LNCrawler

บทที่ 27 ความแค้นในอดีต

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 27 ความแค้นในอดีต

เมื่อเห็นกู้หมิงจูพาสาวใช้อาปี้ย่อกายทำความเคารพแล้วขอตัวลากลับไป ฮูหยินหลัวถึงค่อย ๆ ฝืนยิ้มออกมา นางพากู้หมิงเยว่และกู้หมิงอวี้ลุกขึ้นทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากู้เพื่อขอตัวกลับเช่นกัน

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ปรายตามอง เพียงแวบเดียวก็เห็นว่าสีหน้าของลูกสะใภ้ไม่ค่อยสู้ดีนัก ย่อมรู้ดีว่าคงเป็นเพราะเรื่องเมื่อครู่ นางลูบลูกประคำในมือพลางเอ่ย "หมิงจูมีนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ ทำอะไรไม่เคยมีกฎเกณฑ์ นางอยากจะวุ่นวายก็ปล่อยไปเถอะ ถึงอย่างไรก็เป็นแค่บ่าวรับใช้ไม่กี่คน ขายทิ้งไปก็สิ้นเรื่อง"

นางขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยเสริมอีกประโยค "จวนฝั่งนี้ไม่ได้มีคนว่างงานเยอะแยะนักหรอก ในเมื่อนางไม่ต้องการ ก็ไม่ต้องส่งไปอีกแล้ว"

แม้จวนตะวันออกจะเป็นจวนองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง แต่ก็มีกู้หมิงจูเป็นเจ้านายเพียงคนเดียว จะใช้คนรับใช้อะไรมากมายขนาดนั้น

เมื่อฮูหยินผู้เฒ่ากู้นึกถึงของประดับตกแต่งหรูหราประณีตในจวนฝั่งนั้น รวมถึงเงินทองมากมายที่ถูกกู้หมิงจูผลาญทิ้ง ก็รู้สึกขัดเคืองใจจนไม่สบอารมณ์

เหมือนกับผู้หญิงคนนั้นในตอนนั้น... แม้จะเป็นถึงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ แต่เมื่อแต่งเข้าสกุลกู้มาแล้ว ก็ถือว่าเป็นคนของสกุลกู้

ทว่ากลับไม่รู้จักรักษาน้ำใจกันเลยสักนิด นอกจากจะไม่ยอมให้นางเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องในจวนแล้ว ยังบีบบังคับให้ลูกชายคนโตส่งลูกชายคนรองกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดในชิงโจวอีก

เมื่อนึกถึงองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็รู้สึกโกรธเคืองขึ้นมาเต็มอก สีหน้าพลันบึ้งตึงลงทันที

ตอนนั้นกู้ชิงได้รับความไว้วางใจจากอดีตฮ่องเต้ ได้รับแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่เพียวฉี ทั้งยังได้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง ช่างน่าเกรงขามเสียนี่กระไร

ถึงกับส่งคนไปรับนางและคุณชายรองกู้หยวนจากชิงโจวมาอยู่ที่ฉางอัน เพื่อให้มาเสวยสุขด้วยกัน

นางถึงขนาดยอมขายบ้านเก่าที่ชิงโจวทิ้งเพื่อการนี้ ตั้งใจว่าเมื่อมาถึงฉางอันแล้วจะให้องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางช่วยหาคู่ครองให้กู้หยวน

นางวางแผนไว้หมดแล้วว่าเรื่องคู่ครองจะไม่เรื่องมากนัก ด้วยฐานะของกู้ชิงและชาติตระกูลของสกุลกู้ในเวลานั้น อย่างไรเสียก็ต้องได้ลูกสาวขุนนางมาเป็นสะใภ้

แม้ว่าปกติกู้หยวนจะคุ้นชินกับการทำตัวเสเพล ไม่ได้เรื่องได้ราวและมีอนาคตไกลเหมือนกู้ชิง แต่มีองค์หญิงแต่งเข้าบ้านมาทั้งที จะกลัวเรื่องหาคู่ครองไม่ได้อีกหรือ!

แต่นางกลับคิดไม่ถึงเลยว่า หลังจากพวกนางมาถึงฉางอันได้ไม่นาน พักอยู่ที่จวนองค์หญิงได้เพียงสิบกว่าวัน องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางก็เชิญพวกนางออกจากจวนด้วยท่าทีสุภาพแต่เย็นชา

อีกฝ่ายบอกว่าราชสำนักได้พระราชทานจวนแม่ทัพใหญ่ไว้ให้กู้ชิงแล้ว อยู่ในย่านถัดไปนี่เอง ให้พวกนางไปพักที่จวนแม่ทัพใหญ่แทน

นี่มันมีเหตุผลที่ไหนกัน! มีลูกสะใภ้ที่ไหนไล่แม่สามีออกจากบ้านบ้าง จวนองค์หญิงนี่ก็เป็นของกู้ชิง ซึ่งนั่นหมายถึงเป็นของนางและกู้หยวนด้วย จะปล่อยให้คนอื่นมาไล่พวกนางออกไปได้อย่างไร

นางอุตส่าห์เลี้ยงดูลูกชายทั้งสองคนมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่เพื่อให้ลูกสะใภ้มาไล่ออกจากบ้านในสักวันหนึ่งหรอกนะ

นางให้กู้หยวนประคองไปร้องไห้ฟูมฟายคร่ำครวญอยู่หน้าประตูจวนองค์หญิง ร้องไห้ด่าทอลูกชายว่าอกตัญญู พอแต่งงานกับองค์หญิงก็ลืมแม่

รับนางมาอยู่ฉางอันได้แค่สิบกว่าวันก็จะไล่ไปอยู่ที่อื่น ไม่สนใจใยดีว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

เมื่อก่อนตอนอยู่ที่ชิงโจว แม่สามีสั่งสอนลูกสะใภ้ก็ทำเช่นนี้แหละ ถ้าไม่ด่าทอตบตีอยู่แต่ในบ้าน ก็ออกไปร้องไห้โวยวายให้เพื่อนบ้านมาช่วยตัดสิน

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำให้ลูกสะใภ้ยอมก้มหัวขอโทษ และทำตามคำสั่งแต่โดยดี

เพียงแต่ลูกสะใภ้คนนี้เป็นถึงองค์หญิง นางไม่กล้าลงมือตบตี จึงได้แต่ใช้วิธีร้องไห้โวยวาย เพื่อให้อีกฝ่ายรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของตน

แต่นางไม่คาดคิดเลยว่า ยังไม่ทันร้องไห้ได้กี่ประโยค ก็มีคนมารุมล้อมชี้ไม้ชี้มือใส่เสียแล้ว

จวนองค์หญิงยิ่งแล้วใหญ่ ปิดประตูเงียบสนิท พร้อมกับส่งคนมาบอกว่าองค์หญิงมีรับสั่งให้กู้ชิงมาจัดการ หากพวกนางยังไม่ไปอีก ก็จะให้คนไล่พวกนางกลับชิงโจวไปเสีย

กู้ชิงรีบร้อนกลับมาจากในวังด้วยสีหน้าเขียวคล้ำ ดึงตัวพวกนางสองคนออกจากฝูงชนกลับไปที่จวนแม่ทัพใหญ่

เมื่อเห็นสายตาและใบหน้าที่เต็มไปด้วยการเยาะเย้ยถากถางของผู้คนรอบข้าง ประกอบกับประตูจวนองค์หญิงที่ปิดสนิท ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็เพิ่งรู้ซึ้งเป็นครั้งแรกว่า ท่ามกลางจวนขุนนางชั้นสูงในฉางอันแห่งนี้ไม่ใช่ชิงโจว นางไม่สามารถมาทำตัวเกรี้ยวกราดโวยวายตามอำเภอใจได้

สิบกว่าปีมานี้ ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์น่าอับอายในตอนนั้น ฮูหยินผู้เฒ่ากู้จะก่นด่าองค์หญิงใหญ่เซวียนหยางในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หากไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนั้นดึงดันจะไล่นางกับลูกคนรองออกจากจวนองค์หญิง นางก็คงไม่ต้องอับอายขายหน้าถึงเพียงนี้

ทำให้ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา นางไม่สามารถเชิดหน้าชูตาในหมู่ขุนนางชั้นสูงของฉางอันได้เลย ใคร ๆ ก็พากันหัวเราะเยาะว่านางเป็นแค่หญิงซักผ้าจากชิงโจว ไม่มีใครเห็นหัวนาง

ความขุ่นเคืองนี้ลุกลามไปจนทำให้นางรู้สึกเกลียดชังกู้หมิงจูตามไปด้วย ผู้หญิงคนนั้นจะให้กำเนิดลูกที่ดีได้อย่างไร คิดว่าตัวเองมีฐานะสูงส่ง ก็เลยทำตัวเย่อหยิ่งไร้มารยาท ไม่มีเค้าของสตรีตระกูลสูงศักดิ์เลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นหลายปีมานี้ นางจึงรำคาญที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องในจวนฝั่งนั้น แล้วโยนทุกอย่างให้ฮูหยินหลัวจัดการ

นางรู้ว่าฮูหยินหลัวจะจัดการได้อย่างเรียบร้อย อีกทั้งยังรู้ใจนางเป็นอย่างดี มักจะส่งเงินทองมาให้ที่เรือนซงโส่วเพื่อเป็นของส่วนตัวให้นางอยู่เสมอ ทำให้นางพอใจเป็นอย่างมาก

ชวีหมัวมัวที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นฮูหยินผู้เฒ่ากู้มีสีหน้าไม่สู้ดี ก็รีบเข้าไปเปลี่ยนถ้วยน้ำชาอุ่นร้อนให้ นางคอยรับใช้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มานานหลายปี มีหรือจะไม่รู้ว่าผู้เป็นนายกำลังโกรธเรื่องอะไร

"ฮูหยินผู้เฒ่าใจเย็น ๆ ก่อนเถิดเจ้าค่ะ จิบน้ำชาเสียหน่อย" นางเอ่ยเสียงเบา "คุณหนูใหญ่มีนิสัยเย่อหยิ่ง ทนเห็นเรื่องขัดหูขัดตาไม่ได้ จึงมักจะทำอะไรรีบร้อนไปบ้าง..."

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้แค่นเสียงเย็นชา "นางทนเรื่องขัดหูขัดตาไม่ได้ที่ไหนกัน ชัดเจนว่านางตั้งใจจะมาหาเรื่องข้าต่างหาก"

"ปกติแค่การมาคารวะทักทายตอนเช้ายังไม่ยอมมาเลย ไม่มีกฎระเบียบสักนิด วันนี้พอมาถึงก็มาก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้ ตั้งใจจะยั่วโมโหข้าชัด ๆ!"

ชวีหมัวมัวรีบช่วยลูบหลังปลอบใจ "ฮูหยินผู้เฒ่าอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ ก็แค่เรื่องเล็กน้อยไม่ควรค่าแก่การใส่ใจ จะทำให้ตัวเองต้องมาโกรธจนเสียสุขภาพไปทำไมกัน"

นางพูดพลางยิ้มขึ้นมา "วันนี้มีเรื่องน่ายินดีด้วยนะเจ้าคะ ทางชิงโจวส่งจดหมายมาบอกว่า คุณชายรองกู้หยวนกับฮูหยินรองเหมาซื่อออกเดินทางมาฉางอันตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว นับนิ้วดูเวลาแล้วคงใกล้จะถึงเต็มทีแล้วเจ้าค่ะ"

ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่ากู้เป็นประกายขึ้นมา ความโกรธบนใบหน้าหายไปเป็นปลิดทิ้ง นางรีบถามด้วยความดีใจ "จริงหรือ เดินทางมานานแค่ไหนแล้ว ระหว่างทางราบรื่นดีหรือไม่ จะถึงฉางอันเมื่อไรกัน"

ถามไปพลางก็บ่นไปพลางว่า "เจ้าลูกรองนี่ก็จริง ๆ เลย จะมาฉางอันทั้งทีทำไมไม่ส่งข่าวมาบอกก่อน ข้าจะได้ส่งคนไปรับพวกเขาจากชิงโจว"

ชวีหมัวมัวยิ้มพลางส่ายหน้า "บ่าวก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ รู้แค่ว่าออกเดินทางมาได้สิบกว่าวันแล้ว"

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เต็มไปด้วยความดีใจ "มาก็ดีแล้ว ข้าบอกให้พวกเขามาฉางอันตั้งนานแล้ว พี่ชายคนโตเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ขั้นหนึ่ง มีจวนแม่ทัพใหญ่โตขนาดนี้แท้ ๆ แต่กลับไม่มาอยู่ จะอยู่ชิงโจวไปทำไมกัน ควรจะมาตั้งนานแล้ว!"

แววตาของชวีหมัวมัววูบไหว นางยิ้มและเอ่ยรับคำไปสองสามคำ

มีหรือที่นางจะไม่รู้ว่า แท้จริงแล้วฮูหยินผู้เฒ่ากู้อยากจะรับกู้หยวนและเหมาซื่อมาอยู่ด้วยกันที่จวนแม่ทัพใหญ่ในฉางอันตั้งนานแล้ว เพียงแต่กู้ชิงไม่เคยยอมตกลง

กู้ชิงบอกว่ากู้หยวนเอาแต่ทำตัวเสเพลไปวัน ๆ ให้อยู่ที่ชิงโจวก็ยังมีพวกญาติพี่น้องคอยดูแล อย่างน้อยก็ยังมีคนคอยควบคุม และยังหางานให้เขาช่วยดูแลร้านค้า จะได้มีความเจริญก้าวหน้าบ้าง

หากมาอยู่ที่ฉางอันแล้วกู้ชิงไม่สามารถคอยดูแลได้อย่างใกล้ชิด เกรงว่ากู้หยวนจะยิ่งเกียจคร้านมากขึ้นไปอีก

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ไม่กล้าขัดคำสั่งของกู้ชิง จึงได้แต่แอบส่งเงินส่วนตัวไปจุนเจือกู้หยวนที่ชิงโจว เรื่องราวก็สงบสุขมาตลอดหลายปี

แต่ตอนนี้กู้ชิงออกไปลาดตระเวนชายแดนเป็นเวลาครึ่งปีแล้วยังไม่กลับมา ความคิดนั้นของฮูหยินผู้เฒ่ากู้จึงผุดขึ้นมาอีกครั้ง นางแอบให้คนส่งจดหมายไปหากู้หยวน เพื่อให้เขาพาเหมาซื่อมาฉางอัน

ชวีหมัวมัวถอนหายใจเงียบ ๆ ในใจ คุณชายรองกู้หยวนและฮูหยินรองเหมาซื่อแห่งสกุลกู้ไม่ใช่คนธรรมดาเสียด้วย เกรงว่าจวนแม่ทัพใหญ่แห่งนี้คงจะต้องวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้ว

.

.

.