บทที่ 43 ชายหนุ่ม
บทที่ 43 ชายหนุ่ม
รถม้าคันนั้นเผยให้เห็นเพียงเสี้ยวหน้าของชายหนุ่มอายุน้อย ทว่าเพียงเสี้ยวหน้าก็ทำให้ผู้พบเห็นถึงกับกลั้นหายใจ ไม่อาจละสายตาได้เลย
นั่นคือรูปโฉมแบบใดกัน ใบหน้าเย็นชาและเด็ดเดี่ยวราวกับสลักจากหยก ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายเจิดจ้า แม้เขานั่งอยู่บนรถม้าและทอดสายตามองกู้หมิงจูจากระยะไกล ก็ยังทำให้นางรู้สึกตระหนก ราวกับว่าภายใต้สายตาอันเย็นเยียบนั้น ไม่มีความลับใดหลบซ่อนได้
กู้หมิงจูจ้องมองชายหนุ่มบนรถม้าด้วยความตกตะลึง เนิ่นนานกว่าจะตั้งสติได้...
นางจำเขาได้แล้ว
ปีนั้น เสียนอ๋องหลี่อวี้พยายามทุกวิถีทางเพื่อผูกมิตรกับตระกูลใหญ่กวนหลงหลายตระกูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเอาอกเอาใจสกุลชุย เขาส่งของขวัญล้ำค่าไปให้ที่ป๋อหลิงทุกปี แต่สกุลชุยกลับไม่เคยตอบรับใด ๆ
หลี่อวี้ไม่ยอมแพ้ เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะดึงตระกูลใหญ่เหล่านี้มาเป็นกำลังสนับสนุนให้ได้ ในที่สุดก็สืบรู้ว่ามีคุณชายสายตรงสกุลชุยเดินทางมาที่ฉางอัน เพื่อร่วมงานชมดอกโบตั๋นที่วัดผู่จี้
เขาแทบจะรอไม่ไหว อ้างว่าพากู้หมิงจูมาเดินเล่นชมดอกไม้ ทว่าแท้จริงกลับรีบร้อนไปผูกมิตรกับคุณชายสกุลชุยเหล่านั้น แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างนุ่มนวลต่อหน้าผู้คนมากมาย ก่อนอีกฝ่ายจะพาผู้ติดตามจากไปอย่างสง่างาม ทำเอาหลี่อวี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เกือบรักษาท่าทีอ่อนโยนใจกว้างตามปกติไว้ไม่ได้
หนึ่งในบรรดาคุณชายเหล่านั้นก็คือเขา... คุณชายห้าแห่งสกุลชุย ชุยหลิน ผู้ได้รับฉายาว่า "คุณชายหยกแห่งสกุลชุย"
เขามีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วหล้า และเป็นยอดบุรุษน่าเกรงขามที่บรรดาชายหนุ่มในตระกูลใหญ่กวนหลงต่างต้องแหงนหน้ามอง
ว่ากันว่าผู้นำตระกูลคนต่อไปของสกุลชุยก็คือเขา และต้องเป็นเขาเท่านั้น
กู้หมิงจูจ้องมองชุยหลินบนรถม้าอย่างเหม่อลอย เขามาทำอะไรที่ฉางอัน แล้วทำไมถึงต้องเช่าร้านแห่งนี้ด้วย
ทว่าเด็กรับใช้ไม่รู้ความในใจของนาง จึงเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มตามคำสั่งของผู้เป็นนายว่า "คุณชายสั่งให้ข้าน้อยมาถามดู หากคุณหนูต้องการเช่าร้าน ก็ไม่ต้องเสียเวลาแล้วล่ะขอรับ เพราะร้านนี้ถูกซื้อไปแล้ว"
ในที่สุดกู้หมิงจูก็ได้สติ นางละสายตาจากชุยหลิน แววตากลับมาสงบนิ่งดังเดิม
นางไม่รู้ว่าทำไมคุณชายห้าชุยถึงมาเกี่ยวข้องกับร้านนี้ หรือว่าเบื้องหลังโรงรับจำนำแห่งนั้นจะเป็นสกุลชุย แล้วทำไมตระกูลใหญ่กวนหลงถึงต้องส่งสายลับมาแฝงตัวในฉางอันด้วย
ความคิดของนางแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทว่าบนใบหน้ากลับไม่แสดงออกแม้แต่น้อย นางยิ้มบางให้เด็กรับใช้ "ขอบคุณคุณชายน้อย เดิมทีข้าตั้งใจจะเช่าร้านนี้ แต่ในเมื่อมีเจ้าของแล้ว ข้าก็คงต้องไปหาที่อื่นแทน"
นางไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์
ของที่คุณชายตระกูลใหญ่หมายตาเอาไว้ จะยอมให้คนอื่นมาพูดมากได้อย่างไร ต่อให้เพิ่มเงินก็ไม่มีประโยชน์ พวกเขาจะเห็นเงินทองอยู่ในสายตาหรือ
เพียงแต่ต้องไปหาที่อื่นอีก ไม่มีที่ไหนจะเหมาะสมไปกว่าที่นี่อีก กู้หมิงจูรู้สึกเสียดายเล็กน้อย นางมองร้านที่ปิดประตูแน่นสนิทแห่งนั้น ก่อนจะหันหลังพาเสี่ยวขุยเดินจากไป
เสี่ยวขุยเดินตามกู้หมิงจูไปอย่างงุนงง นางไม่เห็นชุยหลินบนรถม้า เพียงแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมกู้หมิงจูถึงอยากเช่าร้านที่ดูไม่สะดุดตาในตลาดตะวันออกแห่งนี้ "คุณหนู ในตลาดตะวันออกมีร้านรวงของจวนเราตั้งหลายแห่ง ทำไมถึงต้องมาเช่าร้านแบบนี้ด้วยเจ้าคะ"
ร้านค้านับสิบแห่งที่องค์หญิงใหญ่เซวียนหยางทิ้งไว้ให้ ส่วนใหญ่ก็อยู่ในตลาดตะวันออก แถมยังอยู่ในทำเลที่คึกคักที่สุดอีกด้วย
กู้หมิงจูยิ้ม แต่ไม่ได้อธิบายให้นางฟัง เรื่องที่นางจะทำยังไม่อาจบอกใครได้ในตอนนี้
นางพาเสี่ยวขุยเดินมุ่งหน้าไปยังร้านเทียนเซียง เหมาซื่อยังรอนางอยู่ที่นั่น
การจากไปอย่างเด็ดขาดโดยไม่ตื๊อของนางทำให้เด็กรับใช้ประหลาดใจเป็นอย่างมาก น้อยคนนักที่จะเห็นหน้าคุณชายของตนแล้วยังสงบนิ่งอยู่ได้ ไม่แม้แต่จะถามไถ่ก็เดินจากไปดื้อ ๆ เช่นนี้
ไม่ได้คุยโตหรอกนะ แม้แต่คุณชายเจ็ดเองยังบอกว่า คุณชายของตนเสียก็ตรงใบหน้านี้แหละ ชัดเจนว่าเป็นคนเย็นชาและเจ้าเล่ห์ แต่กลับมีรูปโฉมเช่นนี้ ทำให้คนอยากจะเกลียดก็เกลียดไม่ลง
มิน่าเล่าบรรดาคุณหนูจากตระกูลเหล่านั้นถึงได้หาข้ออ้างมาเยี่ยมเยียนฮูหยินผู้เฒ่า มาอวยพรวันเกิด หรือมาเยือนป๋อหลิงอยู่เสมอ ล้วนหลงใหลในรูปโฉมนี้ทั้งนั้น
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้คุณชายเจ็ดแอบพูดลับหลังคุณชายเท่านั้น ใครจะกล้าวิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตาต่อหน้าคุณชายกันล่ะ เพราะคุณชายเกลียดที่สุดเวลามีคนบอกว่าเขาหล่อเหลา!
แต่คุณหนูท่านนี้ช่างแปลกจริง ๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองซ้ำ ก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกไม่เข้าใจนัก จึงหันหลังกลับไปที่รถม้า ม่านรถม้าถูกปิดลงแล้ว ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
"คุณชาย คุณหนูท่านนั้นบอกว่าเดิมทีตั้งใจจะเช่าร้านนี้ แต่ในเมื่อถูกซื้อไปแล้ว ก็จะไปหาที่อื่นแทนขอรับ" เด็กรับใช้ค้อมตัวรายงาน
คนในรถม้าเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "ไปเถอะ ไปที่จวนเฉินหลิวอ๋อง"
เด็กรับใช้รับคำ ปีนขึ้นรถม้าสั่งให้คนขับมุ่งหน้าไปยังจวนเฉินหลิวอ๋อง ส่วนตัวเองก็เลิกม่านเข้าไปด้านใน
ชุยหลินในชุดคลุมแขนกว้างสีหยกเอนกายพิงโต๊ะในรถม้า มือข้างหนึ่งเท้าคาง มืออีกข้างถือม้วนหนังสือเก่าสีเหลืองซีด สายตาทอดมองลงบนหนังสืออย่างเรียบเฉย ไม่ได้เงยหน้าขึ้นเลย
ถึงกระนั้น เสี้ยวหน้าด้านข้างที่หล่อเหลาไร้ที่ติก็เพียงพอจะทำให้ผู้คนหวั่นไหวแล้ว
ทว่าเด็กรับใช้กลับเห็นจนชินตา เขานั่งขัดสมาธิอยู่ด้านข้าง มองดูคุณชายของตนด้วยท่าทางอึกอัก อยากพูดแต่ก็ไม่กล้า อ้าปากหลายครั้งแต่ก็กลืนคำพูดลงไป
ชุยหลินไม่ได้เงยหน้าขึ้น ทว่ากลับขมวดคิ้ว "มีอะไรก็พูดมา"
ในที่สุดเด็กรับใช้ก็ทนไม่ไหว รวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้นว่า "เมื่อครู่คุณหนูท่านนั้นเห็นหน้าคุณชายแล้ว กลับไม่ถามไถ่อะไรเลยแล้วเดินจากไป ช่าง... ช่าง..."
เขาอึกอักอยู่นาน ในที่สุดก็เค้นคำออกมาได้ประโยคหนึ่ง "ช่างมั่นคงไม่หวั่นไหวจริง ๆ" ...ใช้คำนี้ในบริบทนี้มันถูกหรือไม่นะ
บรรยากาศในรถม้าเย็นเยียบลงทันที เด็กรับใช้หดคอลงด้วยใบหน้าเจื่อน ๆ หรือว่าจะพูดผิดไปอีกแล้ว
ในที่สุดชุยหลินก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยความเย็นชา เอ่ยออกมาสองคำ "หุบปาก!"
เด็กรับใช้ตกใจจนรีบหุบปากฉับ แต่ในใจกลับรู้สึกน้อยใจ ชัดเจนว่าคุณชายเป็นคนถามเองแท้ ๆ ...คุณหนูใหญ่กู้ท่านนั้นช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
ชุยหลินม้วนหนังสือเก็บด้วยใบหน้าเรียบตึง เมื่อครู่ตอนที่เขาเพิ่งสั่งคนให้ซื้อร้านนั้นไว้และกำลังจะมุ่งหน้าไปยังจวนเฉินหลิวอ๋อง ก็เห็นกู้หมิงจูยืนอยู่หน้าร้าน ดูเหมือนตั้งใจจะเช่าร้านนั้น จึงให้คนหยุดรถม้าเพื่อไปถามดู
ในตลาดตะวันออกมีร้านค้ามากมาย หลายร้านก็ปล่อยให้เช่า แต่นางกลับหมายตาร้านนั้นเพียงร้านเดียว มันเป็นเรื่องบังเอิญจริง ๆ หรือ
อีกทั้งสายตาที่นางมองเขาเมื่อครู่ มีทั้งความประหลาดใจ ความสงสัย แต่กลับไม่มีความแปลกหน้าเลย นางรู้จักเขาหรือ แต่พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อนนี่นา
ดูท่าที่คุณชายเจ็ดพูดจะเป็นเรื่องจริง คุณหนูใหญ่กู้ผู้นี้ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง ไม่ว่าจะเป็นเพราะกู้ชิง หรือเพราะตัวกู้หมิงจูเอง เขาก็ควรต้องจับตาดูให้มากขึ้นเสียแล้ว
.
.
.