LNCrawler

บทที่ 44 พบกันอีกครั้ง

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 44 พบกันอีกครั้ง

ภายในร้านเทียนเซียง ผ้าหลากหลายชนิดถูกกองไว้ตรงหน้าเหมาซื่อนับสิบพับ ทั้งผ้าต่วนรุ่ยจิ่น ผ้าต่วนสู่จิ่น ผ้าแพรหลิงซา ล้วนเป็นของชั้นยอดทั้งสิ้น ดวงตาของนางเป็นประกาย จับพับนี้ทีดูพับนู้นที ดีอกดีใจจนทำตัวไม่ถูก

เมื่อกู้หมิงจูพาเสี่ยวขุยเข้ามา นางก็รีบกวักมือเรียกพวกนางเข้ามาใกล้ "มาเร็ว มาช่วยข้าดูหน่อยสิว่าท่านอาของเจ้าใช้ผ้าพับไหนตัดเสื้อคลุมถึงจะเหมาะ"

กู้หมิงจูเดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม หยิบผ้าซงเจียงจิ่นสีเขียวสนลายว่านจื้อต่อเนื่องออกมาจากกองผ้านั้นอย่างสบาย ๆ "ผ้าพับนี้เนื้อแน่น สีสันและลวดลายก็ดี นำมาตัดเสื้อคลุมตัวนอกน่าจะเหมาะสมเจ้าค่ะ"

เหมาซื่อนำผ้านั้นมาทาบดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ้มจนตาหยี "ก็บอกแล้วไงว่าคุณหนูใหญ่ของพวกเราฉลาดเฉลียว ผ้าพับนี้เหมาะสมที่สุดแล้ว"

นางหันกลับไปมองกองผ้าที่ถูกเลือกออกมา ด้วยท่าทางตัดใจไม่ลง "แต่ผ้าเยอะแยะขนาดนี้ แต่ละพับก็มีดีแตกต่างกันไป ลวดลายก็ไม่เหมือนกัน ข้าไม่รู้จะเลือกพับไหนดีเลยจริง ๆ"

นางแทบอยากจะเหมาหมดทุกพับ หลายปีมานี้ใช้ชีวิตอย่างสมถะกับกู้หยวน ไม่เคยเห็นผ้าดี ๆ มากมายขนาดนี้มาก่อน พอคิดว่าจะได้นำมาตัดเสื้อผ้าสวมใส่ นางก็แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว

กู้หมิงจูเข้าใจความรู้สึกคนเป็นที่สุด นางยิ้มและกล่าวว่า "ข้าดูแล้วผ้าพวกนี้ล้วนเป็นของดี เหมาะกับท่านอาสะใภ้รองทั้งนั้น สู้เอาหมดเลยดีกว่าเจ้าค่ะ"

คำพูดนี้ทำให้เหมาซื่อเบิกบานใจเป็นอย่างมาก ยิ่งมองกู้หมิงจูก็ยิ่งรู้สึกถูกชะตา นางพยักหน้าเห็นด้วยรัว ๆ "คุณหนูใหญ่พูดถูก"

กู้หมิงจูหันไปสั่งหลงจู๊ร้านเทียนเซียงด้วยรอยยิ้ม "ให้ช่างตัดเสื้อมาวัดตัวฮูหยินบ้านรองทีเถิด"

หลงจู๊รีบค้อมตัวรับคำ "ขอรับ ฮูหยินบ้านรองเชิญทางนี้เลยขอรับ"

เหมาซื่อเชิดหน้าขึ้น เดินตามหลงจู๊เข้าไปวัดตัวด้านในอย่างภาคภูมิใจ

กู้หมิงจูมองตามหลังนางไปอย่างเรียบเฉย ก่อนจะค่อย ๆ นั่งลง แล้วสั่งสาวใช้ร้านเทียนเซียงที่คอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้างว่า "ข้าต้องการสั่งทำผ้าเจียเสียสักหลายพับ ขอรับภายในห้าวัน พวกเจ้าทำทันหรือไม่"

สาวใช้ตกใจ แต่ก็ไม่กล้าชักช้า "คุณหนูใหญ่เจ้าคะ ผ้าเจียเสียมีขั้นตอนการทำที่ซับซ้อนมาก เกรงว่าต้องใช้เวลาเป็นสิบวันถึงจะ..."

กู้หมิงจูมองนาง "ข้าจะเพิ่มเงินให้อีกเท่าตัว ขอรับภายในห้าวัน"

สาวใช้อึ้งไป พักใหญ่ถึงจะเอ่ยได้ว่า "บ่าวขอไปถามหลงจู๊ก่อน แล้วจะมาให้คำตอบคุณหนูใหญ่นะเจ้าคะ"

กู้หมิงจูยิ้มบางแล้วพยักหน้า

เวลาห้าวันจะว่าสั้นก็ไม่สั้น หากเร่งมือก็ยังทำทัน ผ้าเจียเสียมีขั้นตอนซับซ้อน ราคาแพงลิ่ว คนธรรมดาทั่วไปไม่มีปัญญาซื้อใช้ด้วยซ้ำ ในเมื่อกู้หมิงจูยินดีเพิ่มเงินให้อีกเท่าตัว คิดว่าร้านเทียนเซียงคงจะยอมรับปาก

เมื่อหลงจู๊ได้ยินคำรายงานของสาวใช้ ก็ชะงักไปเล็กน้อย เขาสั่งคนให้ไปคอยดูแลเหมาซื่อวัดตัว ส่วนตัวเองก็รีบมาพบกู้หมิงจู

"คุณหนูใหญ่ต้องการสั่งทำลวดลายแบบใดขอรับ จะให้ข้าน้อยเรียกช่างวาดภาพมารับคำสั่งหรือไม่ขอรับ"

ลวดลายของผ้าเจียเสียต้องให้ช่างวาดภาพวาดลวดลายก่อนแล้วจึงนำไปพิมพ์ย้อม ลวดลายสามารถเลือกตามใจลูกค้า โดยช่างจะวาดให้ตามสั่ง ทว่ากู้หมิงจูกลับส่ายหน้า "เดี๋ยวข้าจะให้คนส่งแบบลวดลายมาให้ เจ้าสั่งให้ช่างพิมพ์ย้อมตามนั้นก็พอ"

หลงจู๊อึ้งไป นี่มันเรื่องแปลก ไม่ใช้ช่างวาดภาพ แต่จะส่งแบบลวดลายมาเอง หรือว่าในจวนแม่ทัพใหญ่จะมีช่างวาดภาพอยู่แล้ว

เขาคิดอยู่เพียงครู่เดียวก็รีบรับปากทันที ถึงอย่างไรก็ได้เงินเพิ่มอีกเท่าตัว กู้หมิงจูสั่งอย่างไร เขาก็พร้อมทำตาม

เมื่อเหมาซื่อวัดตัวเสร็จ กู้หมิงจูก็สั่งให้เสี่ยวขุยไปเรียกรถม้า สาวใช้หลายคนช่วยกันยกผ้ากองโตขึ้นรถ

เหมาซื่อยิ้มแย้มจับมือกู้หมิงจู "วันนี้ข้าหูตาสว่างจริง ๆ ร้านผ้าในฉางอันดีกว่าที่ชิงโจวเสียอีก มีผ้าหลากหลายแบบ ข้าดูลายตาไปหมดแล้ว"

กู้หมิงจูยิ้ม "ท่านอาสะใภ้รองใส่ผ้าอะไรก็ดูดีทั้งนั้นเจ้าค่ะ"

เหมาซื่อถอดถอนใจด้วยความเอ็นดู "เจ้าเป็นคุณหนูที่รู้หนังสือและมีมารยาท ทำไมถึงได้..." นางพูดพลางถอนหายใจ ก่อนจะรีบกล่าวเสริม "วันหน้าอาสะใภ้รองจะรักเอ็นดูเจ้าให้มาก มีเรื่องอะไรบอกข้าได้เลยนะ"

กู้หมิงจูกล่าวขอบคุณ แล้วให้อาปี้ประคองเหมาซื่อขึ้นรถม้า

ทว่าขณะนางกำลังจะก้าวขึ้นรถม้า ก็ได้ยินเสียงคนเรียกจากด้านข้าง "นั่นคุณหนูใหญ่กู้ใช่หรือไม่"

น้ำเสียงนั้นทำให้ร่างบอบบางของกู้หมิงจูแข็งทื่อขึ้นมาทันที ตึงเครียดจนผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่คลายลง

นางค่อย ๆ หันกลับไป ทว่ากลับก้มหน้าลง แววตาเต็มไปด้วยความมืดหม่น ย่อกายทำความเคารพ "เสียนอ๋อง"

หลี่อวี้สวมชุดคลุมคอกลมลายเมฆสีน้ำเงินเข้ม บนศีรษะคาดแถบผ้าไหมลายเมฆสีคราม แม้ดูเป็นการแต่งกายแสนธรรมดา แต่กลับยิ่งขับเน้นให้เขาดูหล่อเหลาราวกับสลักจากหยก สง่างามดุจต้นอวี้หลินลู่ลม

เขากำลังมองกู้หมิงจูด้วยรอยยิ้ม

กู้หมิงจูนึกไม่ถึงว่าจะพบหลี่อวี้ที่นี่ หลังจากตกตะลึงไปชั่วครู่ นางก็ขมวดคิ้วแน่น ผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ย "องค์ชายมีสิ่งใดให้รับใช้หรือเพคะ"

น้ำเสียงของนางราบเรียบ ไร้ซึ่งความอบอุ่นใด

รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่อวี้จางลงเล็กน้อย เขาขมวดคิ้วมองกู้หมิงจู ไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ หญิงสาวที่เมื่อครู่ยังยิ้มแย้มแจ่มใสถึงเปลี่ยนสีหน้าไป

แม้กิริยามารยาทไม่มีสิ่งใดบกพร่อง แต่เขาก็ดูออกว่ากู้หมิงจูไม่มีความรู้สึกดีให้เขาเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดไม่ยอมแม้แต่จะเงยหน้ามอง

"คุณหนูใหญ่มาซื้อผ้าหรือ"

หลี่อวี้เป็นคนมีอัธยาศัยดี เขาถามกู้หมิงจูด้วยรอยยิ้มบาง พลางมองกองผ้าในมือของสาวใช้ที่อยู่ด้านหลังนาง

"เพคะ" ทว่ากู้หมิงจูกลับตอบสั้นกระชับ ไม่ยอมพูดเกินความจำเป็นแม้แต่คำเดียว

นางไม่รู้ว่าควรเผชิญหน้ากับคนผู้นี้ด้วยความรู้สึกเช่นไร นางหลงรักเขามาหลายภพหลายชาติ เพื่อจะได้แต่งงานกับเขา นางยอมฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ หลบหนีการถูกปองร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า จนในที่สุดก็ได้เป็นพระชายาของเขา

ช่วงเวลาหลายปีที่กู้หมิงจูอยู่ในจวนเสียนอ๋อง เป็นช่วงที่ยากลำบากที่สุดของหลี่อวี้เช่นกัน

แม้องค์รัชทายาทหลี่หงจะขี้ขลาดไร้ความสามารถ ลุ่มหลงในสุรานารีจนไม่เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ แต่เขาก็ได้รับการปกป้องจากฮองเฮา ผู้ซึ่งทุ่มเทสุดกำลังเพื่อรักษาตำแหน่งรัชทายาทของเขาไว้

ส่วนฮ่องเต้กลับมองเห็นเพียงเฉินหลิวอ๋องผู้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลใหญ่กวนหลง ไม่มีใครนึกถึงว่าหลี่อวี้ก็เป็นพระโอรสสายตรงของฮ่องเต้และฮองเฮาเช่นกัน ดังนั้นต่อให้เขามีแผ่นดินอยู่ในใจ ก็ทำได้เพียงรอคอยอย่างสงบเจียมตัว

เป็นกู้หมิงจูที่อยู่เคียงข้างเขาในช่วงหลายปีนั้น ทุ่มเททุกสิ่งที่มีเพื่อช่วยให้เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัชทายาท

แต่ทว่าในตอนนั้นเอง เพียงเพราะคำใส่ร้ายของคนนอก เขากลับไม่สนใจความผูกพันฉันสามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาหลายปี สั่งปลดนางออกจากตำแหน่ง

ก่อนจะไปอารามชิงเหลียน นางได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทในเวลานั้นตั้งใจจะสู่ขอคุณหนูรองกู้แห่งจวนแม่ทัพใหญ่มาเป็นพระชายาเอก กรมพิธีการกำหนดฤกษ์ยามและเตรียมของหมั้นไว้เรียบร้อยแล้ว

กู้หมิงเยว่อายุน้อยกว่านางสองปี แต่ยังคงรอคอยอยู่ในเรือนหอ ที่แท้ก็เพื่อรอคอยวาสนาด้ายแดงเส้นนี้นี่เอง

หลังจากนั้นก็คือวาระสุดท้ายในชีวิตของนาง

กู้หมิงจูค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้หล่อเหลาและสง่างามตรงหน้า ยังคงเป็นใบหน้าที่คุ้นเคย ใบหน้าที่เคยตราตรึงอยู่ในใจ ทว่าเหตุใดบัดนี้ เมื่ออยู่ในสายตาและในใจของนาง เขากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียได้

.

.

.