บทที่ 39 คุณหนูใหญ่ผู้ไม่สมคำร่ำลือ
บทที่ 39 คุณหนูใหญ่ผู้ไม่สมคำร่ำลือ
เมื่อได้ยินว่ากู้หมิงจูมา กู้หยวนและเหมาซื่อต่างก็ชะเง้อมองไปนอกประตู นั่นคือบุตรสาวขององค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง เชื้อพระวงศ์ที่แท้จริงเชียวนะ
กู้หยวนน่ะไม่เท่าไร เขาเพียงแค่สงสัย จึงนอนเอนกายอยู่บนเสื่อจิบน้ำชา แล้วช้อนตามองดูเท่านั้น
แต่เหมาซื่อกลับยืดตัวนั่งหลังตรง ดวงตาเรียวยาวเอาแต่จ้องจับผิดกู้หมิงจูที่กำลังพาสาวใช้เดินเข้ามา สายตาของนางราวกับมีมีดซ่อนอยู่ก็ไม่ปาน
นางจำภาพเหตุการณ์ตอนที่ตามกู้หยวนมาฉางอันเป็นครั้งแรกได้อย่างชัดเจน
ตอนนั้นพวกเขาเพิ่งแต่งงานกัน พอผ่านพิธีกลับบ้านเดิม ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็แทบรอไม่ไหวที่จะพาสองสามีภรรยาเดินทางกลับมาฉางอัน
นางมีความหวังอย่างเปี่ยมล้น นึกว่าเมื่อมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ที่ฉางอันแล้ว จะได้เป็นฮูหยินรองที่มีบ่าวไพร่รายล้อม เสวยสุขอย่างที่กู้หยวนตบหน้าอกรับประกันไว้
แต่ใครจะคิดว่าเพิ่งเข้ามาอยู่ในจวนแม่ทัพใหญ่ได้ไม่กี่วัน กู้ชิงก็ให้คนเตรียมรถม้าส่งสองสามีภรรยากลับชิงโจว แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ไม่กล้าทัดทาน
เหมาซื่อจะยอมได้อย่างไร นางอาละวาดกับกู้หยวนอยู่หลายวัน จนฮูหยินผู้เฒ่ากู้ต้องเป็นคนเอ่ยปากบอกว่านี่คือความประสงค์ขององค์หญิงใหญ่เซวียนหยาง
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร นางจึงหมดหนทาง ได้แต่กล้ำกลืนความน้อยใจตามกู้หยวนกลับไป
ตั้งแต่นั้นมา นางก็เก็บความแค้นสุมอก ตอนนี้พอได้ยินว่ากู้หมิงจูมา นางจะทนนั่งติดที่ได้อย่างไร ต้องขอดูหน้าคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์คนนี้เสียหน่อย
กู้หมิงจูประคองมือสาวใช้เดินเข้ามาอย่างมั่นคง ค้อมเข่าทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัว ก่อนจะยิ้มแย้มค้อมกายให้กู้หยวนและเหมาซื่อ "ท่านอาสอง ท่านอาสะใภ้สอง สบายดีนะเจ้าคะ"
กู้หยวนพยักหน้า ก่อนจะเบือนหน้าหนี เอาแต่บ่นเรื่องทุกข์ร้อนให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ฟังต่อ
ทว่าเหมาซื่อกลับรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางเคยฟังหญิงรับใช้ที่ส่งข่าวจากฉางอันไปชิงโจวเล่าว่า คุณหนูใหญ่ท่านนี้ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจในจวนมาหลายปี มีนิสัยดื้อรั้นเอาแต่ใจที่สุด
แถมยังได้ยินมาว่าตอนที่องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางสิ้นพระชนม์ ได้ทิ้งทรัพย์สินนับหมื่นตำลึงและที่ดินอีกหลายร้อยแห่งไว้ให้ หากเป็นครอบครัวธรรมดาคงใช้ได้ไปหลายชาติ
ตอนนี้ทรัพย์สินทั้งหมดล้วนตกอยู่ในมือของคุณหนูใหญ่ผู้นี้
แต่กู้หมิงจูที่อยู่ตรงหน้ากลับดูไม่เหมือนเป็นเช่นนั้นเลย
นางสวมเสื้อกระโปรงผ้าเรียบสีเขียวดอกบัว กระโปรงหลิวเซียนสีเขียวอมฟ้า บนศีรษะมีเพียงปิ่นประดับมุกเม็ดเล็กสองสามอัน
การแต่งกายดูธรรมดามาก ยืนหลุบตาต่ำอย่างว่าง่าย ดูไม่ออกเลยจริง ๆ ว่ามีความพิเศษอย่างไร
เหมาซื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ชิงยิ้มออกมาก่อนจะเอ่ยปาก "นี่คุณหนูใหญ่ของเราใช่ไหม โตป่านนี้แล้ว หน้าตาสะสวยจริง ๆ ข้าแทบจะจำไม่ได้เลยเชียว"
นางดึงมือกู้หมิงจูเข้ามาใกล้ กวาดตามองขึ้นลง พลางฉีกยิ้มกว้าง "จะว่าไป ครั้งก่อนที่เจอกันก็ตั้งหลายปีแล้ว ตอนนั้นคุณหนูใหญ่ยังตัวแค่นี้เอง ดูสิ ตอนนี้เติบโตมางดงามโดดเด่นถึงเพียงนี้..."
แม้นางจะกล่าวคำพูดดูดี ทว่าดวงตากลับเอาแต่จ้องมองกู้หมิงจูไม่วางตา ราวกับต้องการจะมองหาของมีค่าหายากอะไรทำนองนั้น
นางไม่เชื่อหรอกว่า คุณหนูที่มีทรัพย์สินมากมายก่ายกองขนาดนั้นจะแต่งตัวธรรมดาแบบนี้
กู้หมิงจูก้มหน้าปล่อยให้นางสำรวจตรวจตรา พร้อมกับแสดงสีหน้าอึดอัดเล็กน้อย
ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา "ได้ยินว่าท่านอาสองกับท่านอาสะใภ้สองเดินทางมาจากชิงโจว เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ข้าจึงให้คนเตรียมหวงฉีกับเหอโส่วอูมาให้ท่านอาสองกับท่านอาสะใภ้สองบำรุงร่างกายเจ้าค่ะ"
อาปี้ที่อยู่ด้านหลังนางยกกล่องผ้าไหมขึ้นมาสองสามกล่อง
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัวต่างก็ตกใจ มองกู้หมิงจูด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่านางกำลังจะเล่นงิ้วบทไหนอีก
ทว่ากู้หยวนกับเหมาซื่อกลับตาลุกวาว นึกไม่ถึงว่าพอมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ก็จะได้ของดีแบบนี้
สีหน้าของเหมาซื่อยิ่งดูดีขึ้นเป็นกอง นางเรียกสาวใช้ที่พามาด้วยให้เข้าไปรับของ ปากก็เกรงใจว่า "คุณหนูใหญ่พูดอะไรอย่างนั้น เดิมทีข้าที่เป็นผู้ใหญ่ควรจะให้ของขวัญแรกพบเจ้าต่างหาก เจ้าทำแบบนี้..."
กู้หมิงจูกะพริบตาปริบ ๆ มองนาง "เดิมทีก็เป็นสิ่งที่ข้าควรจะแสดงน้ำใจอยู่แล้ว วันหน้าคงต้องรบกวนท่านอาสะใภ้สองช่วยเอ็นดูข้าด้วยนะเจ้าคะ"
ดวงตากลมโตบนใบหน้าเล็กจิ๋วจ้องมองเหมาซื่ออย่างออดอ้อน ดูแล้วชวนให้รู้สึกสงสารจับใจ
เมื่อเหมาซื่อได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกเบิกบานใจยิ่งนัก ใครว่านางเป็นแค่คนไร้การศึกษาจากชิงโจวกันล่ะ ดูสิ ตอนนี้คุณหนูใหญ่ผู้นี้ยังต้องมาประจบประแจงนางเลย
ใบหน้าของนางฉายแววได้ใจ ทั้งหางคิ้วและหางตาล้วนเต็มไปด้วยความภาคภูมิ "คนกันเองทั้งนั้น จะต้องพูดอะไรให้มากความล่ะ"
กู้หมิงจูอมยิ้มถอยไปนั่งลงบนเสื่อ รับเครื่องดื่มจากเสี่ยวขุยมาจิบ พลางฟังฮูหยินผู้เฒ่ากู้คุยกับกู้หยวนและเหมาซื่อไปเรื่อยเปื่อย
ท่าทีน่าสงสารน่าทะนุถนอมบนใบหน้าของนางค่อย ๆ จางหายไป เหลือเพียงแววตากระจ่างใส
กู้หยวนกับเหมาซื่อมาได้จังหวะพอดี หากจะบอกว่าหลายปีมานี้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ฉลาดขึ้นมาก แต่เรื่องของกู้หยวน นางกลับยังคงหลงผิดอยู่เสมอ
ส่วนท่านอาสองของนาง กู้หยวน ช่างไม่เอาถ่านเสียจริง ไม่เพียงแต่ไม่มีความสามารถอะไร เอาแต่กินเหล้าเล่นการพนัน แต่กลับแต่งภรรยาที่ร้ายกาจและโลภมากอย่างเหมาซื่อเข้ามา
ตอนนั้นฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ฉวยโอกาสตอนที่กู้ชิงไปลาดตระเวนชายแดน พากู้หยวนกับเหมาซื่อมาที่ฉางอัน
ฮูหยินหลัวไม่กล้าคัดค้านอย่างเปิดเผย จึงทำได้เพียงข่มใจจัดแจงให้พวกเขาพักในจวนตะวันตก
แต่ผ่านไปไม่กี่วัน เหมาซื่อก็ยุยงให้กู้หยวนไปอาละวาดกับฮูหยินผู้เฒ่ากู้ เพื่อขอช่วยดูแลกิจการร้านค้า
อ้างว่ากู้หยวนเองก็ทำงานนี้ที่ชิงโจว มีความคุ้นเคยเป็นอย่างดี ย่อมทำได้ดีแน่
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้รักลูกชายคนเล็กคนนี้มากที่สุด จึงบีบบังคับให้ฮูหยินหลัวแบ่งร้านค้าหลายแห่งให้กู้หยวนดูแล
ฮูหยินหลัวถูกบีบจนจนมุม อีกทั้งก็ไม่กล้าหักหน้าฮูหยินผู้เฒ่ากู้ จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนยอมตกลงไป
ท้ายที่สุดร้านค้าเหล่านั้นก็ถูกกู้หยวนถลุงจนหมดตัว แม้แต่ตัวร้านก็ยังถูกเขาแอบเอาไปจำนองกับบ่อนพนัน
จนกระทั่งคนของบ่อนพนันถือหนังสือสัญญาที่เขาประทับตราไว้มาทวงร้านค้าถึงจวน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับฮูหยินหลัวถึงได้รับรู้เรื่องราว
กู้หมิงจูย่อมไม่เห็นหัวท่านอาสองที่ไม่เอาไหนของตัวเองอยู่แล้ว แต่เหมาซื่อกลับเป็นคนที่น่าสนใจทีเดียว
คนที่สามารถยุยงกู้หยวนให้ดึงฮูหยินผู้เฒ่ากู้มาเป็นพวกเพื่อต่อกรกับฮูหยินหลัว จนแย่งกิจการร้านค้ามาจากมือฮูหยินหลัวได้ เกรงว่าคงจะมีแค่เหมาซื่อแล้ว
สำหรับเรื่องราวหลังจากนี้ เหมาซื่อยังเป็นตัวแปรที่ขาดไม่ได้จริง ๆ
ทางด้านนี้ ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองกู้หยวนแล้วรู้สึกสบายใจไปหมด นางถามไถ่ไม่หยุด "...ทางชิงโจวจัดการเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม คนในตระกูลรู้หรือเปล่าว่าเจ้ามาฉางอัน"
กู้หยวนกำลังหยิบขนมเปี๊ยะดอกไม้เข้าปาก พอได้ยินนางถาม ก็ตอบอ้อแอ้ว่า "ท่านลุงใหญ่กับท่านอาสามได้รับคำสั่งจากพี่ใหญ่มา เกรงว่าคงไม่ยอมให้ข้ามาฉางอันหรอก ข้ายังไม่ได้บอกใครเลย"
เขาจะกล้าบอกฮูหยินผู้เฒ่าได้อย่างไรว่าตัวเองติดหนี้พนันก้อนโตจนไม่มีปัญญาจ่าย ถึงได้แอบพาเหมาซื่อหนีออกจากชิงโจวมา
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้รีบเรียกคนมา "ให้คนส่งข่าวไปที่ชิงโจวที คนในตระกูลยังไม่รู้เลยว่าคุณชายรองมาถึงฉางอันแล้ว"
กู้หยวนชะงักมือที่กำลังกินขนม นัยน์ตาวูบไหว ลอบหันไปมองเหมาซื่อ ทว่าเหมาซื่อกลับถลึงตาใส่เขาอย่างแรง แล้วหันไปคุยกับฮูหยินหลัวและพี่น้องสกุลกู้ต่อไป
.
.
.