LNCrawler

บทที่ 34 ไม่ยินยอม

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 34 ไม่ยินยอม

ในที่สุด กัวอวี้ซิ่วก็ถูกเหล่าหมัวมัวทั้งพยุงทั้งลากขึ้นรถม้าของตำหนักบูรพาไป

ตลอดทางนางทั้งดุด่าหมัวมัวที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงด้วยความโกรธแค้น ทั้งยังหันไปถลึงตาใส่กัวอวี้หลานจนตาแทบถลน "หลานเหนียง เจ้าจงไปบอกท่านแม่ ข้าไม่ยอมให้กู้..."

คำพูดยังไม่ทันจบก็พ้นประตูเรือนชั้นในออกมาแล้ว ปากของนางถูกเหล่าหมัวมัวอุดไว้แน่นหนา พร้อมกับยัดพัดทรงกลมใส่มือให้หนึ่งด้าม

"พระสนมเหลียงหยวนสำรวมหน่อยเถิด หากให้ใครมาเห็นว่าท่านโวยวายตอนขึ้นรถม้าเช่นนี้ เกรงว่าเข้าวังไปแล้วคงจะไม่มีวันเงยหน้าอ้าปากได้อีกเลย" หมัวมัวคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

ใบหน้าของกัวอวี้ซิ่วเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่ได้โวยวายอะไรอีก นางทำเพียงก้มหน้าถือพัดเดินออกไปด้านนอก

กู้หมิงจูรออยู่ในรถม้าพักใหญ่ก็ยังไม่เห็นรถม้าของตำหนักบูรพาออกมา จึงขมวดคิ้วแล้วเลิกม่านมองออกไป

คนขับจอดรถม้าไว้ที่มุมตรอกทางทิศตะวันตกนอกจวนราชครูตามคำสั่งนาง ซึ่งเป็นจุดที่ไม่สะดุดตา และหันหน้าเฉียงกับประตูข้างของจวนพอดี

เวลานี้เป็นช่วงเดือนสามแห่งวสันตฤดู ต้นหลิวในเมืองฉางอันเขียวขจีราวกับมรกต ลมตะวันออกพัดเอื่อยอ่อนผ่านปอยผมบนหน้าผากของกู้หมิงจู

นางเอนกายพิงหน้าต่างรถม้าอย่างเกียจคร้าน สายตาทอดมองประตูข้างที่ปิดสนิทของจวนราชครู

อีกประเดี๋ยว กัวอวี้ซิ่วก็จะออกมาจากประตูบานนั้น นางเป็นเพียงพระสนมเหลียงหยวน ไม่ใช่พระชายาเอกขององค์รัชทายาท จึงไม่อาจออกทางประตูใหญ่ได้

ในชาติก่อน กู้หมิงจูก็ถูกคนพาส่งออกจากประตูข้างของจวนแม่ทัพใหญ่เช่นกัน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้รังเกียจที่กู้หมิงจูก่อเรื่องงามหน้าในงานเลี้ยงฉวี่เจียง ยั่วยวนองค์รัชทายาทจนจวนแม่ทัพใหญ่ต้องเสียหน้า

วันที่นางถูกส่งไปตำหนักบูรพา ฮูหยินผู้เฒ่ากู้จึงอ้างว่าป่วย และมอบหมายเรื่องทั้งหมดให้ฮูหยินหลัวจัดการ

ฮูหยินหลัวมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการต้อนรับขับสู้บรรดาฮูหยินที่มาแสดงความยินดี ทำเพียงสั่งให้คนมาเปลี่ยนเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผมให้กู้หมิงจู แล้วรอให้หมัวมัวจากในวังมารับนางขึ้นรถม้าไป

ไม่ได้มาดูหน้านางเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้ฝากฝังคำพูดใด ๆ สักครึ่งคำ และยิ่งไม่ได้เตรียมสิ่งใดให้นางเลย

นางถูกส่งไปตำหนักบูรพาทั้งที่ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว น้อยเนื้อต่ำใจ และหวาดผวา

เหล่าหมัวมัวที่มาจากตำหนักบูรพา ภายนอกดูเป็นมิตร แต่พอก้าวขึ้นรถม้าก็เปลี่ยนสีหน้าทันที

พวกนางข่มขู่อย่างดุร้ายว่า หากนางไม่เชื่อฟังอย่างว่าง่าย วันข้างหน้าในตำหนักบูรพาก็มีแต่จะต้องทนรับความทรมาน

กู้หมิงจูเติบโตมาอย่างทะนุถนอมในจวนมาโดยตลอด จะทนให้หญิงรับใช้แก่ ๆ ไม่กี่คนมาพูดจาเช่นนี้กับนางได้อย่างไร

แน่นอนว่านางไม่ยอม และหวังเพียงว่าเมื่อถึงตำหนักบูรพาแล้วจะจัดการพวกนางให้เข็ดหลาบ

ทว่าพอไปถึงตำหนักบูรพาเข้าจริง ๆ...

เมื่อนึกถึงตำหนักบูรพา นางก็สะดุ้งตัวสั่นเทิ้มและดึงสติกลับมา วันคืนอันน่าหวาดกลัวเหล่านั้น นางไม่อยากแม้แต่จะนึกถึงอีกแล้ว

ทุกครั้งที่ได้เกิดใหม่ นางพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหลีกหนีจากความทุกข์ทรมานที่เคยเผชิญ ก้าวไปสู่สิ่งที่คิดว่าเป็นความหวังทีละก้าว แต่ท้ายที่สุดก็พบเจอแต่ความสิ้นหวัง

ดังนั้นในชาตินี้ นางจะไม่หนีอีกต่อไป จะไม่ยอมถอยอีกแล้ว!

หากสวรรค์ไม่มีตา นางจะหนีไปหลบซ่อนที่ไหนได้ จะต้องทนมีชีวิตอยู่รอดไปวัน ๆ ด้วยความทรงจำในชาติที่แล้วอย่างนั้นหรือ

นางยังคงเชื่อว่าสวรรค์มีตา ไม่อย่างนั้นคงไม่ให้โอกาสนางได้กลับมาเกิดใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า บางทีอาจจะรอให้นางค้นพบเส้นทางที่ถูกต้องอยู่ก็ได้

กัวอวี้ซิ่วถูกเหล่าหมัวมัวพยุงเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตูข้าง

เพื่อไม่ให้นางอาละวาดขึ้นมาอีก พวกหมัวมัวจึงแอบลงน้ำหนักมือบีบแขนกัวอวี้ซิ่วอย่างแรงจนแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ ทำให้กัวอวี้ซิ่วเจ็บจนน้ำตาเล็ด

เพียงแต่ตอนนี้นางไม่กล้าส่งเสียงร้องโวยวายอีกแล้ว เบิกตากว้างจ้องมองประตูข้างที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

นางกำลังจะถูกส่งขึ้นรถม้าของตำหนักบูรพา กำลังจะออกจากจวนราชครู จะไม่ได้เป็นคุณหนูห้าสกุลกัวผู้เป็นที่โปรดปรานแห่งจวนราชครูอีกต่อไปแล้ว

จากนี้ไปคงต้องอยู่ในตำหนักบูรพาให้องค์รัชทายาทบงการตามอำเภอใจ

พอคิดถึงท่าทางหมกมุ่นในสุรานารีและน่ารังเกียจขององค์รัชทายาท กัวอวี้ซิ่วก็ตัวสั่นสะท้าน พัดในมือแทบจะหล่นลงมา

นางหันขวับกลับไปมองด้วยความตื่นตระหนก พยายามมองหาฮูหยินบ้านรองสกุลกัวในหมู่ผู้คน

นางไม่อยากไปตำหนักบูรพา นางจะบอกท่านแม่ ให้ท่านแม่ไปขอร้องท่านปู่ ท่านปู่เป็นถึงราชครู ย่อมต้องมีวิธีช่วยนางแน่!

ทว่าเหล่าหมัวมัวแห่งตำหนักบูรพาไหนเลยจะยอมให้นางร้องไห้โวยวาย พวกนางจับแขนกัวอวี้ซิ่วไว้แน่น เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ไม่เปิดโอกาสให้นางดิ้นรนขัดขืนแม้แต่น้อย

ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้เช่นกัน นางกำลังฝืนยิ้มรับแขกฮูหยินทั้งหลายที่เอ่ยคำยินดีตามมารยาท

นับตั้งแต่วันที่กลับจากงานเลี้ยงฉวี่เจียงและได้รับราชโองการแต่งตั้ง นางก็โกรธจนล้มหมอนนอนเสื่อ วันนี้ที่แข็งใจลุกขึ้นมาจัดการงานเลี้ยงขอบคุณ ก็เพื่อรักษาหน้าของสกุลกัว

ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นในบ้านรอง ทางสายใหญ่และบ้านสามไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย เพราะเกรงว่าจะทำให้ชื่อเสียงของพวกตนมัวหมองไปด้วย

เรื่องวุ่นวายที่กู้หมิงจูก่อขึ้นเมื่อครู่ ทำให้ฮูหยินบ้านรองสกุลกัวปวดหัวยิ่งขึ้นไปอีก ตอนนี้นางต้องกัดฟันยืนทนรับแขกอยู่ตรงนี้ ไหนเลยจะมีเวลาไปสนใจกัวอวี้ซิ่วที่กำลังถูกลากตัวขึ้นรถม้า

"ถึงแล้ว ๆ เชิญพระสนมขึ้นรถม้าเถิด" เหล่าหมัวมัวลากกัวอวี้ซิ่วออกประตูข้างไป จับนางยัดเข้ารถม้าอย่างไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง

พวกนางดูออกว่าคุณหนูสกุลกัวผู้นี้เป็นคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง มาถึงขั้นนี้แล้วยังคิดจะร้องไห้โวยวายอีก ไม่กลัวว่าจะทำให้จวนราชครูต้องขายหน้าไปด้วยหรือ

หากนางก่อเรื่องอะไรขึ้นมา พวกนางที่มารับตัวคงต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย สู้รีบส่งนางขึ้นรถม้าแล้วพาเข้าวังไปเสียจะดีกว่า

กัวอวี้ซิ่วถูกบังคับให้ขึ้นรถม้า ในจังหวะที่เหล่าหมัวมัวกำลังจะปล่อยม่านลงและถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางก็ดึงสติกลับมาได้ ตะโกนเสียงหลงปนสะอื้นว่า "ข้าจะพบท่านแม่..."

นางเกาะกรอบประตูรถม้าไว้แน่นไม่ยอมปล่อย นางรู้ดีว่าตราบใดที่ปล่อยมือและเข้าไปในรถม้าหรูหราคันนี้ ความหวังทั้งหมดก็มลายสิ้น

บรรดาหมัวมัวทั้งร้อนรนทั้งรำคาญ รีบเข้าไปขวางนาง "พระสนมโปรดสำรวมเถิด ใกล้จะถึงเวลาแล้ว รีบเข้าวังไปเสียเถิด..."

ในระหว่างที่ยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่นั้น กัวอวี้ซิ่วก็บังเอิญเหลือบไปเห็นรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่ใต้ร่มไม้ริมถนนไม่ไกลนัก

และคนที่กำลังเลิกม่านมองมาทางนี้ ก็คือ กู้หมิงจู!

กู้หมิงจูมีสีหน้าเย็นชา นางมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างสงบนิ่ง

เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงและน่าเวทนาของกัวอวี้ซิ่ว ใบหน้าของนางก็ไร้ซึ่งความเศร้าหรือความยินดี ราวกับกำลังมองดูเรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองเลย

กัวอวี้ซิ่วสติแตกโดยสมบูรณ์ นางพยายามดิ้นรนจะออกจากรถม้าให้ได้ นางจะไม่ยอมปล่อยกู้หมิงจูไป

เป็นเพราะกู้หมิงจูที่ทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ นางจะยอมให้กู้หมิงจูมาทนดูสภาพน่าสมเพชของตนตอนถูกลากตัวไปได้อย่างไร!

ทว่าเหล่าหมัวมัวพวกนั้นใช่ว่าจะรับมือได้ง่าย ๆ เมื่อเห็นนางมีท่าทีเช่นนี้ ก็ไม่สนเรื่องฐานะสูงต่ำอีกต่อไป

พวกนางผลักคุณหนูห้าเข้าไปในรถม้าอย่างแรงแล้วดึงม่านลงทันที พร้อมกับตะโกนสั่งคนขับให้ออกรถ

ม่านรถม้าแกว่งไปมา บดบังภาพเหตุการณ์ภายในเอาไว้ รถม้าเคลื่อนตัวออกจากตรอกไปท่ามกลางเสียงกล่าวคำยินดีจากในจวนราชครู

กู้หมิงจูมองดูรถม้าเคลื่อนตัวห่างออกไป นางปล่อยมือที่เลิกม่าน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ไปเถอะ กลับจวน"

ในที่สุดกัวอวี้ซิ่วก็ได้รับผลกรรมที่ตนเองก่อ ทว่ากู้หมิงจูก็รู้ดีเช่นกันว่า การแก้แค้นของสกุลกัวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น หลังจากนี้คงมีกลอุบายอีกมากมายรอคอยนางอยู่

แต่นางจะกลัวอะไรล่ะ รอดูกันไปเถอะว่าใครจะหัวเราะทีหลังดังกว่ากัน

เพียงแต่กู้หมิงจูไม่รู้ตัวเลยว่า ทุกการกระทำของนางล้วนอยู่ในสายตาของคนที่นั่งอยู่บนชั้นสองของโรงเตี๊ยมริมทางไม่ไกลนัก

.

.

.