LNCrawler

บทที่ 22 คือนาง!

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 22 คือนาง!

ภายนอกตำหนักรองมีเสียงเอะอะวุ่นวาย มีคนร้องเรียกนางกำนัลเสียงดัง ท่ามกลางเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ แว่วเสียงร้องไห้คร่ำครวญอย่างน้อยเนื้อต่ำใจของหญิงสาวดังมาเป็นระยะ

กู้หมิงจูยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รอยยิ้มบนใบหน้ายิ่งมายิ่งลึกล้ำ

ผ่านไปพักใหญ่ นางหยิบถุงหอมใบเล็กกะทัดรัดออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้อาปี้

อาปี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก้มลงมองถุงหอมในมือ บนผ้าแพรสีฟ้าอมเขียวปักลวดลายดอกเป่าเซียงด้วยดิ้นเงิน ทั้งยังได้กลิ่นหอมจาง ๆ ของไม้หอมจีหนานลอยกรุ่นออกมาจากด้านใน

นี่คือสิ่งที่กู้หมิงจูมักจะพกติดตัวเป็นประจำในวันวานอย่างแน่นอน

นางเงยหน้าขึ้นมองกู้หมิงจูด้วยความตกใจ ราวกับไม่เข้าใจความหมาย

กู้หมิงจูมองนาง พลางเอ่ยอย่างสงบ "ผูกให้ข้าที"

นางไม่กลัวว่าอาปี้จะรู้สาเหตุ หานหมัวมัว อาปี้ และเสี่ยวขุยล้วนซื่อสัตย์ภักดีมาโดยตลอด ไม่ช้าก็เร็วพวกนางย่อมต้องสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของกู้หมิงจู

ยิ่งพวกนางรู้มากเท่าไรก็ยิ่งเกิดความยำเกรง จะไม่กล้ามีใจคิดคดทรยศแม้แต่น้อย

อาปี้เป็นคนฉลาด เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ ชั่วขณะนั้นสีหน้าของนางซีดเผือดจนน่ากลัว

นางรีบละสายตาที่จ้องมองกู้หมิงจูอย่างเหม่อลอยกลับมาอย่างสั่นเทา ก้มหน้าลงผูกถุงหอมใบนั้นไว้ที่เอวของกู้หมิงจู มือยังคงสั่นระริก ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะผูกเรียบร้อย

กู้หมิงจูปรายตามองนางแวบหนึ่ง เอื้อมมือไปดึงประตูตำหนักเปิดออก แล้วก้าวเดินออกไปด้วยท่าทางสบาย ๆ ไม่รีบร้อน

อาปี้ก้มหน้าเดินตามนางออกจากตำหนักไป ส่วนอาจูที่หดตัวอยู่ตรงมุมห้องมาตลอดก็เงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย

มองดูหอตะวันตกที่อยู่ไม่ไกลซึ่งตอนนี้มีผู้คนเบียดเสียดกันแน่นขนัด ร่างกายก็สั่นสะท้านขึ้นมาอีกครั้ง นางรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น แล้วก้าวยาว ๆ เดินตามหลังกู้หมิงจูออกไป

นางไม่ได้โง่ ย่อมรู้ดีว่าเวลานี้มีเพียงต้องเดินตามกู้หมิงจูเท่านั้น เกรงว่าสกุลกัวคงจะตกหลุมพรางของกู้หมิงจูเข้าให้แล้ว และชีวิตของนางก็ยิ่งถูกบีบอยู่ในกำมือของกู้หมิงจู

บริเวณหน้าประตูหอตะวันตกมีคนมุงอยู่ไม่น้อย เหล่านางกำนัลต่างยืนก้มหน้าอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าตื่นตระหนก คอยขวางบรรดาฮูหยินหลายท่านที่กำลังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างออกรสออกชาติอยู่ด้านนอก

ไกลออกไปมีคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูงหลายคนยืนอยู่ พวกนางกำลังเอ่ยปลอบโยนคุณหนูหกสกุลกัว กัวอวี้หลานที่กำลังร้องไห้น้ำตาอาบหน้าด้วยเสียงแผ่วเบา

"...หลานเหนียง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จู่ ๆ ทำไมถึง..."

"อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ เจ้าอย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย ถามให้รู้เรื่องก่อนจะดีกว่า..."

คุณหนูเหล่านั้นแสร้งทำเป็นห่วงใยและปลอบโยนกัวอวี้หลาน พลางลอบส่งสายตาให้กัน ภายในแววตาล้วนมีรอยเยาะเย้ยที่ปิดไม่มิด

จะเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรได้อีกล่ะ ก็เมื่อครู่กัวอวี้หลานเป็นคนนำทางพวกนางมาตลอดทาง บอกว่าจะพามาชมดอกซิ่ง แต่กลับเดินตรงดิ่งมาที่หอตะวันตกอย่างพอดิบพอดี

ใครจะไปคาดคิดว่าเพิ่งเดินมาถึงระเบียงทางเดินที่ไม่ไกลจากหอตะวันตกนัก ก็เห็นประตูหอตะวันตกเปิดออก คุณหนูห้าสกุลกัว กัวอวี้ซิ่วพุ่งพรวดออกมาจากด้านในด้วยสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย

เสื้อคลุมตัวนอกของชุดกระโปรงแขนกว้างที่บางเบาถูกดึงทึ้งจนขาดวิ่นบิดเบี้ยว เผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องไปกว่าครึ่ง

มวยผมบนศีรษะก็หลุดรุ่ยร่ายอยู่ด้านหลัง ใบหน้างดงามน่ารักแดงก่ำไปหมด ชวนให้ผู้ที่พบเห็นจินตนาการไปไกล

และที่ตามหลังนางมาติด ๆ ก็คือองค์รัชทายาทที่พระพักตร์เต็มไปด้วยฤทธิ์สุรา ทรงวิ่งตามออกมาอย่างโซซัดโซเซ

ชุดคลุมลายงูหลามสีทองคำแดงบนพระวรกายถูกปลดออกไปกว่าครึ่ง ทรงพระสรวลอย่างคนเมามาย "...ช้าหน่อยสิ รอให้ข้าจับเจ้าได้ก่อนเถอะ ดูสิว่าข้าจะจัดการเจ้าอย่างไร..."

ช่างเป็นภาพที่ชวนให้คิดลึกและลามกอนาจารเสียนี่กระไร!

ฮูหยินเหล่านั้นล้วนเป็นพวกชอบสอดรู้สอดเห็นอันเลื่องชื่อในหมู่จวนขุนนางชั้นสูงแห่งฉางอัน เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้มีหรือจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง

นัยน์ตาพวกนางพลันเป็นประกายวาววับด้วยความสนใจ รีบร้อนเรียกนางกำนัลเข้ามา แทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะทำให้เรื่องอื้อฉาวนี้โด่งดังไปทั่ว

กัวอวี้ซิ่วทรุดฮวบลงไปกองอยู่ริมระเบียงทางเดินอย่างอ่อนระทวย สายตาเอาแต่จ้องมองกลุ่มฮูหยินและคุณหนูที่มีแต่ความเย้ยหยันและสนใจใคร่รู้อย่างเหม่อลอย บนใบหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ

ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้? ชัดเจนว่าควรจะเป็นนางที่มาจับได้คาหนังคาเขาว่ากู้หมิงจูกำลังยั่วยวนองค์รัชทายาทไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลายเป็นนางไปได้ล่ะ?

เมื่อครู่นางเดินมาที่หอตะวันตกตลอดทาง ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้หมิงจูและนางกำนัล ประตูหอตะวันตกก็แง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง นางคิดว่ากู้หมิงจูเข้าไปด้านในแล้ว

นางเพียงแค่ผลักประตูเข้าไปก็จะเห็นภาพที่อยากเห็น จากนั้นค่อยส่งเสียงร้องดัง ๆ ดึงดูดบรรดาฮูหยินและคุณหนูที่น้องสาวพามา เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดกู้หมิงจูให้สิ้นซากได้แล้ว

เมื่อถึงเวลานั้น กู้หมิงจูก็จะเป็นหญิงหน้าไม่อายที่ยั่วยวนองค์รัชทายาท ต่อให้ฮองเฮาจะทรงให้ความสำคัญกับสกุลกู้แค่ไหน ก็จะไม่มีวันพระราชทานสมรสให้พี่น้องสกุลกู้กับองค์ชายพระองค์ใดอีก

ส่วนกู้หมิงจูก็จะเสียชื่อเสียงย่อยยับ ชั่วชีวิตนี้อย่าหวังว่าจะเงยหน้าอ้าปากได้อีก!

ในวินาทีนั้น นางแทบจะมองเห็นภาพกู้หมิงจูถูกผู้คนถ่มน้ำลายรด หัวเราะเยาะ และทนรับความอัปยศอดสูแล้ว!

แต่ทำไมถึงกลายเป็นนางไปได้เล่า?

นางผลักประตูเข้าไป ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าก็ถูกใครบางคนกระชากเข้าไปอย่างแรง กลิ่นสุราอุ่นร้อนพ่นรดใบหน้า เป็นองค์รัชทายาทนั่นเอง!

ยังไม่ทันที่นางจะได้สติ องค์รัชทายาทก็เริ่มลงมือฉีกทึ้งเสื้อผ้าของนางอย่างไม่สนอะไรทั้งนั้น!

"ไม่... ไม่ใช่หม่อมฉัน..." กัวอวี้ซิ่วกรีดร้องเสียงแหลม แต่กลับถูกองค์รัชทายาทดึงทึ้งอย่างแรงจนดิ้นไม่หลุด เสื้อผ้าถูกฉีกขาดไปทั้งอย่างนั้น ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง

สาวใช้ที่ตามมาด้านหลังตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อ รีบพุ่งเข้าไปหมายจะดึงตัวองค์รัชทายาทออก แต่ก็ไม่กล้าลงมือ

ได้แต่มองดูด้วยความหวาดกลัวทำอะไรไม่ถูก ปากก็พร่ำร้องอ้อนวอนให้องค์รัชทายาทปล่อยมือไม่หยุด

จังหวะที่องค์รัชทายาทเอื้อมพระหัตถ์ไปดึงเสื้อคลุมของพระองค์เอง ในที่สุดกัวอวี้ซิ่วก็ฉวยโอกาสดิ้นหลุดออกมาได้ นางพุ่งพรวดออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ทว่ากลับไปชนเข้ากับบรรดาฮูหยินที่มาชมดอกไม้เข้าอย่างจัง!

ตอนนี้นางสับสนไปหมดแล้ว ส่ายหน้าไปมาปากก็พร่ำพูดจาไม่รู้เรื่อง "ไม่ใช่ข้า ไม่ใช่ข้า เป็นกู้หมิงจู เป็นนาง!"

ในตอนนั้นเอง นางก็เหลือบไปเห็นกู้หมิงจูยืนยิ้มบาง ๆ มองนางเงียบ ๆ อยู่ที่ระเบียงทางเดินไม่ไกลนัก ภายในดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นเวลานี้เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเย็นชา

"เป็นนาง!" กัวอวี้ซิ่วราวกับถูกแทงเข้าที่จุดตาย นางผุดลุกขึ้นยืน ชี้มืออันสั่นเทาไปยังกู้หมิงจูที่ยืนอยู่อย่างสง่างามแต่ไกลพลางกรีดร้องลั่น

"เป็นนางที่แอบมาลักลอบพบกับองค์รัชทายาท!"

ดวงตาของนางแดงก่ำ หันไปกล่าวกับกลุ่มฮูหยินและคุณหนูที่กำลังจ้องมองนางด้วยความตกใจทีละคำ "เมื่อครู่ข้าพลัดหลงเข้าไป ก็เห็นนางกำลังรีบร้อนจากไป ทั้งยังทิ้งของแทนใจชิ้นหนึ่งไว้ให้องค์รัชทายาท ตอนนี้ของสิ่งนั้นยังเก็บอยู่ในแขนเสื้อขององค์รัชทายาทเลย!"

ทุกคนมองตามทิศทางที่นางชี้ไป ก็เห็นว่าที่ปลายแขนเสื้อขององค์รัชทายาทที่ทรงเมามายไม่ได้สติพิงร่างอยู่กับผู้ติดตาม มีพู่ไหมห้าสีโผล่ออกมาครึ่งหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นส่วนประดับของเครื่องใช้สตรี

หรือว่าจะเป็นจริงตามที่คุณหนูห้าสกุลกัวพูด? ทุกคนเกิดความสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง

.

.

.