LNCrawler

บทที่ 41 ลูกแกะรอเชือด

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 41 ลูกแกะรอเชือด

กู้หมิงจูมองดูอนุหลิ่ว คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

การปรากฏตัวของอนุหลิ่วทำให้นางประหลาดใจจริง ๆ เพราะในความทรงจำของนาง อนุหลิ่วไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้องกับนางเลย

ไม่ว่าจะตอนที่ถูกส่งตัวเข้าตำหนักบูรพา หรือตอนที่แต่งงานเข้าจวนเสียนอ๋อง นางก็ไม่เคยไปมาหาสู่กับอนุหลิ่วเลยแม้แต่น้อย

ทว่าตอนนี้กลับมาเจอกับอนุหลิ่วที่นี่ แถมอีกฝ่ายยังมีท่าทีเหมือนจะขอความช่วยเหลือ และเอาแต่มองนางอย่างอ้อนวอน นี่มันออกจะแปลกไปสักหน่อย

"เจ้าลุกขึ้นก่อนเถอะ" กู้หมิงจูมองดูอนุหลิ่วที่หมอบกราบอยู่ริมทาง บอบบางอ่อนแอราวกับดอกหลิวที่ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ในที่สุดก็ยอมเอ่ยปาก

นางหันไปสั่งอาปี้ "ให้คนนำเทียบเชิญของจวนตะวันออกไปเชิญหมอมา ส่งไปตรวจดูอาการของคุณหนูสี่ที่เรือนเล็กเถอะ"

อนุหลิ่วดีใจขึ้นมาทันที รีบคุกเข่าคำนับขอบคุณกู้หมิงจู "ขอบคุณคุณหนูใหญ่ ขอบคุณคุณหนูใหญ่เจ้าค่ะ"

กู้หมิงจูพิจารณาอนุหลิ่วอย่างละเอียดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา "ไม่ต้องหรอก ดูแลคุณหนูสี่ให้ดีเถอะ"

อนุหลิ่วยังคงมีสีหน้าซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง นางยืดตัวขึ้นและเอ่ยว่า "รอให้คุณหนูสี่หายดีแล้ว บ่าวจะพาคุณหนูสี่ไปขอบคุณคุณหนูใหญ่ด้วยตัวเองเจ้าค่ะ"

กู้หมิงจูเลิกคิ้วขึ้น หันหลังพาสาวใช้เดินไปทางระเบียงทางเดิน

เมื่อขึ้นมาบนระเบียงทางเดิน เสี่ยวขุยก็กระซิบว่า "คุณหนู เมื่อครู่ผิงเหนียงคงจะรออยู่ที่นั่นมาพักใหญ่แล้วเจ้าค่ะ"

นามเดิมของอนุหลิ่วคือผิง เนื่องจากไม่ได้เป็นอนุภรรยาที่กู้ชิงยกย่องอย่างเป็นทางการ บ่าวไพร่ในจวนจึงเรียกนางว่า 'ผิงเหนียง'

สาวใช้คนสนิทสองคนข้างกายกู้หมิงจู อาปี้เป็นคนสุขุมมีหลักการ ส่วนเสี่ยวขุยหัวไวและเฉลียวฉลาด แต่ละคนต่างมีจุดเด่นของตัวเอง

เมื่อครู่ตอนที่อนุหลิ่วส่งเสียงทำความเคารพ เสี่ยวขุยก็สังเกตเห็นสภาพรอบตัวนาง ดอกกล้วยไม้ริมทางถูกเหยียบจนล้มไปหลายต้น เห็นได้ชัดว่าไม่ได้บังเอิญเดินผ่านมา แต่รออยู่ที่นั่นมาพักใหญ่แล้ว

จุดประสงค์ก็น่าจะเพื่อมาดักพบกู้หมิงจู

กู้หมิงจูเผยรอยยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า "นางคงจะรอข้าอยู่สินะ"

ไม่รู้ว่าอนุหลิ่วไปสืบรู้มาจากไหนว่าวันนี้กู้หมิงจูมาที่จวนตะวันตก ถึงได้จงใจมารออยู่ที่ทางกลับจวนตะวันออก แต่นางทำเพียงเพื่อขอหมอให้กู้หมิงลี่แค่นั้นจริงหรือ?

เสี่ยวขุยกลอกตากลมโตไปมา ก่อนจะกระซิบว่า "ดูจากตรงนี้ ผิงเหนียงผู้นี้ก็ไม่ได้ซื่อตรงเหมือนที่ใคร ๆ พูดกันเลยนะเจ้าคะ"

ซื่อตรงหรือ?

กู้หมิงจูยิ่งหัวเราะร่วน คนที่สามารถเอาตัวรอดพาลูกสาวใช้ชีวิตอย่างสงบสุขภายใต้สายตาของคนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างฮูหยินหลัวได้นานหลายปี จะเป็นคนซื่อตรงได้อย่างไร? เกรงว่าคงมีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นแหละที่เชื่อ

แม้นางจะจำไม่ได้ว่าเคยมีปฏิสัมพันธ์อะไรกับอนุหลิ่ว แต่นางก็จำได้ว่าหลังจากนั้น ไม่รู้ว่าอนุหลิ่วใช้วิธีไหน ถึงโน้มน้าวฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัวได้สำเร็จ

ทั้งยังขอร้องให้กู้ชิงออกหน้าจัดการหาคู่ครองที่ดีให้กู้หมิงลี่ โดยให้นางแต่งงานเป็นภรรยาเอกของคุณชายรองฉู่แห่งจวนเฉินกั๋วกง

แม้ว่าคุณชายรองฉู่จะเป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยา แต่ก็เป็นที่รักและเอ็นดูของเฉินกั๋วกงเป็นอย่างมาก เลี้ยงดูประดุจบุตรภรรยาเอก ทั้งยังฝากฝังตำแหน่งองครักษ์หน้าพระพักตร์ขั้นสี่ให้ด้วย นับว่าเป็นลูกเขยที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

กู้หมิงจูจำได้ว่าตอนนั้นตนเป็นพระชายาของเสียนอ๋องแล้ว นางยังรู้สึกประหลาดใจอยู่เลยที่สองแม่ลูกซึ่งปกติเงียบเชียบไร้ตัวตน จะมีวาสนาดีเช่นนี้

แล้วตอนนี้อนุหลิ่วต้องการจะทำอะไรอีกล่ะ?

นางไม่เชื่อเรื่องบังเอิญเหลวไหลอะไรนั่นหรอก การที่ยอมรับปากคำขอร้องของอนุหลิ่ว ก็เพื่อรอดูว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำอะไรกันแน่

ถึงอย่างไรก็ยังต้องอยู่ในจวนนี้ไปอีกพักใหญ่ การรู้ไพ่ในมือของทุกคนไว้ให้หมดก็อุ่นใจกว่า

กู้หยวนขลุกอยู่ที่เรือนซงโส่วจนกระทั่งฟ้ามืดถึงได้กลับมาที่เรือน พอมาถึงก็เอนตัวนอนลงบนตั่ง สั่งให้สาวใช้ยกเหล้าและกับข้าวมาให้ พลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

เมื่อเหมาซื่อเห็นเขากลับมาก็ทำหน้าตึง เอ่ยประชดประชันว่า "คุณชายรองไปฟังเรื่องดีอะไรมาหรือ ถึงได้ทำท่าทีได้ใจเช่นนี้"

กู้หยวนหัวเราะหึ ๆ สองเสียง แต่ไม่ได้ตอบคำถามของนาง "ก็แค่ท่านแม่กำชับเรื่องทั่วไปสองสามประโยคเท่านั้นแหละ เจ้าดูสิว่าเรือนหลังนี้เป็นอย่างไร ข้าไม่ได้หลอกเจ้าใช่ไหม บอกแต่แรกแล้วว่าจะพาเจ้ามาเป็นฮูหยินตระกูลขุนนางที่ฉางอัน ตอนนี้ก็สมปรารถนาแล้วนี่"

เหมาซื่อทนดูท่าทางอวดดีของเขาไม่ได้ จึงถ่มน้ำลายใส่ "แค่เรือนหลังเดียวก็เรียกว่าเป็นฮูหยินตระกูลขุนนางแล้วหรือ? เมื่อครู่เจ้าไม่เห็นการตกแต่งในเรือนของท่านแม่หรือ ไม่เห็นหรือว่าที่อื่น ๆ ในจวนนี้เต็มไปด้วยทองคำและเงินตรา เรือนนี้มันซอมซ่อราวกับให้บ่าวไพร่พักอาศัย เจ้ายังมีหน้ามาอวดอ้างอีก!"

กู้หยวนพลิกตัว บ่นอุบอิบว่า "นั่นมันเรือนของท่านแม่กับพี่ใหญ่นะ พวกเราจะไปเทียบได้อย่างไร"

เหมาซื่อโกรธจัด ปรี่เข้าไปจิ้มหน้าผากเขา "เจ้าก็เป็นคุณชายตระกูลกู้เหมือนกัน เป็นน้องชายแท้ ๆ ของพี่ใหญ่ ทำไมถึงต้องทนต้อยต่ำกว่าตั้งมากมาย เจ้าไม่คิดจะดิ้นรนบ้างเลยหรือ"

นางกระแทกตัวนั่งลงบนตั่ง ดวงตาเรียวยาวกลอกไปมา "วันนี้ข้าดูแล้ว ท่าทางคุณหนูใหญ่ดูไม่ค่อยปกตินัก เกรงว่าจะไม่ได้มีชีวิตที่หรูหราฟู่ฟ่าเหมือนที่คนภายนอกร่ำลือกันหรอก"

กู้หยวนหาวหวอดอย่างเกียจคร้าน หมดความสนใจ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเรา ไปยุ่งกับนางทำไม..."

ทว่าแววตาของเหมาซื่อกลับเปล่งประกายเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มร้ายกาจค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า

ในความคิดของนาง เมื่อเทียบกับฮูหยินหลัวแล้ว กู้หมิงจูที่เติบโตมาโดยไม่มีมารดาคอยสั่งสอนและปกป้อง แถมยังมีนิสัยเสียจนกู่ไม่กลับนั้นรับมือได้ง่ายกว่ามาก

นางอุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางไกลมาถึงฉางอันกับกู้หยวน ไม่ใช่เพื่อมาอาศัยอยู่ในเรือนหลังเล็กแคบ และทนดูสีหน้าของฮูหยินหลัวไปวัน ๆ หรอกนะ

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขากำลังต้องการเงินก้อนโตอย่างเร่งด่วน ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ให้คนส่งข่าวกลับไปที่ชิงโจว อีกไม่นานพวกเจ้าหนี้พนันก็จะตามมาถึง หากนางไม่รีบหาเงินก้อนโตมาใช้หนี้ เกรงว่าคงจะอยู่ที่ฉางอันไม่ได้แล้ว

และในเวลานี้ กู้หมิงจูก็คือลูกแกะตัวอ้วนท้วนที่เปล่งประกายสีทองอร่าม รอให้นางไปเชือดนั่นเอง

.

.

.