LNCrawler

บทที่ 3 ความกระอักกระอ่วนใจ

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 3 ความกระอักกระอ่วนใจ

จวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉีแตกต่างจากจวนขุนนางชั้นสูงแห่งอื่นในฉางอัน ตรงที่ถูกแบ่งออกเป็นจวนตะวันตกและจวนตะวันออก

กู้หมิงเยว่พาสาวใช้เดินออกจากประตูข้างของจวนตะวันตก ก้าวไปตามระเบียงทางเดินมุ่งหน้าสู่จวนตะวันออกที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามโดยมีถนนคั่นกลาง

นางแหงนหน้ามองคฤหาสน์ของจวนตะวันออกที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล แม้จะอยู่ใกล้แค่มือเอื้อม ทว่าศาลาและเรือนยอดสูงตระหง่านงดงามของจวนตะวันออกกลับแตกต่างจากจวนตะวันตกอย่างสิ้นเชิง

กระเบื้องหลังคาลวดลายมังกรที่มองเห็นแต่ไกล ทำให้ผู้คนรู้ได้ทันทีว่านี่คือคฤหาสน์ของราชวงศ์ และนี่คือความแตกต่างระหว่างจวนทั้งสองแห่ง คฤหาสน์แห่งนี้แท้จริงแล้วไม่อาจนับเป็นจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี แต่มันคือจวนองค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง

กู้หมิงเยว่เดินมาถึงหน้าประตูจวนตะวันออก นางเงยหน้ามองป้ายทองเหลืองอร่ามสลักชื่อจวนองค์หญิงใหญ่อยู่ครู่ใหญ่ ถึงได้จัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วสั่งให้สาวใช้เข้าไปแจ้งความประสงค์

จนกระทั่งสาวใช้ในจวนออกมารับ นางจึงยิ้มรับและเอ่ยขอบคุณ "รบกวนแล้ว คุณหนูใหญ่ไปพบนางข้าหลวงแล้วใช่หรือไม่ ข้ารอสักหน่อยก็ไม่เป็นไร"

ทว่าสาวใช้ของจวนตะวันออกกลับตอบว่า "ไม่ได้ไปเจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่บอกว่ารู้สึกไม่สบายตัว จึงให้คนส่งข่าวเข้าวังไปแล้ว วันนี้งดพบนางข้าหลวงเจ้าค่ะ"

เรื่องนี้ทำให้กู้หมิงเยว่ตกใจไม่น้อย "งดพบนางข้าหลวงแล้วหรือ"

นี่ไม่เหมือนสิ่งที่กู้หมิงจูจะทำเลย เพื่อให้เป็นที่ถูกพระทัยของฮองเฮาในงานเลี้ยงฉวี่เจียง และไม่ให้กิริยามารยาทผิดพลาด กู้หมิงจูคิดหาวิธีสารพัด อ้อนวอนบิดาให้ใช้เส้นสายมากมาย

กว่าจะเชิญนางข้าหลวงขององค์หญิงหลูหยางจากในวังมาสอนกฎระเบียบและมารยาทวังหลวงที่จวนได้ ปกติกู้หมิงจูให้ความสำคัญกับการเรียนกฎระเบียบวังหลวงกับนางข้าหลวงมากที่สุด

และมักจะโอ้อวดกับคนภายนอกเสมอว่าตนเองได้รับคำชี้แนะจากนางข้าหลวงจากในวัง ด้วยท่าทางกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับกำชัยชนะไว้ในมือ ทว่าวันนี้ทำไมจู่ ๆ ถึงหาข้ออ้างปฏิเสธไปเสียได้

นางเดินตามสาวใช้ไปด้วยความสงสัย ไปตามระเบียงทางเดินคดเคี้ยว ผ่านห้องโถง เลี้ยวผ่านสวนหินและหมู่มวลบุปผา ตรงไปยังริมสระฝูฉวีที่มีระลอกคลื่นสีเขียวมรกตเป็นประกายระยิบระยับภายในจวน

สาวใช้นำทางหยุดฝีเท้าลง ไกลออกไปมีสาวใช้อีกคนสวมชุดหรูฉวินสั้นสีเขียวอ่อนรัดเอวเดินเข้ามาต้อนรับ พร้อมกับยิ้มบาง ๆ และทำความเคารพกู้หมิงเยว่ "คุณหนูรองมาแล้ว"

เมื่อกู้หมิงเยว่เห็นอีกฝ่าย รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งอ่อนโยนและเป็นมิตร "รบกวนเจ้าออกมาต้อนรับข้าแล้ว"

ผู้ที่มาคืออาปี้ สาวใช้คนสนิทที่คอยปรนนิบัติกู้หมิงจู นางเอ่ยยิ้ม ๆ "คุณหนูรองมีเวลาว่างมาได้อย่างไรเจ้าคะ คุณหนูพักผ่อนรับลมเย็นอยู่ในศาลาบุปผา ให้บ่าวเข้าไปแจ้งก่อนนะเจ้าคะ"

ดวงตากลมโตดุจเมล็ดซิ่งชุ่มน้ำของกู้หมิงเยว่มองไปยังศาลาหกเหลี่ยมเล็ก ๆ กลางสระมรกต รอบศาลาแขวนม่านโปร่งบางเบาส่งกลิ่นหอมกรุ่น พลิ้วไหวเบา ๆ ตามสายลมที่พัดผ่านสระน้ำ

มองเห็นลาง ๆ ว่าในศาลามีเตียงพับหูฉวงตั้งอยู่ มีคนกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนนั้น ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าย่อมเป็นคุณหนูใหญ่กู้หมิงจู

นางรู้สึกงุนงงไปหมด ชัดเจนว่าพี่ใหญ่สุขภาพแข็งแรงดี เมื่อครู่ตอนอยู่จวนตะวันตกก็เห็นนางมีสีหน้าปกติ แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงปฏิเสธการสอนของนางข้าหลวงจากในวัง แล้วมานั่งพักผ่อนรับลมเย็นอยู่ที่นี่ด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ

ต้องรู้ว่ามะรืนนี้คืองานเลี้ยงฉวี่เจียงของฮองเฮาแล้ว แม้แต่นางกับกู้หมิงอวี้ยังใส่ใจเป็นพิเศษ แอบซ้อมมารยาทวังหลวงอยู่ในเรือนอย่างเงียบ ๆ ทว่ากู้หมิงจูกลับ...

ผ่านระเบียงทางเดิน นางได้ยินอาปี้เข้าไปในศาลาบุปผาเพื่อรายงานกู้หมิงจู เมื่ออีกฝ่ายได้ยินว่านางมา ก็เพียงรับคำสั้น ๆ อย่างเย็นชา แล้วสั่งให้เชิญนางเข้าไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ราวกับไม่แปลกใจเลยที่นางมาโดยไม่ได้รับเชิญ

"พี่ใหญ่" กู้หมิงเยว่ค้อมตัวลงอย่างนุ่มนวล ทำความเคารพกู้หมิงจูอย่างนอบน้อม

กู้หมิงจูลุกขึ้นนั่งบนเตียงพับอย่างเกียจคร้าน มองกู้หมิงเยว่ "เจ้ามาขอร้องแทนอวี้เหนียงสินะ"

กู้หมิงเยว่ยิ่งประหลาดใจ นางเงยหน้ามองกู้หมิงจู ผ่านไปพักใหญ่ถึงพยักหน้า "เจ้าค่ะ ขอพี่ใหญ่โปรดอภัยให้นางด้วย"

นางไม่รอให้กู้หมิงจูเอ่ยปาก ก็ชิงพูดต่อทันที "อาอวี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง พูดจาเหลวไหลล่วงเกินพี่ใหญ่ ท่านแม่ลงโทษกักบริเวณนางให้อยู่แต่ในห้องแล้ว เมื่อครู่ข้าไปดูนางมา คิดว่าตอนนี้นางคงรู้ตัวว่าผิดแล้วเจ้าค่ะ"

ดวงตากลมโตกระจ่างใสของกู้หมิงจูมองไปยังกู้หมิงเยว่โดยไม่พูดอะไร นางมองอยู่นานจนเห็นใบหน้างดงามของกู้หมิงเยว่เริ่มมีสีหน้าไม่เป็นธรรมชาติ ถึงได้เอ่ยปากอย่างราบเรียบ

"นี่ช่างแปลกประหลาดนัก ข้าไม่เคยพูดว่าจะตำหนินาง และไม่เคยคิดจะทำให้นางลำบากใจ แล้วทำไมเยว่เหนียงถึงต้องรีบร้อนมาขอโทษแทนนางถึงที่นี่ด้วยเล่า"

นางหยิบอาหารปลาในจานผลึกแก้วขึ้นมาโรยลงในสระข้างศาลาบุปผาอย่างสบายอารมณ์

ฝูงปลาหลีฮื้อสีทองจำนวนมากเบียดเสียดกันแย่งอาหารปลากิน นางมองดูปลาแหวกว่ายไปมาพลางกล่าวว่า "หรือว่าเยว่เหนียงอยากให้คนอื่นคิดว่า ข้าจะทำให้เจ้าลำบากใจ"

นางเลิกคิ้วเล็กน้อย สายตาที่มองกู้หมิงเยว่แฝงแววหยอกล้อและพิจารณา

ใบหน้าของกู้หมิงเยว่แดงก่ำขึ้นมาทันที นางรีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่ใช่นะเจ้าคะ ข้าเพียงแต่กลัวว่าพี่ใหญ่จะโกรธเคืองเพราะคำพูดของอวี้เหนียง เลยอยากมาขอโทษแทนนาง"

"ถึงอย่างไรก็เป็นพี่น้องกัน จะให้หมางใจกันเพราะเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"

กู้หมิงจูไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง นางเพียงแค่ยิ้มบาง ๆ "ช่างเถอะ เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณความหวังดีของเจ้าแล้ว เพียงแต่เดิมทีข้าก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร"

"เจ้าควรจะอยู่เป็นเพื่อนปลอบใจอวี้เหนียงที่นั่นมากกว่า ไม่ต้องตั้งใจมาขอโทษแทนหรอก เกรงว่านางก็คงไม่ซาบซึ้งในน้ำใจของเจ้าด้วยซ้ำ"

นางพูดพลางยิ้ม โบกมือให้อาปี้ส่งกู้หมิงเยว่ออกไป ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย

กู้หมิงเยว่หน้าแดงเถือกด้วยความอับอาย ยืนแข็งทื่อทำตัวไม่ถูก นางเป็นคนมีนิสัยอ่อนโยนมาตั้งแต่เด็ก คบหาสมาคมกับผู้คนไม่เคยเจอความกระอักกระอ่วนใจเช่นนี้มาก่อน

ชั่วขณะนั้นจะเดินหน้าก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ดี ได้แต่กล้ำกลืนความน้อยใจ น้ำตาคลอเบ้า ย่อกายทำความเคารพกู้หมิงจู "เช่นนั้น... เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" ก่อนจะเดินตามอาปี้ออกจากศาลาบุปผาไป

เมื่อเห็นแผ่นหลังบอบบางของกู้หมิงเยว่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป เสี่ยวขุย สาวใช้คนสนิทจึงเอ่ยเสียงเบา "คุณหนู คุณหนูรองมีนิสัยอ่อนโยนมาแต่ไหนแต่ไร ที่มาคงตั้งใจมาขอโทษแทนคุณหนูสามจริง ๆ เจ้าค่ะ"

กู้หมิงจูเลิกคิ้วขึ้น มองตามแผ่นหลังของกู้หมิงเยว่ที่เดินห่างออกไป น้ำเสียงของนางเยียบเย็น "นางมาขอโทษจริง ๆ นั่นแหละ และก็แวะมาดูข้าด้วย"

หลังจากพูดประโยคนี้จบ นางก็ไม่เอ่ยอะไรอีก เอาแต่ให้อาหารปลาหลีฮื้ออย่างสนุกสนาน ไม่ได้ใส่ใจเรื่องวุ่นวายในจวนตะวันตกก่อนหน้านี้ และกู้หมิงเยว่ที่เพิ่งมาหาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย

เสี่ยวขุยรู้สึกไม่เข้าใจนัก เมื่อก่อนแม้คุณหนูของตนจะทำหน้าบึ้งตึงใส่จวนตะวันตก แต่ก็ยังพอพูดคุยกับฮูหยินหลัวแห่งจวนแม่ทัพใหญ่และคุณหนูรองกู้หมิงเยว่ได้บ้าง

ไม่รู้ว่าทำไมตอนนี้ถึงได้เย็นชานัก หรือว่าจะเป็นเพราะโกรธเรื่องของคุณหนูสามจริง ๆ?

.

.

.