บทที่ 49 ลาภลอยหล่นจากฟ้า
บทที่ 49 ลาภลอยหล่นจากฟ้า
จู่ ๆ จวนตะวันออกก็คึกคักขึ้นมา กู้หมิงเยว่พาสาวใช้ยกฉินมานั่งอยู่ด้านข้าง เอ่ยถามวิธีตั้งสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ส่วนกู้หมิงลี่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ถือสะดึงปักผ้าอย่างเกร็ง ๆ คอยฟังอาปี้อธิบายวิธีเดินเข็ม
ทว่ากู้หมิงจูกลับนั่งอยู่บนตำแหน่งประธานด้วยท่าทางเบื่อหน่าย มองดูคุณหนูทั้งสองที่มาทักทายคารวะและขอเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยท่าทางหมดอาลัยตายอยาก
สองคนนี้มาขอเรียนเสียที่ไหนกัน เห็นได้ชัดว่าต่างก็มีจุดประสงค์แอบแฝงทั้งนั้น
นางไม่ได้กลัวพวกนางหรอก แต่พอคิดว่าจะต้องมานั่งเสียเวลาอยู่กับพวกนางทั้งวัน ทนดูพวกนางแสร้งทำเป็นใฝ่รู้ทั้งที่ในใจคิดไปคนละทาง มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน
นางนั่งอยู่ครู่หนึ่ง วางถ้วยชาในมือลง แล้วเอ่ยกับกู้หมิงเยว่ที่ยังคงก้มหน้าก้มตาตั้งสายฉินอยู่ "หากเจ้าคิดว่านั่งอยู่ตรงนี้แล้วสบายใจกว่า ก็เชิญนั่งต่อไปเถอะ ข้ามีธุระต้องออกไปข้างนอกแล้ว"
พูดจบก็ไม่สนใจกู้หมิงเยว่ที่ชะงักงัน และกู้หมิงลี่ที่เงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกตะลึง นางลุกขึ้นปัดแขนเสื้อแล้วเดินออกจากห้องโถงไป
สีหน้าของกู้หมิงเยว่แข็งทื่อไปชั่วขณะ นางผลักฉินออกแล้วลุกขึ้นยืนช้า ๆ มองดูแผ่นหลังของกู้หมิงจูที่เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ใบหน้าของนางเปลี่ยนจากแดงเป็นเขียว แล้วกลายเป็นซีดเผือด ขอบตาแดงระเรื่อ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
อาปี้มองตามหลังกู้หมิงจูที่เดินออกไป แล้วหันมาพูดกับกู้หมิงลี่เสียงเบาว่า "คุณหนูใหญ่คงจะออกไปข้างนอกเจ้าค่ะ บ่าวจะคอยรับใช้คุณหนูสี่อยู่ที่นี่นะเจ้าคะ"
นางได้รับคำสั่งมาแต่แรกแล้ว ให้อยู่ที่จวนเพื่อช่วยหานหมัวมัวดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ
เมื่อเป็นเช่นนั้น กู้หมิงลี่จึงไม่ต้องทนอึดอัดเหมือนกู้หมิงเยว่ แต่นางก็ทำตัวไม่ถูก ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยเสียงเบา "เช่น... เช่นนั้นข้ากลับก่อนนะ พรุ่งนี้ค่อยมาคารวะพี่ใหญ่ใหม่"
อาปี้ยิ้มบาง ๆ ไม่ได้รั้งตัวนางไว้ ปล่อยให้กู้หมิงเยว่ที่ตาแดงก่ำขอตัวลากลับด้วยความน้อยใจ และกู้หมิงลี่ที่เดินตามหลังมาติด ๆ เดินออกจากโถงบุปผามุ่งหน้ากลับไปยังจวนตะวันตก
ตอนนี้กู้หมิงจูเปลี่ยนไปเป็นอีกคนแล้ว นางสวมชุดหูฝูคอกลมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆทึบด้วยดิ้นเงิน เอวคาดด้วยสายรัดผ้าแพรนุ่ม
สวมรองเท้าหุ้มส้นผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มคู่กะทัดรัด ผมดำขลับถูกรวบขึ้นเป็นมวยปักด้วยปิ่นหยกตามแบบฉบับของชายหนุ่ม
เสี่ยวขุยเบิกตากว้างเมื่อเห็นนางเดินทอดน่องออกมา กว่าจะหาเสียงตัวเองเจอก็ผ่านไปพักใหญ่
"คุณหนู ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะเจ้าคะ นี่มัน..."
แม้ว่าคุณหนูในจวนขุนนางชั้นสูงของฉางอันจะสวมชุดหูฝูเลียนแบบชายหนุ่มบ้างเป็นบางครั้ง แต่ก็มักจะใส่เฉพาะเวลาอยู่ส่วนตัว หรือเวลาขี่ม้าตีคลีเท่านั้น
แต่ชุดที่กู้หมิงจูสวมใส่อยู่นี้ เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะใส่ออกไปเดินตลาด ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้าของนางยังปราศจากเครื่องประทินโฉมใด ๆ
ซ้ำยังใช้ผงถ่านวาดคิ้วใบหลิวให้ดูหนาเข้มและชี้ขึ้น มองดูแล้วก็ไม่ต่างจากคุณชายรูปงามผู้หนึ่งเลย
กู้หมิงจูกลับพอใจกับชุดของตัวเองมาก วันข้างหน้านางยังมีเรื่องอีกมากที่ต้องแอบออกไปจัดการนอกจวน การแต่งตัวเช่นนี้ย่อมสะดวกที่สุด
นางก้าวเดินนำหน้าไปอย่างผ่าเผย "ไป ตามคุณชายอย่างข้าไปตลาดตะวันออกอีกรอบ"
ร้านค้าที่ปล่อยเช่าในตลาดตะวันออกร้านนั้นได้ลอกกระดาษแดงออกแล้ว ประตูร้านเปิดกว้าง มีบ่าวไพร่และผู้ดูแลเดินเข้าออกวุ่นวายอยู่ภายในร้าน ดูเหมือนว่ากำลังจะเปิดกิจการใหม่
กู้หมิงจูยืนมองอยู่หน้าร้านพักใหญ่ สีหน้าของนางดูซับซ้อน ดูเหมือนว่าโรงรับจำนำแห่งนี้จะเป็นของสกุลชุยจริง ๆ
เจตจำนงของสกุลชุยก็คือเจตจำนงของตระกูลใหญ่แห่งกวนหลง แต่พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่
ปีนั้นที่เกิดคดีจ้าวกั๋วกง คนของสกุลเฉินแทบจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก เหลือเพียงญาติพี่น้องสายรองไม่กี่คนที่ย้ายกลับไปอยู่หงหนง ตั้งแต่นั้นมาตระกูลใหญ่ก็ถอนตัวออกจากราชสำนัก ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองอีกเลย
แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ เกรงว่าอาจจะไม่ใช่เช่นนั้นแล้ว
นางถอนหายใจ ภายใต้ความเจริญรุ่งเรืองนี้ ไม่เคยมีความสงบสุขเลยสักครั้ง เหมือนกับที่นางเคยรับรู้มาตั้งแต่แรก
ขณะที่นางกำลังจะหันหลังกลับเพื่อไปหาร้านอื่นที่เหมาะสม ก็เหลือบไปเห็นว่าข้างร้านของสกุลชุย มีร้านอีกร้านหนึ่งขนาดใกล้เคียงกันกำลังติดกระดาษแดงประกาศให้เช่าอยู่
ร้านนี้ไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือทำเลก็ใกล้เคียงกับร้านที่สกุลชุยเช่าไป ราคาที่ระบุไว้บนกระดาษแดงก็ยุติธรรมมาก หรืออาจจะเรียกได้ว่าถูกมากเสียด้วยซ้ำ
ทว่ากู้หมิงจูกลับขมวดคิ้ว จะมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เชียวหรือ นางกำลังต้องการร้านค้า และกำลังถูกใจร้านที่คล้าย ๆ กับร้านนี้ แล้วก็มีร้านที่เหมาะสมโผล่มาพอดีเนี่ยนะ
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อครั้งที่นางมาดูคราวก่อน ร้านนี้ยังเป็นร้านเหล้าที่มีชื่อเสียงพอตัว กิจการก็ดีมาก ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็ปิดกิจการ แล้วยังจะเซ้งต่ออีกหรือ
นางลังเลอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ให้เสี่ยวขุยเข้าไปเคาะประตูสอบถามดู ถึงอย่างไรสถานที่ที่เหมาะสมเช่นนี้ก็หาได้ยากยิ่ง จะยอมแพ้ไปเพียงเพราะความสงสัยไร้สาระก็คงไม่ได้
ขณะที่กู้หมิงจูพาเสี่ยวขุยเดินเข้าไปในร้านนั้น หน้าต่างที่เปิดแง้มไว้บนชั้นสองของร้านสกุลชุยก็ถูกดึงปิดลงมา เด็กรับใช้คอตกพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปข้างใน
ภายในห้องถูกจัดไว้อย่างสะอาดสะอ้าน บนตั่งที่ไร้ฝุ่นละอองมีเพียงโต๊ะหนังสือตัวเดียว ชุยหลินในชุดเสื้อคลุมแขนกว้างสีเรียบกำลังนั่งอยู่ข้างโต๊ะ จับพู่กันเขียนจดหมายอยู่
"คุณชาย คุณหนูท่านนั้นเข้าไปในร้านแล้วขอรับ"
เด็กรับใช้เต็มไปด้วยความคับข้องใจ เพียงแต่ไม่กล้าบ่นต่อหน้าเจ้านาย แต่สีหน้านั้นบูดบึ้งจนไม่รู้จะบูดอย่างไรแล้ว เพื่อให้คุณหนูท่านนั้นมาเช่าร้านตามที่เจ้านายสั่ง เขาต้องไปยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าต่างตั้งหลายวัน
ร้านนั้นถือเป็นร้านทำเลทองในตลาดตะวันออก แถมราคายังถูกแสนถูก จะไม่มีใครไม่อยากได้ได้อย่างไร
หลายวันที่ผ่านมามีคนมาติดต่อขอเช่าร้านไม่รู้ตั้งเท่าไร เขาต้องคอยให้คนไปไล่ตะเพิดกลับไปหมด แถมยังต้องคอยระวังไม่ให้พลาดเป้าหมายตัวจริงอีก ทำเอาเขาต้องคอยจ้องอยู่ไม่วางตา
พอเห็นกู้หมิงจูมา ในที่สุดเขาก็โล่งใจเสียที
ชุยหลินได้ยินที่เขารายงาน ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้น ยังคงเขียนจดหมายต่อไป เพียงแค่ตอบรับสั้น ๆ ในลำคอ "อืม"
เด็กรับใช้ทำปากยื่น มองเจ้านายของตัวเองอย่างน้อยใจ "ในเมื่อคุณชายซื้อร้านนั้นมาแล้ว ก็ให้คนส่งไปให้คุณหนูกู้ก็สิ้นเรื่อง ทำไมต้องทำอะไรให้วุ่นวายขนาดนี้ด้วยขอรับ"
ชุยหลินเขียนอักษรตัวสุดท้ายเสร็จ ก็วางพู่กันลงบนที่วางพู่กันหยก นำจดหมายใส่ลงในซอง นิ้วเรียวยาวพับปิดผนึกอย่างประณีต แล้วยื่นให้เด็กรับใช้ "ส่งกลับไปป๋อหลิง"
นี่หมายความว่าจะไม่ตอบคำถามแล้ว
เด็กรับใช้เบะปาก รับจดหมายมาด้วยท่าทางหงอย ๆ แล้วเดินออกไป
ปกติเจ้านายก็เป็นคนไม่ชอบอธิบายอะไรให้มากความอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้กลับทำตัวแปลกประหลาดมาก ยอมทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายเพียงเพื่อคุณหนูบอบบางคนหนึ่ง
พอคิดว่าเมื่อหลายวันก่อน เขาต้องให้คนไปทุ่มเงินตั้งมากมายกว่าจะกว้านซื้อร้านเหล้ามาจากเถ้าแก่หน้าเงินคนนั้นได้ แถมหลายวันนี้ยังต้องคอยเฝ้าจับตาดู คอยไล่คนอื่นกลับไป ช่างเหนื่อยยากเสียจริง
แต่ทั้งหมดนี้ก็เพื่อเอาร้านไปประเคนให้คุณหนูท่านนั้น ไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้านายกำลังคิดจะทำอะไร
ปกติเจ้านายมักจะรักษาระยะห่างจากพวกฮูหยินและคุณหนูอยู่เสมอ แม้แต่คุณหนูใหญ่สกุลเจิ้งที่งดงามราวกับเทพธิดาจำแลง และเปี่ยมไปด้วยความสามารถ เจ้านายก็ยังไม่ค่อยยอมไปมาหาสู่ด้วยเลย แล้วตอนนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน
เขาส่ายหน้า เอามือไพล่หลังพลางถอนหายใจ ทำท่าทางแก่แดดแก่ลมเดินลงบันไดไป
.
.
.