่านางไม่ได้เห็นกู้หมิงจูอยู่ในสายตาเลย
ทว่ากู้หมิงจูกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง สายตาเย็นชาเยือกเย็น เอ่ยออกมาทีละคำอย่างชัดเจน
"อาจูสกุลตู้แห่งตำหนักเฉิงเต๋อในวังตะวันออก เป็นคนเจียงชวนแห่งเฮ่อโจว เพราะบ้านยากจนจึงถูกขายให้เป็นบ่าวในจวนราชครูตั้งแต่หกขวบ อายุสิบสองปีถูกส่งเข้าวัง ที่บ้านยังมีพ่อชราและน้องชายคนเล็ก..."
เสียงของนางไม่ดังนัก แต่ถ้อยคำชัดเจนหนักแน่น ยังไม่ทันพูดจบ อาจูก็หน้าถอดสี ซีดเผือดไร้สีเลือด
นางมองกู้หมิงจูด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เนิ่นนานกว่าจะเรียกสติกลับมาได้ ริมฝีปากสั่นระริกพึมพำ "ท่าน... ท่านรู้ได้อย่างไร..."
ตั้งแต่อายุสิบสองที่ถูกส่งตัวเข้าวังอย่างลับ ๆ จากจวนราชครู นางก็รับใช้อยู่ในตำหนักบูรพามาตลอดหลายปี ไม่เคยเปิดเผยตัวตนและที่มาให้ใครรู้
ไม่มีใครรู้ถึงความสัมพันธ์ของนางกับจวนราชครู แต่คุณหนูใหญ่กู้ผู้โง่เขลาเบาปัญญาตรงหน้ากลับรู้เบื้องลึกเบื้องหลังของนางอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง...
กู้หมิงจูปรายตามองหอตะวันตกที่อยู่ไม่ไกล เผยรอยยิ้มเย็นชา ชี้ไปที่ตำหนักรองด้านข้าง "เจ้าจะตามข้าเข้าไปเอง หรือจะให้ข้าเรียกคนมา"
อาจูทำอะไรไม่ถูกไปแล้ว ชัดเจนว่าเป็นงานง่าย ๆ แค่หลอกให้คุณหนูใหญ่กู้เข้าไปในหอตะวันตกก็พอ
อีกทั้งคุณหนูห้าก็กำชับเป็นอย่างดีว่า แค่บอกว่าเป็นคำเชิญของเสียนอ๋อง คุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้ก็จะยอมตามมาแต่โดยดี
แต่สถานการณ์ตรงหน้าไม่มีใครคาดคิดมาก่อน! นางยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมคุณหนูใหญ่กู้ถึงรู้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับจวนราชครูได้!
ท้ายที่สุด นางก็ต้องก้มหน้าเดินตามกู้หมิงจูเข้าไปในตำหนักรอง กู้หมิงจูมองนางผลักประตูเข้าไปอย่างพอใจ ก่อนจะพานางกับอาปี้เข้าไปในตำหนักรองที่ไร้ผู้คน แล้วปิดประตูตามหลัง
ภายนอกตำหนักยังคงเงียบสงบ ผู้คนต่างกำลังเฉลิมฉลองกันอยู่ในงานเลี้ยงที่โถงใหญ่ ไม่มีใครมาที่นี่
ภายในตำหนักก็เงียบสงัดเช่นกัน แต่เป็นความเงียบที่หนักอึ้งจนทำให้อาจูหายใจไม่ออก นางยืนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหลังประตู จ้องมองกู้หมิงจูที่ยืนสงบนิ่งอยู่ริมประตูเขม็ง
นางไม่เข้าใจเลยว่าเรื่องทั้งหมดนี้มันคืออะไรกันแน่ ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนคุณหนูใหญ่กู้จะรู้เรื่องทุกอย่างหมดแล้ว แม้กระทั่งเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ความรู้สึกนี้ทำให้นางหวาดหวั่นใจยิ่งนัก เหงื่อเย็นเยียบเริ่มซึมชื้นแผ่นหลัง
กู้หมิงจูรู้ดีทีเดียว นางยืนเอามือไพล่หลังพิงประตูอย่างใจเย็น ตั้งใจฟังความเคลื่อนไหวภายนอก ใกล้แล้วล่ะ อีกเดี๋ยวก็คงมีคนมาแล้ว
นางหันกลับไป เห็นความหวาดกลัวในแววตาของอาจู จึงแย้มยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้อาจูหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม
"ซิ่วเหนียงสกุลกัวคงใกล้จะมาถึงแล้วสินะ" น้ำเสียงของนางแผ่วเบาและเนิบนาบ แต่ถ้อยคำชัดเจนก้องกังวาน "นางคงกำลังรีบร้อนอยากจะมา 'บังเอิญเจอ' ข้าลักลอบพบกับองค์รัชทายาทเต็มทีแล้ว"
อาจูสะดุ้งเฮือก ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้น ทรุดตัวลงหมอบกับพื้น เป็นอย่างที่คิด คุณหนูใหญ่กู้รู้ทุกอย่างแล้ว แต่นางรู้เรื่องทั้งหมดนี้ได้อย่างไร
กู้หมิงจูฟังเสียงฝีเท้าแว่ว ๆ จากด้านนอก มีคนกำลังเดินจ้ำอ้าวตรงมาทางนี้
ได้ยินเสียงกัวอวี้ซิ่วตะคอกถามอย่างเกรี้ยวกราด "นังทาสชั้นต่ำนั่นทำไมป่านนี้ยังไม่มารายงานอีก ช่างไม่ได้เรื่องเลย!"
อาจูตัวสั่นงันงก เบิกตากว้างมองประตู อยากจะลุกขึ้นนั่ง อ้าปากเตรียมส่งเสียง แต่ถูกสายตาเย็นเยียบของกู้หมิงจูตวัดมองจนคำพูดจุกอยู่ที่คอ
นางมองกู้หมิงจูที่ยิ้มให้ แล้วก้มหน้าหลบด้วยความหวาดกลัว คุณหนูใหญ่กู้ที่หน้าตาธรรมดาผู้นี้ ในสายตานางตอนนี้ดูเหมือนภูตผีปีศาจ แค่ปรายตามองก็ยังไม่กล้า
เสียงฝีเท้าของกัวอวี้ซิ่วกับสาวใช้ค่อย ๆ ห่างออกไป มุ่งหน้าไปทางหอตะวันตก อีกไม่นานนางก็คงพาคนบุกเข้าไปในหอตะวันตกแน่ ๆ
น่าเสียดายที่ครั้งนี้หอตะวันตกจะไม่มี 'ละครฉากเด็ด' เรื่องลักลอบพบกันให้พวกนางดูแล้ว
กู้หมิงจูเม้มปากยิ้ม คุณหนูห้าสกุลกัวช่างตั้งใจเสียจริง นางวางแผนไว้อย่างแยบยล ให้คนของนางหลอกกู้หมิงจูไปที่หอตะวันตกก่อน
แล้วตัวเองก็ทำทีเป็นออกมาชมดอกซิ่ง บังเอิญไป 'จับได้' ว่ากู้หมิงจูลักลอบพบกับองค์รัชทายาทในหอตะวันตก
และประจวบเหมาะกับที่คุณหนูหกสกุลกัวก็เชิญบรรดาฮูหยินและคุณหนูมาชมดอกซิ่งทางนี้พอดี จึงได้เห็นเรื่องฉาวโฉ่นี้เข้าอย่างจัง
เป็นอย่างที่คิด ผ่านไปไม่นานก็ได้ยินเสียงหัวเราะของกัวอวี้หลานดังมาจากที่ไม่ไกล
"…ได้ยินมาว่าดอกซิ่งในอุทยานฝูหรงสวยที่สุด งานเลี้ยงชมวสันต์ปีก่อน ๆ ก็จัดในป่าดอกซิ่ง ปีนี้จะพลาดไปได้อย่างไร" น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "ดูสิ ดอกซิ่งตรงนั้นสวยกว่าเพื่อนเลย…"
กู้หมิงจูทอดถอนใจ สองพี่น้องสกุลกัวช่างโหดเหี้ยมอำมหิต ลงมือโดยไม่เหลือทางรอดให้เลย
ไม่แปลกใจที่กู้หมิงจูในอดีตจะไร้หนทางต่อสู้ ตกหลุมพรางของพวกนางจนหมดรูป ถูกปรักปรำว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับองค์รัชทายาท ทำให้ฮองเฮากริ้วจัด
แต่เห็นแก่หน้าจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี จึงพระราชทานนางให้เป็นพระชายารองขององค์รัชทายาท และถูกส่งตัวเข้าตำหนักบูรพาไป
กัวอวี้หลานพากลุ่มคนมุ่งหน้าไปทางหอตะวันตก เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป น้ำเสียงของนางร่าเริงสดใส บางทีอาจเป็นเพราะจะได้ดูละครฉากเด็ดในอีกไม่ช้า
กู้หมิงจูยิ้มบาง ๆ ยืนอยู่หลังประตูฟังทุกสิ่งทุกอย่างโดยไม่ประหลาดใจหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย
เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และนางก็คอยหาวิธีหลบหลีกมาตลอด
ไม่เคยมีครั้งไหนเหมือนครั้งนี้ที่นางทิ้งความขี้ขลาดและการยอมจำนน ใช้ทุกสิ่งที่ตนรู้มาเปลี่ยนชะตากรรม ทำลายล้างคนที่คิดจะทำลายตน!
อาจูที่ล้มพับอยู่กับพื้นได้สติกลับมา รีบคลานเข้าไปหมอบกราบแทบเท้ากู้หมิงจู "คุณหนูไว้ชีวิตด้วย คุณหนูไว้ชีวิตบ่าวด้วยเถิด เป็นคุณหนูห้าสกุลกัว เป็นนางที่บังคับให้บ่าวหลอกคุณหนูมา บ่าวไม่รู้อะไรเลย..."
นางไม่เหลือความหวังลม ๆ แล้ง ๆ อีกต่อไป ในใจมีเพียงความกลัวและยำเกรงต่อกู้หมิงจูที่ควบคุมทุกสิ่งและรู้ทันทุกอย่าง ความคิดเดียวในหัวคือขอร้องให้รอดชีวิต
กู้หมิงจูก้มมองอาจูที่ร้องไห้ตัวสั่นเทาพร่ำอ้อนวอน แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจเย็นชา คนต่ำช้าไร้ยางอายเช่นนี้ เคยทำลายชีวิตของกู้หมิงจูมาแล้ว
นางปรายตามองอาปี้ อาปี้ได้สติจากความตกตะลึง นึกถึงคำสั่งของกู้หมิงจูก่อนหน้านี้ จึงรีบเข้าไปประคองอาจูขึ้นมา "ลุกขึ้นเถอะ คุณหนูยังไม่ได้บอกว่าจะลงโทษเจ้าเสียหน่อย"
อาจูถึงได้ลุกขึ้นยืนตัวสั่นเทา แต่ก็ยังไม่กล้าเงยหน้าสบดวงตาลึกล้ำของกู้หมิงจู ได้แต่ก้มหน้าซุกตัวอยู่ด้านข้างอย่างขลาดกลัว
"กรี๊ด..." เสียงกรีดร้องดังแหวกความเงียบสงัดรอบด้าน ดังมาจากทางหอตะวันตก!
.
.
.