LNCrawler

บทที่ 50 รุกคืบทีละก้าว

หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 50 รุกคืบทีละก้าว

กู้หมิงจูไม่รู้ถึงเหตุผลเหล่านี้ นางพาสาวใช้เสี่ยวขุยเดินสอบถามอยู่พักใหญ่ และรู้สึกพึงพอใจกับร้านค้าแห่งนี้เป็นอย่างมาก

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะซื้อร้านค้านี้ไว้" กู้หมิงจูเอามือไพล่หลังเดินดูรอบ ๆ ร้านพลางพยักหน้าและเผยรอยยิ้ม

นางจรดพู่กันลงนามในสัญญา แล้วเอ่ยกับชายชราผู้เป็นเจ้าของร้านว่า "ท่านนำป้ายหยกนี้ไปเบิกเงินที่จวนแม่ทัพใหญ่เถิด"

ชายชราชะงักไปชั่วครู่ ก้มหน้ามองป้ายหยกชิ้นนั้น เนื้อหยกเรียบเนียนขาวละเอียดราวกับไขมัน ไร้รอยตำหนิใด ๆ เป็นหยกมันแกะเนื้อดีที่สุด งานแกะสลักยิ่งประณีตงดงาม ตราประทับบนนั้นยังเป็นของที่ทำขึ้นในวังอีกด้วย

"นี่... นี่คือ..." ชายชราไม่กล้ารับป้ายหยกชิ้นนั้นไว้

นั่นเป็นของใช้ในวัง ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในสินสอดขององค์หญิงใหญ่เซวียนหยางในอดีต

กู้หมิงจูยิ้มบาง ๆ หันหลังพาสาวใช้เสี่ยวขุยจากไป

ร้านสุราแห่งนี้ในอดีตเคยมีชื่อเสียงอยู่บ้าง ป้ายหยกก็เป็นของใช้ในวัง นางไม่กลัวว่าชายชราจะเกิดความโลภเมื่อได้ของไป

ฮูหยินหลัวมองดูชายชราที่โค้งคำนับประจบประแจงด้วยรอยยิ้มอยู่ในโถงบุปผา สีหน้าของนางเขียวคล้ำ

ผ่านไปพักใหญ่กว่าสีหน้าของนางจะผ่อนคลายลง นางเอ่ยกับซุนหมัวมัวว่า "เจ้าไปถามเขาสิว่าใครเป็นคนขอซื้อร้านค้าของเขา ร้านค้าของจวนเรามีถมเถไป ใครจะไปสนใจร้านเล็ก ๆ ของเขา"

ทำไมจู่ ๆ ถึงมีคนมาทวงเงินค่าซื้อร้านค้าถึงหน้าประตู นางไม่รู้เรื่องนี้เลยสักนิด!

ชายชราล้วงป้ายหยกมันแกะสีขาวออกมาจากอกเสื้ออย่างไม่รีบร้อน "คุณชายท่านนั้นทิ้งป้ายหยกไว้ บอกให้ข้าน้อยนำป้ายหยกนี้มาเบิกเงินขอรับ"

ซุนหมัวมัวขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ สองสามที สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที นางรีบเดินเข้าไปหลังฉากกั้น แล้วกระซิบข้างหูฮูหยินหลัว "เป็นของจวนตะวันออกเจ้าค่ะ"

สีหน้าของฮูหยินหลัวพลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที นางไม่อาจอดกลั้นความโกรธได้อีกต่อไป ตวาดเสียงกร้าว "ไปจวนตะวันออก ไปเชิญคุณหนูใหญ่มา พวกเจ้าตามข้าไปพบฮูหยินผู้เฒ่า!"

ช่วงนี้นางได้ยินชื่อกู้หมิงจูทีไรก็ปวดใจทุกที หากวันนี้ไม่ฉวยโอกาสนี้จัดการกู้หมิงจูเสียหน่อย เกรงว่าวันหน้าคนในจวนคงไม่เห็นนางที่เป็นฮูหยินใหญ่ผู้กุมอำนาจอยู่ในสายตา คงรู้จักแต่กู้หมิงจูเป็นแน่

เมื่อกู้หมิงจูพาอาปี้และเสี่ยวขุยมาถึงเรือนซงโส่ว ในห้องโถงใหญ่ ฮูหยินหลัวก็กำลังคุยกับฮูหยินผู้เฒ่ากู้มาพักใหญ่แล้ว

สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็ดูไม่สู้ดีนัก เพราะนางได้ยินมาว่ากู้หมิงจูใช้จ่ายเงินทองสุรุ่ยสุร่ายอีกแล้ว คราวก่อนบอกว่าจะไปเป็นเพื่อนเหมาซื่อซื้อผ้าให้บ้านรอง ก็ใช้เงินไปถึงสิบตำลึงทอง

คราวนี้ยิ่งเหลวไหลหนักกว่าเดิม จู่ ๆ ก็ไปซื้อร้านค้า เกรงว่าจะต้องใช้เงินหลายสิบตำลึงทอง!

เงินทองเหล่านี้ล้วนเป็นของสกุลกู้ จะปล่อยให้นางผลาญเล่นเช่นนี้ได้อย่างไร!

นางมองดูกู้หมิงจูที่เดินเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา เมื่อเห็นนางทำความเคารพก็ไม่แม้แต่จะส่งเสียงตอบรับ ทำราวกับมองไม่เห็น

ฮูหยินหลัวยังคงปั้นหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน "หมิงจูมาแล้ว รีบลุกขึ้นเถอะ ท่านอาเจ้ารองกับท่านอาสะใภ้รองของเจ้ายังมาไม่ถึง นั่งลงก่อนเถิด"

นางตั้งใจให้คนไปเชิญกู้หยวนกับเหมาซื่อมาด้วย เพื่อให้เจ้าคนโง่สองคนนี้เห็นชัด ๆ ว่าคนที่ดูแลจัดการเรื่องในจวนคือตัวนาง ต่อให้พวกเขามีแผนการอะไรในใจ ก็ต้องตัดใจเสีย

กู้หมิงจูยิ้มบาง ๆ เดินไปนั่งที่ตั่งเตี้ยด้านข้าง สั่งให้สาวใช้ยกน้ำชามาให้

"มีเรื่องใหญ่โตอะไรถึงได้ร้อนรนให้คนไปตามมาเช่นนี้ หรือว่าพี่สะใภ้ใหญ่มีเรื่องหนักใจอะไรถึงนึกถึงพวกเราขึ้นมาได้" เหมาซื่อยังไม่ทันก้าวเข้ามา คำพูดประชดประชันก็นำมาก่อนแล้ว

กู้หยวนเดินกะเผลกเข้ามาด้วยกลิ่นสุราคลุ้งไปทั้งตัว เขาทิ้งตัวนั่งลงบนตั่งเตี้ยโดยไม่คิดจะทำความเคารพฮูหยินผู้เฒ่า

ทว่าฮูหยินผู้เฒ่ากลับทำเหมือนมองไม่เห็น นางสั่งสาวใช้ด้วยความปวดใจ "รีบเอาน้ำร้อนกับผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าให้คุณชายรองเร็ว แล้วยกชาร้อน ๆ มาให้สร่างเมาด้วย"

ฮูหยินหลัวมองดูสองสามีภรรยาคู่นี้ด้วยสายตาเย็นชา ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เผยรอยยิ้มออกมา "น้องสะใภ้รองพูดถูกแล้ว มีเรื่องหนักใจจริง ๆ นั่นแหละ"

ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มีแต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเต็มหัวใจ ไม่มีอารมณ์จะพูดอะไรอีก ฮูหยินหลัวจึงได้แต่ถอนหายใจและกล่าวว่า "วันนี้มีคนมาทวงเงินถึงจวน บอกว่าคนในจวนของเราไปซื้อร้านค้าของเขา แล้วเอาสัญญาซื้อขายไป ให้เขามาเก็บเงินที่จวน"

นางมองไปทางกู้หมิงจูด้วยสีหน้ากังวลใจ "ข้าได้ยินเรื่องนี้แล้วตกใจมากทีเดียว ช่วงนี้จวนของเราไม่ได้ไปซื้อร้านค้าที่ไหน หรือว่าจะมีคนแอบอ้างชื่อจวนเราไปหลอกลวง"

"ฮูหยินผู้เฒ่า นี่เป็นเรื่องใหญ่เลยนะเจ้าคะ ยิ่งไปกว่านั้นคนผู้นั้นยังเอาของสำคัญของจวนเราออกมาด้วย!" ฮูหยินหลัวขมวดคิ้วแน่น สีหน้าเคร่งเครียด "ท่านแม่ ตามที่สะใภ้เห็น สู้ไปแจ้งทางการดีกว่าเจ้าค่ะ ตรวจสอบให้ชัดเจนว่าใครขโมยของจวนเราไป แล้วยังแอบอ้างชื่อไปหลอกลวงคนอื่นอีก!"

พูดจบนางก็ปรายตามองกู้หมิงจูอีกรอบ

ถ้ายืนยันจะแจ้งทางการ นางไม่เชื่อหรอกว่ากู้หมิงจูจะไม่ร้อนใจ เกรงว่าจะต้องรีบร้อนเข้ามาห้ามนางเป็นแน่

ทว่าสิ่งที่ทำให้นางผิดหวังคือ กู้หมิงจูนั่งนิ่งอยู่บนตั่งเตี้ยอย่างมั่นคงดุจภูผา สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังเผยรอยยิ้มออกมาอีกด้วย

เหมาซื่อกวาดสายตามองฮูหยินหลัวกับกู้หมิงจูไปมา ในใจก็พอจะเดาเรื่องราวได้ นางทำท่าทางตกใจ "ยังมีเรื่องเช่นนี้อีกหรือ บ่าวไพร่ในจวนยังมีพวกบังอาจขนาดนี้ด้วยหรือ คงต้องตรวจสอบให้ดีแล้วล่ะ"

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้หันหน้ามา เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าตาของจวน ข้าคงให้คนไปแจ้งทางการแล้ว จะได้ไม่ต้องมีพวกไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงมาทำเรื่องวุ่นวายในจวนทุกวัน!"

ลูกประคำในมือของนางถูกรวบไว้บนข้อมือ ไม่ได้ถือไว้ในมือตลอดเวลาเหมือนปกติ ดูท่าทางคงไม่มีอารมณ์จะสวดมนต์แล้ว

ในที่สุดกู้หมิงจูก็วางถ้วยชาลง หันไปยิ้มให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัว "ดูท่าทางเถ้าแก่คนนั้นคงจะมาที่จวนแล้ว เช่นนั้นก็รบกวนฮูหยินจ่ายเงินให้เขาไปเถอะ แล้วเตรียมเงินไว้อีกสักร้อยตำลึงทองด้วย อีกไม่กี่วันต้องใช้ซื้อของเข้าร้าน"

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้กับฮูหยินหลัวจ้องกู้หมิงจูเขม็ง ลืมแม้กระทั่งจะเสแสร้งปั้นหน้า นางไม่เพียงแต่ยอมรับ แต่ยังจะให้เตรียมเงินให้อีกร้อยตำลึงทองเพื่อเปิดร้านอีกหรือ?! นางเสียสติไปแล้วหรือไร?!

ทว่าก่อนที่ฮูหยินหลัวจะได้เอ่ยปากซักถาม กู้หมิงจูก็ยิ้มและพูดขึ้นว่า "เมื่อครู่ฮูหยินบอกว่าจะแจ้งทางการ ช่างเป็นความคิดที่ประเสริฐยิ่ง ควรจะแจ้งทางการตั้งนานแล้ว!"

รอยยิ้มบนใบหน้าของนางจางหายไป เผยให้เห็นความเย็นชาเยือกเย็น นางหันไปสั่งอาปี้ที่อยู่ด้านหลัง "ให้คนถือเทียบของจวนตะวันออกและตราประทับของท่านแม่ข้าเข้าวังไป บอกว่าจวนของข้าโดนขโมยขึ้น ขอให้สำนักซ่างกงและที่ว่าการจิงจ้าวมาตรวจสอบให้กระจ่าง"

"ตอนที่ท่านแม่ข้าป่วยหนักจนสิ้นใจ ในจวนมีเงินเหลืออยู่หมื่นตำลึงทอง พร้อมทั้งโฉนดที่นาและร้านค้าอีกหลายสิบแห่ง แต่ตอนนี้แค่ข้าจะซื้อร้านสักร้านยังต้องติดค้างเอาไว้ แถมยังต้องมาทนดูสีหน้าคนอื่น ไม่รู้ว่าถ้าฝ่าบาทและเชื้อพระวงศ์รู้เรื่องนี้จะกริ้วหรือไม่!"

นางจ้องมองฮูหยินหลัวด้วยสายตาเย็นชา "เมื่อหลายวันก่อนข้าให้คนไปขอสมุดบัญชีของจวนตะวันออกจากฮูหยินมาดู ถึงได้รู้ว่าในบัญชีเหลือเงินไม่ถึงห้าร้อยตำลึงทอง เกรงว่าอีกไม่นานคงไม่มีเงินใช้จ่ายแล้ว คงรอไม่ได้แล้วจริง ๆ ต้องตรวจสอบให้ละเอียด!"

อาปี้รับคำ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกไป

สีหน้าของฮูหยินหลัวเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน นางรีบตั้งสติและร้องเรียก "หยุดเดี๋ยวนี้!"

นางเรียกอาปี้ไว้

จากนั้นก็ปั้นหน้ายิ้มแย้ม เอ่ยกับกู้หมิงจูด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "หมิงจูทำอะไรน่ะ คนกันเองทั้งนั้น ในเมื่อเจ้าถูกใจร้านค้านั้น ก็แค่ให้คนมาบอกข้าคำเดียวก็พอแล้ว มีหรือที่ข้าจะไม่ตกลง"

นางมีสีหน้าเมตตาอารี "ข้าก็นึกว่าเป็นบ่าวไพร่ในจวนไม่รู้ที่ต่ำที่สูง เอาชื่อจวนเราไปทำเรื่องไม่ดี ในเมื่อเจ้าเป็นคนเลือก ข้าจะให้คนเอาเงินไปให้เดี๋ยวนี้แหละ"

ฮูหยินผู้เฒ่ากู้จ้องกู้หมิงจูอยู่นานโดยไม่พูดอะไร ความโกรธในแววตาแทบจะปะทุออกมา ทว่าตอนนี้นางกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปาก "ช้าก่อน เจ้าเป็นคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือน จะเอาร้านค้าไปทำไม"

น้ำเสียงของนางเย็นชาและแหลมปรี๊ด "ตอนแรกที่นาและร้านค้าของจวนตะวันออก ปู่ของเจ้าเป็นคนมอบให้ข้ากับมือ ให้ข้าช่วยดูแลจัดการ ตอนนี้ก็ไม่ได้ปล่อยให้เจ้าขาดแคลนของกินของใช้ ต่อให้เจ้าไปโวยวายถึงในวังก็มีเหตุผลให้อธิบาย"

"แต่การที่เจ้าเป็นคุณหนูที่ยังไม่ออกเรือนกลับเอาแต่คิดจะเปิดร้านค้า ออกไปปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนเพื่อจัดการกิจการ นั่นต่างหากที่เรียกว่าไร้กฎเกณฑ์ ไม่รู้จักยางอาย เจ้ามีฐานะสูงส่ง ในเมื่อพวกเราสั่งสอนไม่ได้ ก็ควรให้คนในวังมาสั่งสอนเจ้าให้ดี!"

.

.

.