บทที่ 38 บ้านรอง
บทที่ 38 บ้านรอง
นี่เป็นครั้งที่สามที่เหมาซื่อมาเยือนฉางอัน
ทันทีที่ผ่านประตูเมืองเข้ามา นางก็เลิกม่านขึ้น จ้องมองความเจริญรุ่งเรืองของถนนหนทางในเมืองฉางอันตาไม่กะพริบ มองดูย่านการค้าที่คึกคักสองข้างทาง รวมถึงหญิงสาวและชายหนุ่มที่สวมใส่เสื้อผ้าตามสมัยนิยมเดินขวักไขว่ไปมา
แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจและอิจฉา ก่อนจะหันขวับไปถลึงตาใส่คุณชายรองกู้หยวน ที่กำลังนอนเอกเขนกจิบเหล้าจากน้ำเต้าอยู่ในรถม้าอย่างเอาเรื่อง
"ข้าบอกเจ้าตั้งนานแล้วว่าจะมาฉางอัน เจ้าก็รับปากเสียดิบดี แต่เพิ่งจะมีความกล้าพาข้ามาเอาป่านนี้!"
ตอนนี้นางมีแต่ความหงุดหงิดอัดอั้นตันใจ ได้แต่โทษว่าตัวเองตาบอดที่แต่งงานกับคนไม่ได้เรื่องแบบนี้
ตอนนั้นนางฟังแม่สื่อบอกว่าคุณชายรองกู้ยังมีพี่ชายคนโตเป็นถึงแม่ทัพใหญ่เพียวฉี ทั้งยังได้แต่งงานกับองค์หญิง
หากนางแต่งเข้าไป ก็จะได้ไปอยู่ที่จวนแม่ทัพใหญ่ในฉางอันในฐานะฮูหยินรอง
คิดดูสิ นางเป็นแค่ลูกสาวนายอำเภอขั้นเจ็ดรอง การได้แต่งงานเป็นฮูหยินในจวนแม่ทัพใหญ่ นับเป็นบุญวาสนาที่สั่งสมมาหลายภพหลายชาติ แล้วนางจะปฏิเสธได้อย่างไร
ครอบครัวของนางกลัวว่าจะพลาดการแต่งงานครั้งนี้ ถึงขนาดไม่กล้าเรียกร้องสินสอดทองหมั้นมากนัก แล้วรีบจับนางแต่งงานออกไปทันที
แต่เมื่อแต่งงานแล้วนางถึงเพิ่งพบว่า ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย
พี่ชายคนโตของกู้หยวนเป็นแม่ทัพใหญ่เพียวฉี และได้แต่งงานกับองค์หญิงใหญ่เซวียนหยางจริง
แต่พวกเขาไม่อนุญาตให้กู้หยวนไปที่ฉางอันเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการไปอาศัยอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่
กู้หยวนเองก็เป็นคนไม่เอาถ่าน วัน ๆ ไม่ทำมาหากิน เอาแต่ดื่มเหล้าเล่นการพนัน อาศัยรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ จากการทำงานในร้านค้าของตระกูล แต่เพียงพริบตาเดียวก็เอาไปเล่นการพนันจนหมดตัว
เหมาซื่อคาดไม่ถึงว่าแต่งงานมาจะต้องเจอชีวิตแบบนี้ ไม่เพียงแต่ไม่ได้เป็นฮูหยินจวนแม่ทัพใหญ่ แต่ยังต้องเอาสินเดิมของตัวเองมาจุนเจือครอบครัว โกรธจนอาละวาดขอหย่าอยู่หลายครั้ง
ท้ายที่สุดก็เป็นฮูหยินผู้เฒ่ากู้ที่อยู่ไกลถึงฉางอัน ที่ยังคงห่วงใยครอบครัวสายรอง คอยให้คนแอบส่งเงินส่วนตัวมาให้เป็นระยะ เหมาซื่อถึงยอมเลิกรา
แต่ถึงแม้จะมีเงินทองใช้จ่ายอย่างสุขสบายในชิงโจว จะเทียบกับความมีหน้ามีตาของการได้เป็นฮูหยินในฉางอันได้อย่างไร
ครั้งนี้เหมาซื่อตัดสินใจเด็ดขาด ขายทรัพย์สินในชิงโจวทิ้ง แล้วตามกู้หยวนมาที่ฉางอัน ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องมาเป็นฮูหยินในจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉีให้จงได้
นั่นต่างหากคือชีวิตที่นางควรจะได้อยู่ ไม่ใช่หรือไง
เมื่อมาถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ที่ได้รับข่าวก็ไม่สนคำทัดทานของฮูหยินหลัว นางเกาะแขนสาวใช้ ชะเง้อคอมองรออยู่ที่หน้าประตูมาตั้งนานแล้ว
ทันทีที่รถม้าจอดนิ่ง กู้หยวนก็เดินโซเซลงจากรถด้วยสภาพเหม็นกลิ่นเหล้าคลุ้ง เมื่อเห็นฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง เดินเข้าไปหาพลางเอ่ยเสียงอ้อแอ้ "ท่านแม่..."
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้เห็นเขาก็ยิ้มแย้มยินดี รอยย่นบนใบหน้าคลายออกจนหมด
"นี่ดื่มเหล้ามาหรือ ระวังดื่มเหล้าเย็น ๆ เข้าไปแล้วร่างกายจะรับไม่ไหวเอา นี่ก็เป็นเพราะไม่มีคนคอยดูแลเอาใจใส่อยู่ข้างกาย ไม่อย่างนั้นจะสะเพร่าปล่อยปละละเลยแบบนี้ได้อย่างไร"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้พูดพลางหันไปปรายตามองเหมาซื่อที่ยืนมองซ้ายมองขวาอยู่ด้านหลังด้วยความไม่พอใจ
ทว่าเหมาซื่อเป็นคนมีนิสัยดุดันมาแต่ไหนแต่ไร ตอนอยู่ชิงโจวแม้แต่กู้หยวนยังต้องยอมจำนนต่อนาง แล้วนางจะทนฟังคำพูดประชดประชันของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ได้อย่างไร
นางก้าวออกไปแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา "ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ พวกเราอยู่ชิงโจวจะมีใครมาปรนนิบัติล่ะเจ้าคะ แค่หาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ จะเอาใครมาคอยดูแล"
"เทียบไม่ได้กับท่านแม่และพี่สะใภ้ใหญ่ ที่มีคนคอยปรนนิบัติพัดวีเสวยสุขอยู่ในจวนที่ฉางอันหรอกเจ้าค่ะ"
คำพูดที่แฝงไปด้วยการจิกกัดนี้ ทำเอาฮูหยินผู้เฒ่ากู้โกรธจนหน้าเขียวปัด คิดจะดุด่านางสักสองสามประโยค
แต่ติดที่อยู่หน้าประตูจวน อีกทั้งก็รู้ดีว่าเหมาซื่อเป็นคนไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมอยู่แล้ว หากมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้นมาจะดูไม่งาม
นางแค่นเสียงฮึดฮัด ให้สาวใช้ประคองเดินเข้าจวนไป แต่ก็ไม่ลืมเรียกกู้หยวน "คุณชายรอง รีบเข้าไปคุยกันข้างในเถอะ เดี๋ยวแม่จะให้คนยกน้ำชาร้อน ๆ มาให้สร่างเมา"
เหมาซื่อก็ไม่ยอมน้อยหน้า รีบเดินตามเข้าไปในจวนติด ๆ
ฮูหยินหลัวยืนเงียบอยู่ด้านข้างมาตลอด นางเพียงแค่ยิ้มอย่างเหมาะสมแล้วเดินตามเข้าไป
เพียงแต่ตอนที่นางมองไปที่สองสามีภรรยากู้หยวน ในดวงตาก็มีแววรังเกียจพาดผ่าน นางคิดไม่ถึงว่าฮูหยินผู้เฒ่ากู้จะกล้าพาคู่สามีภรรยาที่โลภมากและไม่รู้จักดีชั่วคู่นี้มา โดยปิดบังไม่ให้กู้ชิงรู้
นางจำพฤติกรรมของกู้หยวนกับเหมาซื่อในครั้งก่อนที่มาเยือนได้ดี ช่างน่ารังเกียจเสียจริง
เพียงแต่ตอนนี้กู้ชิงไม่อยู่ในจวน และฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ตั้งใจแน่วแน่จะให้กู้หยวนมาที่ฉางอัน
แม้นางจะดูแลจัดการเรื่องในจวน แต่ก็ไม่อาจพูดอะไรได้มากนัก ทำได้เพียงเออออห่อหมกไป
นาน ๆ ทีฮูหยินผู้เฒ่ากู้จะอารมณ์ดี นางพร่ำพรรณนาถามไถ่เรื่องราวของกู้หยวนที่ชิงโจวไม่ขาดปาก พร้อมกับสั่งสาวใช้ติด ๆ กันให้ไปเชิญกู้หมิงเยว่กับกู้หมิงอวี้มาทำความเคารพท่านอาสองของพวกนาง
พอพูดถึงกู้หมิงจู ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ชะงักไปเล็กน้อย ขมวดคิ้วพลางเอ่ย "ส่งข่าวไปบอกจวนตะวันออกด้วยก็แล้วกัน"
นางไม่ได้สนใจหรอกว่ากู้หมิงจูจะมาหรือไม่ ก็แค่แจ้งให้รู้ตามธรรมเนียมเท่านั้น
กู้หมิงเยว่กับกู้หมิงอวี้มาถึงอย่างรวดเร็ว พวกนางได้รับคำสั่งจากฮูหยินหลัวมาล่วงหน้าแล้ว จึงทำความเคารพกู้หยวนกับเหมาซื่ออย่างว่าง่าย ก่อนจะถอยไปยืนอยู่ด้านข้าง
กู้หยวนพยักหน้าส่ง ๆ ไปอย่างนั้น สายตาเอาแต่จดจ่ออยู่กับการตกแต่งภายในโถงบุปผา
ในใจเอาแต่คำนวณว่าหากนำของเหล่านี้ไปขายแลกเงิน คงจะพอให้เขาใช้จ่ายไปได้อีกหลายวัน
ถึงอย่างไรเหมาซื่อก็เกิดมาเป็นคุณหนูตระกูลขุนนาง ครอบครัวฝั่งมารดาก็เป็นคหบดีมีฐานะในชิงโจว ยัดเงินใต้โต๊ะจนได้ตำแหน่งนายอำเภอขั้นเจ็ดรองมาครอง ถือว่าพอมีหูมีตาอยู่บ้าง
นางรู้ดีว่าเวลานี้ควรจะมอบของขวัญแรกพบให้กับกู้หมิงเยว่และกู้หมิงอวี้ แต่นางไม่ได้เตรียมตัวมาเลยแม้แต่น้อย
ในมุมมองของนาง ฮูหยินหลัวกับคุณหนูสกุลกู้ล้วนถูกเลี้ยงดูมาอย่างหรูหราสุขสบาย หากพวกนางไม่จุนเจือนางแล้วยังจะให้นางเป็นฝ่ายให้ของขวัญแรกพบอีก แบบนี้ต่างหากถึงจะเรียกว่าไร้เหตุผล
แต่เพื่อรักษาหน้า นางจึงแสร้งทำเป็นขมวดคิ้ว คลำหาของตามตัวพลางเอ่ย "แหม ข้าช่างสะเพร่าจริง ๆ ดันลืมเตรียมของขวัญแรกพบมาให้คุณหนูรองกับคุณหนูสามเสียได้ ดูความจำข้าสิ..."
"ไว้ประเดี๋ยวข้าหาของดี ๆ ได้ จะให้คนเอาไปให้คุณหนูนะเจ้าคะ..."
ฮูหยินหลัวมองดูนางคลำหาของตามตัวไปมาแต่กลับไม่ได้หยิบอะไรออกมาด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะดึงสายตากลับมาแล้วยิ้มบาง ๆ "ไม่จำเป็นหรอก น้องสะใภ้รองเกรงใจเกินไปแล้ว"
เหมาซื่อรอให้นางพูดแบบนี้อยู่แล้ว จึงยิ้มรับ "คิดว่าคุณหนูทั้งหลายก็คงไม่เห็นคุณค่าของหยาบ ๆ พวกนั้นของข้าหรอกเจ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ไม่แม้แต่จะปรายตามองเหมาซื่อ เอาแต่พูดคุยกับกู้หยวนอย่างออกรส
ในสายตาของนาง หากตอนนั้นไม่ใช่เพราะเห็นว่าเหมาซื่อเป็นลูกสาวขุนนาง และไม่เรียกร้องสินสอดมากนัก มีหรือนางจะยอมให้เหมาซื่อแต่งเข้าบ้าน
ด้วยท่าทางขี้เหนียวตระหนี่ถี่เหนียวแบบนี้ จะคู่ควรให้ยกย่องได้อย่างไร ฮูหยินผู้เฒ่ากู้คิดเช่นนั้น ทว่ากลับไม่ทันคิดเลยว่าตัวเองกับเหมาซื่อก็ไม่ได้ต่างกันสักเท่าไร
ในขณะที่บรรยากาศภายในโถงกำลังเต็มไปด้วยภาพมารดาเมตตาบุตรกตัญญูและพี่น้องปรองดอง สาวใช้ก็เดินเข้ามารายงาน "คุณหนูใหญ่มาแล้วเจ้าค่ะ"
กู้หมิงจูมาจริง ๆ ด้วย
.
.
.