LNCrawler

บทที่ 47 สารภาพจนหมดเปลือก

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 47 สารภาพจนหมดเปลือก

หลังจากส่งอนุหลิ่วและกู้หมิงลี่กลับไปแล้ว กู้หมิงจูก็เอนกายพิงระเบียงทางเดิน มองดูดอกสาลี่หยกที่ร่วงหล่นเต็มลานกว้างอย่างครุ่นคิด

หานหมัวมัวให้สาวใช้รุ่นเยาว์ยกถ้วยเปล่าออกไป สายตาของนางมองกู้หมิงจูด้วยความกังวลเล็กน้อย

"คุณหนู คุณหนูสี่มาหาถึงที่เพื่อขอเรียนเย็บปักถักร้อยกับอาปี้ เกรงว่าคงจะ..."

เดิมทีจิตใจของผู้คนฝั่งจวนตะวันตกก็ซับซ้อนอยู่แล้ว ปกติสองแม่ลูกอนุหลิ่วไม่ค่อยเผยโฉมหน้าให้เห็น การที่จู่ ๆ มาขอร้องถึงที่เช่นนี้ ช่างทำให้ผู้คนอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้กู้หมิงลี่อยากเรียนเย็บปักถักร้อย จวนตะวันตกจะหาคนที่เก่งกาจไม่ได้เชียวหรือ ทำไมถึงต้องมาจวนตะวันออกเพื่อขอเรียนกับสาวใช้คนสนิทของกู้หมิงจู หากเรื่องนี้เข้าหูฮูหยินหลัว เกรงว่าคงเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก

กู้หมิงจูมองดูกลีบดอกสาลี่ที่ร่วงหล่นราวกับหิมะโปรยปราย พลางเอ่ยอย่างราบเรียบ "ลี่เหนียงก็อายุสิบสองแล้ว วันเกิดของนางห่างจากอวี้เหนียงไม่ถึงสองเดือน ต่อให้อนุหลิ่วอยากปกป้องนางมากแค่ไหน ถึงอย่างไรก็ต้องเริ่มวางแผนเอาไว้บ้าง"

คุณหนูในจวนขุนนางชั้นสูงของฉางอันส่วนใหญ่จะเริ่มคุยเรื่องแต่งงานกันเมื่ออายุสิบหกปี หากอนุหลิ่วปล่อยให้กู้หมิงลี่ป่วยออด ๆ แอด ๆ เหมือนแต่ก่อน เมื่อถึงวัยออกเรือน เกรงว่าคงไม่มีใครมาสู่ขอ

อนุหลิ่วเองก็กลัวว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะทำให้การแต่งงานของบุตรสาวต้องล่าช้า ดังนั้น ‘อาการป่วยเรื้อรัง’ หลายปีของกู้หมิงลี่จึงได้หายดีเอาในเวลานี้

หานหมัวมัวรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคยกับน้ำเสียงที่เป็นผู้ใหญ่เกินวัยของกู้หมิงจูนัก ช่างไม่เหมือนคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนเลย พูดเรื่องพวกนี้ออกมาได้โดยหน้าไม่เปลี่ยนสีแม้แต่น้อย

นางขมวดคิ้ว "เพียงแต่ทำไมพวกนางถึงไม่ไปขอร้องฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินล่ะเจ้าคะ"

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้นั้นไม่ต้องพูดถึง แต่ฮูหยินหลัวคือฮูหยินผู้คุมเรือน และเป็นแม่เลี้ยงของกู้หมิงลี่ การแต่งงานในวันข้างหน้าถึงอย่างไรก็ต้องให้นางเป็นคนตัดสินใจ

กู้หมิงจูยังคงมองดูกลีบดอกไม้ รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ทว่าความรู้สึกนั้นกลับไปไม่ถึงดวงตา "อนุหลิ่วเป็นคนฉลาด นางรู้ดีว่าต่อให้ตอนนี้ไปขอร้องฮูหยิน ฮูหยินก็ใช่ว่าจะหาคู่ครองที่ดีให้ลี่เหนียงได้"

"ส่วนฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งไม่เห็นลี่เหนียงอยู่ในสายตาอยู่แล้ว นางไม่ยอมทุ่มเดิมพันทั้งหมดไว้ที่จวนตะวันตกหรอก จึงได้มาหยั่งเสียงข้าดู"

เมื่อก่อนอนุหลิ่วกับกู้หมิงจูไม่เคยไปมาหาสู่กัน เป็นเพราะตอนนั้นกู้หมิงจูเอาแต่หลบเลี่ยง ไม่มีอำนาจบารมีใดให้พึ่งพิงได้ นางย่อมไม่รนหาเรื่องเดือดร้อนที่จวนตะวันออก ทั้งยังจะทำให้ฮูหยินหลัวไม่พอใจเปล่า ๆ

แต่ตอนนี้กู้หมิงจูกลับทำให้ทุกคนในจวนต่างต้องหวาดหวั่น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องงานเลี้ยงฉวี่เจียง เอาแค่การที่นางจัดการคนในจวนตะวันออกเสียจนอยู่หมัด ก็ทำให้ผู้คนไม่กล้าดูแคลนนางแล้ว

เดิมทีอนุหลิ่วก็ระแวดระวังฮูหยินหลัวอยู่แล้ว นางไม่กล้าฝากฝังลี่เหนียงไว้กับฮูหยินหลัวทั้งหมด เมื่อเทียบกันแล้ว กู้หมิงจูกลับเป็นที่พึ่งพิงที่ดีกว่า

ไม่ว่าวันข้างหน้ากู้หมิงจูจะแต่งเข้าจวนขุนนางชั้นสูงแห่งใด หรือแม้แต่จวนอ๋อง การให้กู้หมิงลี่ไปเป็นอนุภรรยาติดตาม ก็ยังดีกว่าแต่งเข้าตระกูลยากจน

เมื่อหานหมัวมัวคิดตามทัน คิ้วที่ขมวดมุ่นก็คลายออก "เช่นนั้นก็ถือเป็นเรื่องดีเจ้าค่ะ ตอนนี้คุณหนูยังไม่มีคนสนิทที่พึ่งพาได้คอยช่วยเหลือ หากคุณหนูสี่รู้ธรรมเนียมและรักษากฎระเบียบจริง ๆ ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเลยเจ้าค่ะ"

คุณหนูในจวนขุนนางชั้นสูงของฉางอันเวลาออกเรือน มักจะมีสตรีคอยติดตามไปเป็นสินสอดด้วย การให้พี่น้องต่างแม่ไปเป็นอนุภรรยาติดตามก็มีไม่น้อย ถึงอย่างไรก็ยังรู้สึกว่าพี่น้องตระกูลเดียวกันย่อมพึ่งพาได้มากกว่าคนนอก

มุมปากของกู้หมิงจูเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน นางค่อย ๆ ละสายตากลับมาและเอ่ยเสียงเบา "เกรงว่าพวกนางคงจะเสียแรงเปล่าแล้วล่ะ"

สิ่งที่นางกำลังจะทำ เกรงว่าพวกนางคงไม่กล้าแม้แต่จะคิด แล้วจะเป็นคนร่วมทางกันได้อย่างไร

หานหมัวมัวฟังความหมายของนางไม่ออก เพียงแต่เห็นสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ในใจก็รู้สึกปวดใจ จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง "พวกที่ถูกขังอยู่ในเรือนคนใช้รับสารภาพหมดแล้วเจ้าค่ะ คราวนี้ไม่กล้าปิดบังแม้แต่นิดเดียว บอกเล่าออกมาจนหมดเปลือกเลย"

ไม่ใช่แค่บอกเล่าจนหมดเปลือกเท่านั้น คนสิบกว่าคนนั้นตอนเพิ่งถูกขังต่างก็ปากแข็ง ไม่ยอมหลุดปากแม้แต่ครึ่งคำ เอาแต่ร้องโอดครวญว่าถูกปรักปรำ ร้องห่มร้องไห้โวยวายจะขอพบฮูหยินให้ได้

แต่กู้หมิงจูกลับไม่สนใจพวกเขาสักนิด เพียงสั่งให้ขังเอาไว้ ไม่ให้หญิงรับใช้ที่คอยเฝ้าพูดคุยด้วย ให้กินแค่โจ๊กใส ๆ วันละมื้อเพื่อไม่ให้ถึงตายก็พอ

เมื่อถูกขังไปหลายวัน ในที่สุดพวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว เกาะประตูอ้อนวอนคนเฝ้าเพื่อขอพบคุณหนูใหญ่ บอกว่ามีเรื่องจะรายงาน

ทว่าเมื่อกู้หมิงจูได้ยินที่หานหมัวมัวรายงาน นางกลับส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ยอมพบแม้แต่คนเดียว

พวกเขายังคงหยั่งเชิงอยู่ หยั่งเชิงเส้นตายของกู้หมิงจู ต่อให้พูดออกมา ก็คงเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยจุกจิกที่ไม่มีความสำคัญอะไร

นี่ไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการจะได้ยิน

เมื่อเวลาผ่านไป ในที่สุดพวกเขาก็ทนไม่ไหว ไม่ร้องขอพบกู้หมิงจูอีกต่อไป แต่กลับไปเกาะช่องประตูร้องคร่ำครวญ

พอได้ยินเสียงฝีเท้าก็แทบรอไม่ไหวที่จะคายทุกสิ่งที่รู้ออกมา โดยไม่สนใจว่าคนที่มาคือใคร

ในที่สุดพวกเขาก็รู้แล้วว่ากู้หมิงจูไม่ได้แค่ขู่ให้กลัว ถึงตอนนี้ฮูหยินหลัวก็ช่วยพวกเขาไม่ได้แล้ว หากไม่ทำตัวว่าง่ายเชื่อฟัง เกรงว่ากู้หมิงจูจะเอาชีวิตพวกเขาจริง ๆ

เมื่อหลิวหมัวมัวกับหลินหมัวมัวนำคนมาเปิดประตูเรือนคนใช้ตามคำสั่งของกู้หมิงจู คนเหล่านั้นก็เหมือนคนจมน้ำที่ได้พบท่อนไม้ พุ่งเข้ามาเกาะพลางร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหลอย่างน่าเวทนา

ครั้งนี้ไม่มีการปิดบังใด ๆ อีก เททุกอย่างออกมาจนหมดเกลี้ยงราวกับเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่

คนนี้แฉคนนั้นว่าได้รับผลประโยชน์จากฮูหยินหลัวไปเท่าไร ส่งข่าวอะไรกลับไปที่จวนตะวันตกบ้าง คนนั้นก็บอกว่าคนนี้เป็นคนสนิทของฮูหยินหลัว ถูกส่งมาจวนตะวันออกเพื่อแอบสืบข่าว

และยังมีคนที่บอกว่าคนอื่นยักยอกเงินทองไปเท่าไร ขโมยของมีค่าไปเข้ากระเป๋าตัวเองมากแค่ไหน

เวลาเพียงครึ่งวัน หมัวมัวหลายคนถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หลายปีมานี้คนพวกนั้นตักตวงผลประโยชน์ไปทั้งทางตรงและทางอ้อมมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ

กู้หมิงจูกลับมีสีหน้าเรียบเฉย เบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้ล้วนมีเงาของคนเพียงคนเดียว... ฮูหยินหลัว

ทว่านางไม่ได้คิดจะใช้คนกลุ่มนี้ไปปรักปรำฮูหยินหลัว นางไม่ได้โง่ สัญญาซื้อขายทาสของคนพวกนี้ยังอยู่ที่จวนตะวันตก หากนางพาคนพวกนี้ไป เกรงว่าพวกเขาคงพลิกลิ้นเปลี่ยนคำให้การทันที

สิ่งที่นางต้องการคือทรัพย์สินของจวนตะวันออกที่ถูกพวกเขายักยอกไป และจุดอ่อนของฮูหยินหลัวต่างหาก

สุดท้ายก็มีสาวใช้ชื่อเสี่ยวจู๋ที่หลุดปากออกมาด้วยความร้อนรน "...ฮูหยินมักจะสั่งให้คนนำเงินทองไปส่งที่จวนสกุลหลัวทุกเดือน เพื่อมอบให้คุณชายใหญ่หลัว"

"เรื่องนี้เมื่อก่อนเคยให้อาหรงเป็นคนไปส่ง แต่หลังจากอาหรงถูกส่งมาจวนตะวันออก ก็เปลี่ยนให้ยวนยางที่รับใช้ในหอชุนฮุยเป็นคนไปส่งแทนเจ้าค่ะ..."

กู้หมิงจูจดจำเรื่องนี้ไว้ นางสั่งให้หลิวหมัวมัวซักถามสาวใช้คนนั้นอย่างละเอียด "ทำไมถึงต้องส่งเงินทองไปให้ จวนสกุลหลัวแม้จะเทียบกับจวนของเราไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็เป็นถึงจวนป๋อขั้นสอง มีที่ไหนให้ลูกสาวที่แต่งออกไปแล้วต้องคอยส่งเงินทองไปจุนเจือ"

เสี่ยวจู๋ตอบอย่างหวาดกลัว "เป็น... เป็นเพราะคุณชายใหญ่หลัวเจ้าค่ะ ฮูหยินบอกว่าคุณชายใหญ่ไม่เอาไหน วัน ๆ เอาแต่ใช้จ่ายมือเติบ ใช้เงินเปลืองเป็นน้ำ จะไปมีเงินเหลือเก็บได้อย่างไร..."

"ฮูหยินส่งเงินจุนเจือแบบนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้เรื่องเลยหรือ"

เสี่ยวจู๋ส่ายหน้าไปมาราวกับป๋องแป๋ง "ไม่กล้าให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้หรอกเจ้าค่ะ ล้วนแต่แอบส่งไปให้ทั้งนั้น"

จะกล้าให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้ได้อย่างไร ปกติแค่ในห้องครัวซื้อปลากะพงเพิ่มมาสักตัว ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังลงโทษแม่ครัวเลย เรื่องแบบนี้จะให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจวนคงลุกเป็นไฟแน่

กู้หมิงจูยิ้ม ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง

นางลุกขึ้นพาเสี่ยวขุยกับอาปี้เดินไปทางลานบ้าน ทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง "ให้พวกเขาเอาของที่ยักยอกไปคายออกมาให้หมด ห้ามขาดแม้แต่ชิ้นเดียว"

"แล้วให้คนส่งพวกเขากลับไปที่จวนตะวันตก บอกว่าพวกเขาเอาแต่แอบนินทาฮูหยินอยู่ที่นี่ ข้าจึงให้คนส่งกลับมาให้ฮูหยินจัดการ"

พวกเขาไม่มีทางกล้าบอกฮูหยินหลัวหรอกว่าพูดอะไรออกไปบ้าง แต่ฮูหยินหลัวก็คงไม่ปล่อยพวกเขาไปเช่นกัน

.

.

.